เวลาคนเริ่มศึกษาเรื่องการเทรด Forex หรือ CFD หนึ่งในคำที่เจอแทบจะทันทีคือคำว่า Pips คืออะไร และทำไมเทรดเดอร์ถึงพูดถึงมันบ่อยมากขนาดนั้น คำนี้อาจดูเป็นศัพท์เฉพาะที่ซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นพื้นฐานสำคัญที่ใช้วัดการเคลื่อนไหวของราคา ใช้คำนวณกำไรขาดทุน และใช้ประเมินความเสี่ยงในการเทรดแทบทุกครั้ง ถ้ายังไม่เข้าใจว่า Pips คือ หน่วยอะไร การวางแผนเข้าออกออเดอร์ก็อาจคลาดเคลื่อนได้ง่าย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบครบตั้งแต่ความหมาย วิธีคำนวณ ตัวอย่างใช้งานจริง ไปจนถึงข้อควรรู้ที่มือใหม่ควรเข้าใจให้ชัดก่อนเริ่มเทรด
Pips คืออะไร ทำไมถึงสำคัญในการเทรด Forex
คำว่า Pips คือ หน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาด Forex ซึ่งใช้เพื่อบอกว่าราคาของคู่เงินขยับขึ้นหรือลงมากน้อยแค่ไหนแบบเป็นมาตรฐานเดียวกัน
โดยทั่วไปในตลาด Forex 1 Pips จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมหลักที่ 4 ของคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น
- EUR/USD จาก 1.1000 ไป 1.1001 = ขยับ 1 Pips
- EUR/USD จาก 1.1000 ไป 1.1010 = ขยับ 10 Pips
แต่สำหรับคู่เงินที่มี JPY ตัวอย่างเช่น USD/JPY จะนับที่ทศนิยมหลักที่ 2 เช่น
- USD/JPY จาก 145.20 ไป 145.21 = ขยับ 1 Pips
เหตุผลที่ Pips สำคัญมากกับ Forex มาก เพราะมันเป็นภาษากลางของเทรดเดอร์ในการสื่อสารเรื่องราคา กำไร ขาดทุน สเปรด และการตั้ง Stop Loss หรือ Take Profit ถ้าไม่มีหน่วยนี้ การอธิบายความเสี่ยงและผลตอบแทนจะยุ่งยากกว่ามาก
Pips คือหน่วยที่ต่างจาก “จุด” หรือ “เปอร์เซ็นต์” อย่างไร
หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้น เทรด Forex อาจสับสนว่า Pips ต่างจากการใช้ “จุด” หรือ “เปอร์เซ็นต์” ยังไง เพราะดูเหมือนจะใช้วัดการเคลื่อนไหวของราคาเหมือนกันเลย ซึ่งในความจริง แล้วหน่วยวัดแต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกันพอสมควร เพื่อให้เห็นภาพเรามาอธิบายเพิ่มกันเลยดีกว่า
Pips เป็นหน่วยเฉพาะของตลาด Forex
Pips คือหน่วยวัดที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่เงินในตลาด Forex โดยเฉพาะ ทำให้สะดวกเวลาเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาต่างๆ เช่น ถ้าราคาขยับไปที่ 30 Pips เทรดเดอร์จะเห็นภาพทันทีว่าตลาดเคลื่อนไหวแรงแค่ไหน
การใช้จุดอาจกว้างกว่าและขึ้นกับสินทรัพย์
คำว่า “จุด” มักใช้กับดัชนี หุ้น หรือสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น ดัชนีขึ้น 50 จุด หรือทองคำลง 10 จุด ซึ่งไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกับ Pips เสมอไป
เปอร์เซ็นต์ ใช้เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงในเชิงสัดส่วน
เปอร์เซ็นต์ เป็นหน่วยที่เหมาะกับการดูว่าราคาเปลี่ยนไปกี่เปอร์เซ็นต์จากจุดเริ่มต้น แต่ไม่ได้สะดวกเท่ากับใช้ Pips เมื่อต้องใช้ในระบบเทรดรายวัน โดยเฉพาะตอนคำนวณ Stop Loss หรือ Risk/Reward เป็นต้น
วิธีดูว่า 1 Pip คิดอย่างไร
การเข้าใจว่า 1 Pip อยู่ตรงไหนของราคา จะช่วยให้คุณอ่านกราฟได้แม่นขึ้น และวางแผนการเทรดได้ชัดเจนกว่าเดิม เพราะเมื่อรู้ว่าราคาขยับไปกี่ Pip แล้ว คุณจะคำนวณกำไร ขาดทุน รวมถึงจุดเข้าออกออเดอร์ได้ง่ายขึ้น
โดยหลักแล้ว การนับ 1 Pip จะแตกต่างกันเล็กน้อยตามประเภทของคู่เงิน ดังนี้
คู่เงินส่วนใหญ่
สำหรับคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD หรือ NZD/USD
โดยทั่วไป 1 Pip = 0.0001 หรือก็คือการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมหลักที่ 4
ตัวอย่าง
- 1.0845 ไป 1.0846 = 1 Pip
- 1.0845 ไป 1.0855 = 10 Pips
- 1.0845 ไป 1.0945 = 100 Pips
คู่เงินที่มี JPY
สำหรับคู่เงินที่มีเงินเยนญี่ปุ่น เช่น USD/JPY, EUR/JPY หรือ GBP/JPY
โดยทั่วไป 1 Pip = 0.01 หรือก็คือการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งทศนิยมหลักที่ 2
ตัวอย่าง
- 145.30 ไป 145.31 = 1 Pip
- 145.30 ไป 145.40 = 10 Pips
Pipette คืออะไร
ในหลายแพลตฟอร์มเทรด จะมีการแสดงราคาละเอียดเพิ่มมาอีก 1 ตำแหน่งทศนิยม ซึ่งเรียกว่า Pipette หรือ fractional Pip โดยมีค่าเท่ากับ 1 ใน 10 ของ 1 Pip
ตัวอย่าง
- EUR/USD จาก 1.10000 ไป 1.10001 = 0.1 Pip
- EUR/USD จาก 1.10000 ไป 1.10010 = 1 Pip
จุดนี้เป็นรายละเอียดที่มือใหม่มักสับสนได้ง่าย เพราะถ้าอ่านตำแหน่งทศนิยมผิดนิดเดียว ก็อาจคำนวณจำนวน Pip ผิดตามไปด้วย ดังนั้นก่อนเริ่มเทรดทุกครั้ง ควรสังเกตให้ชัดว่าแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่แสดงราคากี่ตำแหน่งทศนิยม
Pips คือสิ่งที่ใช้คำนวณกำไรและขาดทุนโดยตรง
อีกเหตุผลที่ต้องเข้าใจเรื่อง Pips ให้ชัดคือมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับกำไรขาดทุนของทุกออเดอร์ ไม่ใช่แค่ศัพท์เทคนิคสวย ๆ เท่านั้น
เวลาคุณเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย แล้วราคาวิ่งไปในทิศทางที่คุณคาดไว้ กำไรจะถูกคำนวณจากจำนวน Pips ที่ราคาเคลื่อนไหว คูณกับมูลค่าต่อ Pips ตามขนาด lot ที่คุณเปิด
สูตรแบบเข้าใจง่ายคือ “กำไร/ขาดทุน = จำนวน Pips ที่ขยับ × มูลค่าต่อ Pips”
ยกตัวอย่าง
ถ้าคุณซื้อ EUR/USD และราคาขึ้นไป 20 Pips
ถ้าขนาดออเดอร์ของคุณมีมูลค่า 1 Pips = 10 ดอลลาร์
กำไรของคุณจะเท่ากับ 200 ดอลลาร์
ในทางกลับกัน ถ้าราคาลง 20 Pips ก็จะขาดทุน 200 ดอลลาร์เช่นกัน
ตรงนี้จะเห็นชัดว่า แม้จำนวน Pips จะเท่ากัน แต่มูลค่ากำไรขาดทุนจริงขึ้นกับขนาดการเทรดด้วย
มูลค่าของ 1 Pips คิดจากอะไร
เมื่อทำความเข้าใจแล้วว่า Pips คือ หน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคา ขั้นต่อไปที่ต้องรู้คือ 1 Pips มีมูลค่าเป็นเงินจริงเท่าไร เพราะจุดนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินทุนโดยตรง
ขนาด lot มีผลกับมูลค่า Pips
ขนาด lot ที่ใช้เทรดจะเป็นตัวกำหนดว่าการเคลื่อนไหว 1 Pips มีค่าเงินมากหรือน้อยแค่ไหน โดยทั่วไปจะมีประมาณนี้
- Standard Lot = 100,000 units
- Mini Lot = 10,000 units
- Micro Lot = 1,000 units
สำหรับคู่เงินที่อ้างอิงด้วย USD โดยทั่วไปมักคำนวณคร่าวๆ ได้ประมาณนี้
- Standard Lot = ประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 Pips
- Mini Lot = ประมาณ 1 ดอลลาร์ต่อ 1 Pips
- Micro Lot = ประมาณ 0.10 ดอลลาร์ต่อ 1 Pips
คู่เงินที่ต่างกัน แต่มูลค่า Pips อาจไม่เท่ากัน
ไม่ใช่ทุกคู่เงินจะมีมูลค่า Pips เท่ากันเป๊ะ โดยเฉพาะถ้าสกุลเงินบัญชีของคุณไม่ใช่ USD หรือคุณเทรดคู่เงินที่มีโครงสร้างต่างออกไป เช่นคู่เงินข้าม (cross pairs)
เพราะฉะนั้น เทรดเดอร์จำนวนมากจึงนิยมใช้เครื่องคำนวณ Pips value จากโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มเทรด เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำก่อนเปิดออเดอร์จริง
ตัวอย่างการคำนวณ Pips แบบเข้าใจง่าย
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูตัวอย่างที่ใช้งานได้จริง
ตัวอย่างที่ 1 ซื้อ EUR/USD
- เปิด Buy ที่ 1.1000
- ปิดที่ 1.1030
ราคาขยับขึ้น 30 Pips
ถ้าคุณเปิด 1 Standard Lot มูลค่า 1 Pips ประมาณ 10 ดอลลาร์
ดังนั้นจะกำไร = 30 × 10 = 300 ดอลลาร์
ตัวอย่างที่ 2 ขาย GBP/USD
- เปิด Sell ที่ 1.2750
- ปิดที่ 1.2725
ราคาลง 25 Pips ในกรณี Sell ถ้าราคาลงถือว่าคุณได้กำไร
ถ้าเปิด 1 Mini Lot
มูลค่า 1 Pips ประมาณ 1 ดอลลาร์
กำไร = 25 × 1 = 25 ดอลลาร์
ตัวอย่างที่ 3 เทรด USD/JPY
- เปิด Buy ที่ 145.20
- ปิดที่ 145.70
ต่างกัน 50 Pips
เพราะคู่ JPY นับ Pips ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2
กรณีนี้จะเห็นว่าแม้รูปแบบตัวเลขจะไม่เหมือน EUR/USD แต่หลักการคิด Pips ยังเหมือนเดิม
ทำไมคู่เงินที่มีเงินญี่ปุ่นถึงมีการนับค่า Pip ต่างจากคู่อื่นๆ
สาเหตุที่คู่เงินซึ่งมีสกุลเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) นับค่า Pip ไม่เหมือนคู่เงินอื่นๆ มาจากลักษณะการแสดงราคาของคู่เงินนั้นๆ ในตลาด Forex ซึ่งโดยทั่วไปคู่เงินส่วนใหญ่ เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD มักแสดงราคาที่ทศนิยม 4 ตำแหน่ง ดังนั้น 1 Pip จึงเท่ากับ 0.0001
แต่สำหรับคู่เงินที่มี JPY อยู่ในนั้น เช่น USD/JPY หรือ EUR/JPY ราคามักแสดงออกมาเป็นตัวเลขที่มีทศนิยมเพียง 2 ตำแหน่งเป็นหลัก เช่น 155.20 หรือ 168.45 ทำให้ตลาดกำหนดให้ 1 Pip ของคู่เงินกลุ่มนี้เท่ากับ 0.01 แทน
เหตุผลหลักคือค่าเงินเยนมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างจากสกุลเงินหลักอื่นๆ ถ้าหากเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์หรือยูโร ราคามักอยู่ในระดับหลักร้อยต่อ 1 หน่วยของสกุลหลัก จึงไม่จำเป็นต้องใช้ทศนิยมละเอียดถึง 4 ตำแหน่งแบบคู่เงินทั่วไป การกำหนดให้ 1 Pip = 0.01 จึงช่วยให้การอ่านราคา การวัดการเปลี่ยนแปลงของตลาด และการคำนวณกำไรขาดทุนทำได้ง่ายและเป็นมาตรฐานมากขึ้น
ยกตัวอย่าง เช่น ถ้า USD/JPY ขยับจาก 155.20 ไป 155.21 จะถือว่าเคลื่อนไหว 1 Pip ทันที ซึ่งเข้าใจง่ายกว่าการนับในระดับ 0.0001
ในปัจจุบัน แม้หลายแพลตฟอร์มจะเพิ่มทศนิยมมาอีก 1 ตำแหน่ง เช่น 155.205 แต่หลักการนับยังเหมือนเดิม คือ 1 Pip สำหรับคู่ JPY ยังคงเท่ากับ 0.01 ส่วนตำแหน่งที่เพิ่มมาอีกหลักจะเรียกว่า Pipette หรือ 0.1 Pip
เพราะฉะนั้นสรุปคือ คู่เงินที่มีเงินญี่ปุ่นนับ Pip ต่างจากคู่อื่น เพราะรูปแบบการแสดงราคาในตลาดถูกออกแบบให้เหมาะกับมูลค่าและโครงสร้างของสกุลเงินเยนนั่นเอง
Pips คือหัวใจของการตั้ง Stop Loss และ Take Profit
นักเทรดที่วางแผนอย่างเป็นระบบจะไม่มอง Pips แค่เรื่องของกำไร แต่จะใช้เป็นเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงด้วย
Stop Loss วัดเป็น Pips ได้ชัดเจน
สมมติคุณยอมรับการขาดทุนได้ไม่เกิน 20 Pips ต่อไม้
คุณก็สามารถกำหนด Stop Loss ให้สอดคล้องกับแผนได้ทันที
ข้อดีคือช่วยให้การเทรดไม่ใช้อารมณ์มากเกินไป เพราะมีกรอบชัดเจนตั้งแต่ก่อนเข้าออเดอร์
Take Profit ช่วยกำหนดเป้าหมายอย่างมีเหตุผล
เช่น ถ้าคุณตั้งเป้า Take Profit 40 Pips และ Stop Loss 20 Pips
นั่นแปลว่าคุณกำลังใช้ Risk/Reward Ratio 1:2
แนวคิดนี้สำคัญมาก เพราะไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งก็ยังอยู่รอดในระยะยาวได้ หากระบบเทรดมีอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่เหมาะสม
ความสัมพันธ์ระหว่าง Pips, Spread และ Cost ในการเทรด
หลายคนสนใจแค่ว่ากำไรได้กี่ Pips แต่ลืมมองต้นทุนการเทรด ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือ Spread
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask ที่โบรกเกอร์แสดงให้เห็น โดย Spread นี้มักถูกวัดออกมาเป็น Pips เช่น
- EUR/USD Spread 1.2 Pips
- GBP/USD Spread 1.8 Pips
นั่นหมายความว่าเมื่อคุณเปิดออเดอร์ คุณจะติดลบตาม Spread ทันทีในระดับหนึ่งก่อนที่ราคาจะวิ่งไปถึงกำไรจริง
ดังนั้นการเข้าใจว่า Pips คือ หน่วยวัดที่เชื่อมโยงกับต้นทุนด้วย จะช่วยให้ประเมินการเทรดได้สมจริงขึ้น ไม่ใช่ดูเฉพาะทิศทางราคาอย่างเดียว
มือใหม่มักเข้าใจผิดเรื่อง Pips ตรงไหนบ้าง
แม้แนวคิดของ Pips จะไม่ยากมาก แต่ก็มีจุดที่มือใหม่พลาดกันบ่อย
อ่านทศนิยมผิดตำแหน่ง
หลายคนเห็นราคา 5 ตำแหน่งทศนิยมแล้วนับผิด ทำให้คำนวณ Pips ผิดไป 10 เท่า เช่นคิดว่า 0.00001 เท่ากับ 1 Pips ทั้งที่จริงอาจเป็นแค่ 0.1 Pips
คิดว่า Pips เท่ากับกำไรเสมอ
จริง ๆ แล้วจำนวน Pips ที่ได้ไม่ได้สะท้อนกำไรเป็นเงินจริงทั้งหมด ต้องดู lot size และมูลค่าต่อ Pips ประกอบด้วย
ไม่คำนึงถึง Spread
บางครั้งตั้งเป้าเก็บกำไรสั้นมาก เช่น 5 Pips แต่โดน Spread ไปแล้ว 2 Pips ทำให้การเทรดมีต้นทุนสูงเกินไปเมื่อเทียบกับผลตอบแทน
ใช้ Pips โดยไม่ผูกกับแผนความเสี่ยง
รู้ว่าออเดอร์วิ่งกี่ Pips อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องรู้ด้วยว่าถ้าเสียกี่ Pips จะคิดเป็นเงินเท่าไร และกระทบพอร์ตแค่ไหน
Pips คือเรื่องสำคัญเฉพาะ Forex หรือใช้กับตลาดอื่นด้วย
โดยทั่วไปคำว่า Pips จะถูกใช้มากที่สุดในตลาด Forex แต่ในบางแพลตฟอร์มหรือบางสินทรัพย์อื่นๆก็อาจใช้แนวคิดที่คล้ายกันในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคา เพียงแต่ชื่อเรียกและมาตรฐานอาจแตกต่างออกไป
สำหรับคนที่เน้นเทรดค่าเงิน การเข้าใจ Pips ถือว่าเป็นพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเรื่องซับซ้อนอื่น ๆ เช่น margin, leverage, position sizing หรือระบบบริหารความเสี่ยง
อธิบายง่ายๆ คือ ถ้ายังไม่เข้าใจว่า Pips คือ อะไร การอ่านบทวิเคราะห์หรือการวางแผนเทรดจะยากกว่าปกติ เพราะศัพท์อีกหลายคำจะต่อยอดมาจากแนวคิดนี้ทั้งนั้น
วิธีใช้ความเข้าใจเรื่อง Pips ให้เกิดประโยชน์จริงในการเทรด
รู้ทฤษฎีอย่างเดียวอาจยังไม่พอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือเอาไปใช้ให้ถูกจุด
ใช้คำนวณขนาดความเสี่ยงก่อนเข้าออเดอร์
ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง ควรถามตัวเองว่า
ถ้า Stop Loss อยู่ห่าง 20 Pips แล้วเราจะเสียเงินเท่าไร หรือถ้าเกินเงินที่รับได้ ให้ลด lot size ลง
ใช้เปรียบเทียบคุณภาพของแผนเทรด
เช่น แผนหนึ่งตั้ง Stop Loss 15 Pips เพื่อหวัง Take Profit 45 Pips
อีกแผนตั้ง Stop Loss 40 Pips เพื่อหวัง Take Profit 20 Pips
แม้ดูต่างกันไม่มาก แต่ในเชิงความคุ้มค่า แผนแรกอาจมีโครงสร้างที่ดีกว่า
ใช้วัดประสิทธิภาพระบบเทรด
เทรดเดอร์บางคนจะจดบันทึกผลการเทรดเป็นจำนวน Pips ที่ได้หรือเสียในวันนั้น เพื่อดูว่าระบบมีความสม่ำเสมอแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเทรดหลายคู่เงินในช่วงเวลาที่ต่างกันนั้นเอง
ถ้าอยากเริ่มเทรด ควรเข้าใจเรื่อง Pips ระดับไหน
สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องจำสูตรลึกทุกแบบตั้งแต่วันแรก แต่ควรรู้ขั้นต่ำดังนี้
- 1 Pips ของคู่เงินส่วนใหญ่อยู่ที่ 0.0001
- คู่เงิน JPY มักนับแตกต่างจากชาวบ้าน โดย 1 Pips จะอยู่ที่ 0.01
- Pips ใช้ในการคำนวณกำไร ขาดทุน และความเสี่ยง
- lot size มีผลต่อมูลค่าของ 1 Pips
- Spread ก็คืออีกต้นทุนหนึ่งที่วัดเป็น Pips ได้
ดังนั้นถ้าเข้าใจพื้นฐาน 5 ข้อนี้ได้จริง เวลาศึกษาเรื่องการเทรดจะต่อยอดได้ง่ายขึ้นมาก และจะลดความผิดพลาดจากการคำนวณแบบพื้นฐานไปได้เยอะเลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pips
มือใหม่ควรเข้าใจเรื่อง Pip มากแค่ไหนก่อนเริ่มเทรด?
สำหรับมือใหม่ อย่างน้อยควรรู้ว่า 1 Pip ของแต่ละคู่เงินอยู่ตรงไหน ใช้คำนวณกำไรขาดทุนอย่างไร และ lot size ส่งผลต่อมูลค่าของ Pip แบบไหน เพราะทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการเทรด
Pips กับ Pip ต่างกันไหม?
ทั้งสองคำคือคำเดียวกัน ต่างกันแค่รูปแบบการใช้คำในภาษาอังกฤษ โดย Pip ใช้เมื่อพูดถึงเอกพจน์ เช่น 1 Pip และ Pips ใช้เมื่อพูดถึงพหูพจน์ เช่น 10 Pips 20 Pips 100 Pips เป็นต้น
Spread เกี่ยวข้องกับ Pips หรือไม่?
เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะ Spread มักแสดงเป็น Pip เช่น Spread 1.5 Pips หมายความว่าคุณมีต้นทุนเริ่มต้นก่อนทำกำไรจริง ดังนั้นการเข้าใจเรื่อง Pip จะช่วยให้ประเมินต้นทุนการเทรดได้ชัดเจนขึ้น
วิธีดูว่า 1 Pip อยู่ตรงไหนของราคา ต้องดูอย่างไร?
ให้ดูตำแหน่งทศนิยมของคู่เงินนั้น ๆ ถ้าเป็นคู่เงินส่วนใหญ่ 1 pip จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 แต่ถ้าเป็นคู่เงินที่มี JPY จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 วิธีนี้ช่วยให้คำนวณการเคลื่อนไหวของราคาได้แม่นขึ้น
Pips ใช้คำนวณกำไรและขาดทุนได้อย่างไร?
จำนวน Pip ที่ราคาเคลื่อนไหวจะถูกนำไปคูณกับมูลค่าต่อ Pip ตามขนาด lot ที่ใช้เทรด จึงสามารถคำนวณได้ว่ากำไรหรือขาดทุนจริงเป็นเงินเท่าไร
สรุป Pips คืออะไรในแบบที่ควรจำให้ขึ้นใจ
สรุปให้สั้นและชัดเจนที่สุด Pips คือ หน่วยมาตรฐานที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด Forex โดยเป็นพื้นฐานสำคัญของการคำนวณกำไร ขาดทุน ต้นทุน และการบริหารความเสี่ยง
ดังนั้นถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเทรด การทำความเข้าใจเรื่อง Pips จึงไม่ได้เป็นแค่การรู้ศัพท์เทคนิคเพิ่มอีกคำ แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณอ่านตลาดได้ชัดขึ้น วาง Stop Loss และ Take Profit ได้เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงรู้ว่าความเสี่ยงที่กำลังรับอยู่คิดเป็นเงินจริงเท่าไร
เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ระยะสั้นหรือระยะยาว ความเข้าใจเรื่อง Pips คือฐานสำคัญที่ควรแม่นก่อนเสมอ เพราะยิ่งเข้าใจจุดเล็ก ๆ นี้มากเท่าไร การตัดสินใจในภาพรวมก็จะยิ่งมีเหตุผลและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการเทรดและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรดของแต่ละท่าน ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด





