รวมข่าวหุ้นวันนี้ 27 สิงหาคม 2569 AI เด่น แต่เงินเฟ้อยังกดตลาด

รวมข่าวหุ้นวันนี้ 27 สิงหาคม 2569 AI เด่น แต่เงินเฟ้อยังกดตลาด

By 3055 | GOC Prime Research Team27 AUG, 20264 views

ตลาดหุ้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ยังอยู่ท่ามกลางแรงดึงสองด้าน ระหว่างผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่สะท้อนว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ยังแข็งแกร่ง กับแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายของ Fed และทำให้ Bond Yield ปรับตัวขึ้น

รวมข่าวหุ้นวันนี้ จึงมีประเด็นสำคัญทั้ง NVIDIA (NVDA), Salesforce (CRM) และ CrowdStrike (CRWD) ซึ่งเพิ่งประกาศผลประกอบการ ขณะที่ฝั่งไทย SET ปิดวันที่ 26 สิงหาคมที่ 1,601.92 จุด เพิ่มขึ้น 5.91 จุด หรือประมาณ 0.37% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 71,659.69 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,911.75 ล้านบาท ส่วนต่างชาติขายสุทธิ 717.89 ล้านบาท

อีกปัจจัยที่ตลาดกำลังจับตาคือทิศทางดอกเบี้ย โดย PCE สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ กนง. ของไทยมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ส่งผลให้ภาพตลาดระยะสั้นยังไม่ใช่ Risk-on เต็มรูปแบบ แต่เป็นการเลือกลงทุนตามปัจจัยเฉพาะตัวของหุ้นมากขึ้น

เกิดอะไรขึ้นในตลาด

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดวันที่ 26 สิงหาคมค่อนข้างทรงตัวถึงอ่อนตัว หลังตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ออกมาสูงและทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขยับขึ้น โดย S&P 500 ลดลงไม่ถึง 0.1%, Dow Jones ลดลง 0.2% และ Nasdaq ลดลงประมาณ 0.1% ขณะที่ US Treasury Yield อายุ 10 ปีปรับขึ้นมาอยู่บริเวณ 4.65%

ในขณะเดียวกัน ตลาดได้รับข้อมูลบวกจากกลุ่มเทคโนโลยีหลัง NVIDIA, Salesforce และ CrowdStrike เปิดเผยผลประกอบการที่ยังสะท้อนการเติบโตของธุรกิจ AI, Data Center และ Cybersecurity อย่างต่อเนื่อง

ภาพดังกล่าวทำให้นักลงทุนต้องประเมินสองปัจจัยพร้อมกัน คือ “กำไรของหุ้นเทคยังโตได้เร็วแค่ไหน” และ “Fed จะจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดนานขึ้นหรือไม่”

ตัวเลขหรือเหตุการณ์สำคัญ

ข้อมูล Personal Consumption Expenditures หรือ PCE เดือนกรกฎาคมจาก Bureau of Economic Analysis ระบุว่า Headline PCE เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน Core PCE ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 3.3% YoY ขณะที่ทั้งสองดัชนีเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ Real GDP ไตรมาส 2 จากประมาณการครั้งที่สองขยายตัว 1.5% แบบ annualized เท่ากับประมาณการครั้งแรก และชะลอลงจาก 2.1% ในไตรมาสแรก

ตัวเลขชุดนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่เข้าสู่ภาวะหดตัว แต่เงินเฟ้อยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของ Fed

NVIDIA ยืนยันว่า AI Infrastructure ยังโตแรง

NVIDIA รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ที่ 96.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 106% YoY โดยรายได้ Data Center ทำสถิติที่ 89.0 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 117% YoY

กำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 2.22 ดอลลาร์ และ Gross Margin อยู่ที่ 75%

ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานสำคัญว่าความต้องการ Compute สำหรับ AI ยังไม่ได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ และการลงทุนของ Data Center รวมถึง AI infrastructure ยังคงเป็นหนึ่งใน Growth Driver ที่สำคัญที่สุดของตลาดเทคโนโลยี

ในเชิงวิเคราะห์ ข่าวนี้อาจเป็นบวกต่อหุ้นที่อยู่ในห่วงโซ่ AI ไม่ว่าจะเป็น Semiconductor, Networking, Optical Interconnect และ Data Center Infrastructure แต่ความเสี่ยงสำคัญคือราคาหุ้นในกลุ่มนี้สะท้อนความคาดหวังด้านการเติบโตไว้สูงแล้ว หากอัตราการเติบโตหรือ Margin เริ่มชะลอตัว ตลาดอาจตอบสนองค่อนข้างรุนแรง

Salesforce ชี้ AI เริ่มเปลี่ยนเป็นรายได้จริง

Salesforce รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ที่ 11.345 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11% YoY ขณะที่ Current Remaining Performance Obligation หรือ cRPO เพิ่มขึ้น 14% เป็น 33.5 พันล้านดอลลาร์

จุดที่ตลาดให้ความสนใจมากคือ Agentforce และ Data 360 ARR ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 210% YoY แตะเกือบ 3.9 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Agentforce ARR เพียงอย่างเดียวสูงกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์

Salesforce ยังปรับเพิ่ม Guidance รายได้ทั้งปี FY2027 เป็นประมาณ 46.1–46.4 พันล้านดอลลาร์

ในมุมของตลาด นี่เป็นสัญญาณว่าบริษัท Software บางแห่งอาจไม่ได้เป็นเพียงผู้ถูก AI disrupt แต่สามารถนำ AI มาเปลี่ยนเป็นรายได้แบบ recurring revenue ได้จริง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องแยกการเติบโตจากธุรกิจเดิมออกจากผลของการเข้าซื้อกิจการ โดย Salesforce ระบุว่ารายได้ Subscription and Support ในไตรมาสดังกล่าวมีรายได้จาก Informatica รวมอยู่ประมาณ 440 ล้านดอลลาร์

CrowdStrike โตต่อ รับธีม Cybersecurity และ AI

CrowdStrike รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% YoY ขณะที่ Subscription Revenue เพิ่มขึ้น 27%

Annual Recurring Revenue หรือ ARR เพิ่มขึ้น 25% เป็น 5.84 พันล้านดอลลาร์ และ Net New ARR อยู่ที่ประมาณ 333 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 51% YoY

บริษัทสร้าง Free Cash Flow ได้ 377 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสดังกล่าว และปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของ Net New ARR ทั้งปี

ในเชิงวิเคราะห์ ผลประกอบการของ CrowdStrike สนับสนุนมุมมองว่าการขยายตัวของ AI Infrastructure อาจทำให้ความต้องการระบบ Cybersecurity เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากองค์กรต้องปกป้องทั้ง Cloud, Identity, Endpoint และระบบที่เกี่ยวข้องกับ AI agents

อย่างไรก็ตาม หุ้น Cybersecurity ยังมีความเสี่ยงจาก Valuation ที่สูง การแข่งขันจากบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Microsoft และการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมที่รุนแรง

ตลาดตอบสนองต่อข่าวอย่างไร

ภาพรวมตลาดสหรัฐฯ ก่อนรับรู้ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังค่อนข้างระมัดระวัง เนื่องจากตัวเลข PCE ที่ 3.7% YoY สูงกว่าระดับเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวของ Fed ที่ 2% และ Bond Yield ที่ปรับตัวขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อหุ้น Growth

ในทางกลับกัน ผลประกอบการของ NVIDIA, Salesforce และ CrowdStrike สะท้อนว่ารายได้จาก AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังมี Momentum สูง ทำให้ตลาดมีโอกาสเกิดลักษณะ “Stock Picking” มากกว่าการปรับขึ้นพร้อมกันทั้งตลาด

สำหรับหุ้นไทย SET มีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันช่วยพยุงตลาด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ จึงยังไม่สามารถตีความได้ว่ากระแสเงินทุนต่างชาติกลับมาเป็นบวกอย่างชัดเจน

หุ้นไทย BGRIM, TISCO และ TACC มีปัจจัยเฉพาะตัว

BGRIM ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาจากธีม Data Center และความต้องการพลังงานสำหรับ AI โดยบทวิเคราะห์ล่าสุดของ InnovestX ระบุว่าโอกาสระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัทได้รับแรงสนับสนุนจาก Direct PPA และ Data Center อย่างไรก็ตาม ยังควรแยกธีมการลงทุนออกจากรายได้ที่เกิดขึ้นจริง เพราะโครงการใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนเป็นกำไร

TISCO มีปัจจัยสนับสนุนจากการประกาศปันผลระหว่างกาล 2.00 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้น XD วันที่ 7 กันยายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 กันยายน 2569

ด้าน TACC มีข่าวการจัดตั้งบริษัท TACC Plus ซึ่งบริษัทถือหุ้น 79.98% ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อเข้าสู่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายน้ำดื่มและเครื่องดื่ม โดยมีเป้าหมายเริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2569

สำหรับ TACC ประเด็นสำคัญหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงการเริ่มธุรกิจใหม่ แต่ต้องติดตามว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจริงมีขนาดมากพอที่จะส่งผลต่อกำไรของบริษัทหรือไม่

กนง.คงดอกเบี้ย 1.00% ส่งผลต่อหุ้นไทยอย่างไร

คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI แต่การเติบโตโดยรวมยังต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว และต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อของ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง

สำหรับกลุ่มธนาคารและการเงิน การไม่ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมช่วยลดความกังวลเรื่องแรงกดดันต่อผลตอบแทนของสินทรัพย์ในระยะสั้น แต่ปัจจัยสำคัญกว่ายังคงเป็น Loan Growth, NPL และ Credit Cost

ข่าวนี้ส่งผลต่อ Forex อย่างไร

เงินเฟ้อ PCE ที่ยังอยู่สูงสามารถส่งผลต่อ Forex ผ่านการคาดการณ์นโยบายของ Fed หากตลาดให้น้ำหนักว่า Fed จำเป็นต้องคงดอกเบี้ยสูงหรืออาจใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้น US Treasury Yield และดอลลาร์มีโอกาสได้รับแรงสนับสนุน

ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปเริ่มอ่อนแอลงมาก ตลาดอาจกลับไปให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้าน Growth และลดการคาดการณ์ดอกเบี้ย ซึ่งจะเปลี่ยนทิศทางของ DXY และคู่เงินหลักได้

ธนาคารแห่งประเทศไทยเองระบุว่าเงินบาทมีความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์ทิศทางนโยบาย Fed

คู่เงินที่ควรจับตา

EUR/USD และ GBP/USD มีความอ่อนไหวต่อทิศทาง Dollar Index และ US Treasury Yield โดยเฉพาะหากตลาดปรับคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ย Fed

USD/JPY ควรจับตาความแตกต่างระหว่าง Bond Yield สหรัฐฯ กับญี่ปุ่น เพราะ Yield สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงสนับสนุนต่อดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยน

USD/THB มีปัจจัยเพิ่มเติมจากการคงดอกเบี้ยของ กนง. ที่ 1.00% และกระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดไทย

XAU/USD หรือราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันหาก Real Yield และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่ยังสามารถได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น

นักลงทุนควรจับตาอะไรต่อ

ปัจจัยสำคัญลำดับถัดไปคือถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่งาน Jackson Hole Economic Policy Symposium ซึ่งตามปฏิทินของ Federal Reserve มีกำหนดกล่าว Keynote Remarks เวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก

ตลาดจะจับน้ำเสียงว่า Fed ให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อที่ยังสูงมากกว่าความเสี่ยงจากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือไม่

อีกเหตุการณ์ที่ต้องติดตามคือผลประกอบการของ Marvell Technology (MRVL) ซึ่งมีกำหนด Conference Call วันที่ 27 สิงหาคม เวลา 13.45 น. Pacific Time โดยบริษัทเคยให้ Guidance รายได้ไตรมาส 2 FY2027 ไว้ที่ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ±5%

หลัง NVIDIA ยืนยันว่าความต้องการ AI Data Center ยังเติบโตสูง ตัวเลขของ Marvell จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินความต้องการ Custom Silicon, Networking และ Optical Infrastructure

สรุปแนวโน้มตลาด

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว: PCE สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 3.7% YoY และ Core PCE 3.3% YoY ขณะที่ GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.5% annualized ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพียงเล็กน้อย ขณะที่ Bond Yield เพิ่มขึ้น ส่วน NVIDIA, Salesforce และ CrowdStrike รายงานผลประกอบการที่ยืนยันว่า AI, Data Center และ Cybersecurity ยังมีการเติบโตสูง

ฝั่งไทย SET ปิดเหนือ 1,600 จุดโดยสถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ ขณะที่ต่างชาติยังขายสุทธิ และ กนง. ตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 1.00%

สิ่งที่ตลาดกำลังคาดการณ์: นักลงทุนกำลังประเมินว่าเงินเฟ้อที่ยังสูงจะทำให้ Fed ต้องรักษานโยบายการเงินเข้มงวดนานเพียงใด และการเติบโตของกำไรจาก AI จะสามารถชดเชยแรงกดดันจาก Bond Yield และ Valuation ที่สูงได้หรือไม่

ดังนั้นภาพตลาดในระยะสั้นยังมีโอกาสผันผวนและเกิดการแยกตัวระหว่างหุ้นที่มี Earnings Growth รองรับกับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นจากธีมเพียงอย่างเดียว โดยจุดสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือ Jackson Hole, ทิศทาง US Treasury Yield, ค่าเงินดอลลาร์ และผลประกอบการของหุ้นในห่วงโซ่ AI

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์

Tags:ข่าวหุ้นข่าวหุ้นประจำวันข่าวเศรษฐกิจ