
ซื้อ Option ใน Dime คืออะไร เทรด Call-Put อย่างไรให้เข้าใจ
ซื้อ Option Dime คือทางเลือกเข้าถึง Call และ Put ของหุ้นสหรัฐฯ แต่ก่อนกดซื้อควรรู้ต้นทุนจริง จุดคุ้มทุน วันหมดอายุ และเงื่อนไขการใช้สิทธิให้ครบ
ซื้อ Option Dime คือการซื้อสิทธิ์ในออปชันหุ้นสหรัฐฯ ผ่านแอป Dime! โดยผู้ซื้อเลือกได้ว่าจะถือ Call Option เพื่อรับประโยชน์เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงปรับขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญา หรือถือ Put Option เพื่อรับประโยชน์เมื่อราคาปรับลง จุดที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มคือออปชันไม่ใช่การซื้อหุ้นตรง ๆ ราคาออปชันมีวันหมดอายุและสามารถสูญเสียมูลค่าได้แม้ทิศทางหุ้นจะเคลื่อนไปตามที่คาด หากจังหวะ เวลา และความผันผวนไม่เป็นใจ
บทความนี้จึงโฟกัสการใช้งานฟีเจอร์ออปชันของ Dime! ตั้งแต่การอ่าน Call-Put, Strike Price, Premium, Expiration, ขั้นตอนซื้อขาย ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงความเสี่ยง ไม่ลงรายละเอียดประวัติของแพลตฟอร์มหรือหัวข้อว่า Dime! คืออะไรในภาพรวม
Call Option และ Put Option ทำงานอย่างไร

แก่นของการซื้อ Option คือ “ซื้อสิทธิ์ ไม่ใช่ภาระผูกพัน” สำหรับ Long Call ผู้ซื้อมีสิทธิ์ซื้อหุ้นอ้างอิงที่ Strike Price ตามเงื่อนไขสัญญา ส่วน Long Put ให้สิทธิ์ขายหุ้นอ้างอิงที่ Strike Price โดย Dime! ระบุว่า 1 สัญญาออปชันหุ้นสหรัฐฯ โดยทั่วไปประกอบด้วยหุ้นอ้างอิง 100 หุ้น
เมื่อพูดว่า ซื้อ Option Dime คือการเปิดสถานะแบบ Long Call หรือ Long Put นักลงทุนจึงต้องคิดต้นทุนเป็น “Premium ต่อหุ้น × ตัวคูณสัญญา” ไม่ใช่ดูตัวเลข Premium บนหน้าจอแล้วคิดว่าเป็นต้นทุนทั้งสัญญาเสมอ
ตัวอย่าง Long Call
สมมติหุ้น ABC ราคา 100 ดอลลาร์ คุณซื้อ Call Strike 105 ดอลลาร์ Premium 2 ดอลลาร์ และ 1 สัญญาอ้างอิง 100 หุ้น
ต้นทุน Premium = 2 × 100 = 200 ดอลลาร์
จุดคุ้มทุน ณ วันหมดอายุแบบพื้นฐาน = Strike Price + Premium
= 105 + 2 = 107 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ถ้าหุ้นอยู่ที่ 115 ดอลลาร์ในวันหมดอายุ Intrinsic Value ของ Call = 115 - 105 = 10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือ 1,000 ดอลลาร์ต่อสัญญา ก่อนหัก Premium และค่าใช้จ่ายอื่น ผลกำไรเชิงทฤษฎีหลังหัก Premium = 1,000 - 200 = 800 ดอลลาร์
ตัวอย่าง Long Put
สมมติหุ้น XYZ ราคา 250 ดอลลาร์ คุณซื้อ Put Strike 245 ดอลลาร์ Premium 3 ดอลลาร์
ต้นทุน Premium = 3 × 100 = 300 ดอลลาร์
จุดคุ้มทุน ณ วันหมดอายุ = Strike Price - Premium
= 245 - 3 = 242 ดอลลาร์
ถ้าหุ้นอยู่ที่ 230 ดอลลาร์ Intrinsic Value = 245 - 230 = 15 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือ 1,500 ดอลลาร์ต่อสัญญา ก่อนหักต้นทุน Premium และค่าใช้จ่ายอื่น
ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่า ซื้อ Option Dime คือการคุม Exposure ด้วยเงิน Premium ที่ต่ำกว่าการซื้อหุ้น 100 หุ้นตรง ๆ ในหลายกรณี แต่ Leverage ทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นทำให้เปอร์เซ็นต์กำไรและขาดทุนแกว่งแรงขึ้นตามไปด้วย
Strike Price, Expiration และ Premium ต้องอ่านพร้อมกัน
การเลือกสัญญาออปชันไม่ควรดูเพียงว่าราคาถูกหรือแพง เพราะ Premium เป็นผลจากหลายองค์ประกอบ ได้แก่ ระยะห่างระหว่างราคาหุ้นกับ Strike Price, เวลาที่เหลือก่อนหมดอายุ, ความผันผวนคาดการณ์ และสภาพคล่องของสัญญา
ซื้อ Option Dime คือการเลือก “ชุดเงื่อนไข” มากกว่าการเลือกหุ้นหนึ่งตัว เพราะ Call ของหุ้นเดียวกันที่ Strike 100 หมดอายุสัปดาห์หน้า กับ Call Strike 110 หมดอายุอีกสามเดือน มีโครงสร้างความเสี่ยงต่างกันมาก สัญญาที่เหลือเวลาน้อยอาจมี Premium ต่ำกว่า แต่ Time Decay มักเร่งขึ้นเมื่อเข้าใกล้วันหมดอายุ ทำให้ผู้ซื้อเสียประโยชน์จากเวลาที่หายไปเร็วขึ้น
อีกคำที่ควรดูคือ Bid-Ask Spread หากสัญญามีสภาพคล่องต่ำ ช่องว่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายอาจกว้าง ต้นทุนแฝงจากการเข้าและออกจึงสูงขึ้น แม้ค่าคอมมิชชันจะดูต่ำก็ตาม
ขั้นตอนซื้อออปชันหุ้นสหรัฐฯ ใน Dime!

ตามคู่มือของ Dime! ผู้ใช้สามารถเข้าเมนูลงทุน เลือกหุ้นสหรัฐฯ ที่ต้องการ แล้วเปิดส่วนออปชัน จากนั้นเลือก Call Options หรือ Put Options เลือกวันหมดอายุ และเลือกสัญญาจาก Options Chain ก่อนตรวจรายละเอียดคำสั่งและยืนยันการซื้อ
ก่อนกดยืนยัน ให้เช็กอย่างน้อย 6 จุด: ชื่อหุ้นอ้างอิง, ประเภท Call หรือ Put, Strike Price, Expiration Date, จำนวนสัญญา และราคาที่ต้องจ่ายต่อสัญญา การที่หน้าจอแสดงสัญญาตัวอย่างหรือสัญญาที่ระบบจัดกลุ่มเพื่อให้เลือกง่าย ไม่ได้หมายความว่าสัญญานั้นเหมาะกับเป้าหมายของทุกคน
สำหรับผู้เริ่มต้น ซื้อ Option Dime คือจุดที่ควรเปลี่ยนจากคำถาม “ตัวไหนกำไรเยอะ” เป็น “ถ้าผิดทางเสียสูงสุดเท่าไร ต้องให้หุ้นเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน และเหลือเวลากี่วัน” เพราะสามคำถามนี้สัมพันธ์กับความเสี่ยงจริงมากกว่าการมองผลตอบแทนสูงสุดเพียงด้านเดียว
ค่าธรรมเนียมซื้อขาย Option ใน Dime! มีอะไรบ้าง
ข้อมูลค่าธรรมเนียมบนหน้า Dime! ที่ตรวจสอบ ณ 27 สิงหาคม 2026 ระบุว่ารายการแรกของแต่ละเดือนมีค่าคอมมิชชัน 0 ดอลลาร์ โดยนับสิทธิร่วมกับหุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ และออปชันหุ้นสหรัฐฯ ส่วนรายการออปชันถัดไปคิดค่าคอมมิชชัน 0.55 ดอลลาร์ต่อสัญญา
นอกจากค่าคอมมิชชันยังมีค่าธรรมเนียมตามตลาดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ารายงานคำสั่งซื้อขาย 0.0000265 ดอลลาร์ต่อหุ้น ค่าธรรมเนียมการเคลียร์ออปชัน 0.025 ดอลลาร์ต่อสัญญา สูงสุด 55 ดอลลาร์ต่อคำสั่ง ค่าธรรมเนียมกำกับดูแลออปชัน 0.02295 ดอลลาร์ต่อสัญญา และค่าธรรมเนียมกิจกรรมการขาย 0.00329 ดอลลาร์ต่อสัญญาสำหรับฝั่งขาย อัตราเหล่านี้เปลี่ยนได้ จึงควรตรวจหน้าค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนส่งคำสั่งจริง
สิ่งสำคัญคือ “ฟรีค่าคอมมิชชัน” ไม่ได้แปลว่าทุกค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์เสมอ และค่าธรรมเนียมต่อสัญญาจะมีผลมากขึ้นเมื่อซื้อหลายสัญญาหรือเทรดถี่
ใช้สิทธิ์ก่อนหมดอายุและวันหมดอายุเกิดอะไรขึ้น

อีกเรื่องที่ทำให้ ซื้อ Option Dime คือหัวข้อที่ต้องอ่านเงื่อนไขแพลตฟอร์มให้ครบคือการใช้สิทธิ์ Dime! ระบุว่าผู้ถือสามารถตัดสินใจใช้สิทธิ์ด้วยตนเองก่อนหมดอายุได้ และเมื่อสัญญาหมดอายุ ระบบจะพิจารณาสถานะของออปชัน
สำหรับ Long Call ที่อยู่ In-the-Money ระบบจะใช้สิทธิ์อัตโนมัติเมื่อมีเงินดอลลาร์ในบัญชี Dime! USD เพียงพอสำหรับซื้อหุ้นอ้างอิง ส่วน Long Put ที่อยู่ In-the-Money ต้องมีหุ้นอ้างอิงเพียงพอสำหรับการใช้สิทธิ์ขาย
หากเงินหรือหุ้นไม่เพียงพอ Dime! ระบุว่าระบบจะพยายามส่งคำสั่งขายออปชันในตลาดโดยอัตโนมัติ 1 ชั่วโมงก่อนหมดอายุ แต่การขายไม่รับประกันว่าจะสำเร็จ หากขายไม่ได้ สัญญาอาจหมดอายุโดยไม่มีมูลค่า จึงไม่ควรปล่อยสัญญาใกล้หมดอายุโดยไม่รู้สถานะเงิน หุ้น และแผนจัดการล่วงหน้า
ความเสี่ยงหลักของผู้ซื้อ Option
สำหรับ Long Call และ Long Put ความเสียหายสูงสุดเชิงโครงสร้างจากตัวสัญญาคือ Premium ที่จ่าย หากปล่อยให้สัญญาหมดค่า แต่คำว่า “ขาดทุนจำกัด” ไม่ได้แปลว่าเสี่ยงต่ำ เพราะ Premium สามารถลดลง 50-100% ในช่วงเวลาสั้นได้
ความเสี่ยงสำคัญมีอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่ Direction Risk คาดทิศทางผิด, Time Decay ราคาหุ้นไปทางที่คาดแต่ช้าเกินไป, Volatility Risk ความผันผวนคาดการณ์ลดทำให้ Premium หด, Liquidity Risk สัญญาซื้อขายบางและ Spread กว้าง และ Expiration Risk จัดการเงินหรือหุ้นไม่พร้อมเมื่อใกล้หมดอายุ
ซื้อ Option Dime คือเครื่องมือที่ควรใช้เงินซึ่งกำหนดความเสียหายสูงสุดได้ตั้งแต่ต้น หาก 1 สัญญามี Premium 250 ดอลลาร์และคุณรับการขาดทุน 250 ดอลลาร์ไม่ได้ การลดจำนวนสัญญาอาจทำไม่ได้เพราะขั้นต่ำคือจำนวนเต็ม 1 สัญญา ทางเลือกจึงอาจเป็นเลือกสัญญาที่ต้นทุนเหมาะกว่า หรือไม่เปิดสถานะนั้น
เลือก Call-Put อย่างไรให้เข้ากับมุมมองตลาด
ถ้ามอง Bullish การซื้อ Call เป็นโครงสร้างตรงที่สุด แต่ต้องตอบต่อว่า “ขึ้นเท่าไร ภายในเมื่อไร” เพราะแค่หุ้นขึ้นเล็กน้อยอาจไม่พอชดเชย Premium และ Time Decay ถ้ามอง Bearish การซื้อ Put ก็ต้องคิดแบบเดียวกัน
นอกจากทิศทาง ควรดู Catalyst เช่น งบการเงิน การประกาศผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลเศรษฐกิจ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้ Implied Volatility สูงก่อนข่าวและลดลงหลังข่าว แม้ราคาหุ้นไปทางที่คาด ผู้ซื้ออาจเจอ Volatility Crush ได้
ดังนั้น ซื้อ Option Dime คือการวางเดิมพันพร้อมกันอย่างน้อยสามมิติ ได้แก่ ทิศทาง ขนาดการเคลื่อนไหว และเวลา การเข้าใจทั้งสามมิติก่อนเปิดสถานะทำให้การเลือก Strike และ Expiration มีเหตุผลมากกว่าการเลือกจาก Premium ที่ถูกที่สุด
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนจริงก่อนซื้อ
สมมติซื้อ Call Premium 1.20 ดอลลาร์ จำนวน 2 สัญญา
Premium = 1.20 × 100 × 2 = 240 ดอลลาร์
Commission = 0.55 × 2 = 1.10 ดอลลาร์ หากไม่ใช่รายการฟรีประจำเดือน
บวกค่าธรรมเนียมตลาดและกำกับดูแลตามอัตราที่ใช้กับคำสั่งนั้น
เงินที่ควรเตรียมจึงมากกว่า 240 ดอลลาร์เล็กน้อย และเมื่อขายปิดสถานะยังมีค่าใช้จ่ายฝั่งขายบางรายการอีก การคำนวณต้นทุนแบบครบช่วยให้จุดคุ้มทุนเชิงปฏิบัติสูงกว่าสูตร Strike + Premium หรือ Strike - Premium เล็กน้อย
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรดของแต่ละท่าน ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซื้อ option dime คือ
Dime! มีออปชันประเภทใดให้ซื้อ
Dime! ให้เข้าถึงออปชันหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง Call และ Put โดยเลือกสัญญาจาก Options Chain ตามหุ้นอ้างอิง Strike และวันหมดอายุที่มีให้ซื้อขาย
1 สัญญา Option เท่ากับกี่หุ้น
คู่มือ Dime! ระบุว่า 1 สัญญาออปชันหุ้นสหรัฐฯ ประกอบด้วยหุ้นอ้างอิง 100 หุ้น
ซื้อ Option แล้วขาดทุนได้สูงสุดเท่าไร
สำหรับผู้ซื้อ Long Call หรือ Long Put ความเสียหายสูงสุดของตัวสัญญาคือ Premium ที่จ่าย หากสัญญาหมดค่า โดยยังต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
ถ้า Option In-the-Money ตอนหมดอายุจะเกิดอะไรขึ้น
ระบบอาจใช้สิทธิ์อัตโนมัติเมื่อมีเงินหรือหุ้นอ้างอิงเพียงพอตามประเภทสัญญา หากไม่พอ ระบบอาจพยายามขายสัญญาก่อนหมดอายุตามเงื่อนไขของ Dime!
ซื้อ option dime คือเหมาะกับมือใหม่หรือไม่
ใช้ได้เมื่อเข้าใจ Premium, Strike, Expiration และความเสี่ยงครบ แต่ผู้เริ่มต้นควรกำหนดขนาดเงินที่ยอมเสียทั้งหมดได้และหลีกเลี่ยงการเลือกสัญญาเพราะเห็น Premium ต่ำเพียงอย่างเดียว



