รวมข่าวหุ้นวันนี้ 24 กันยายน 2569 Bond Yield พุ่ง หุ้นสหรัฐเผชิญแรงกดดัน

รวมข่าวหุ้นวันนี้ 24 กันยายน 2569 Bond Yield พุ่ง หุ้นสหรัฐเผชิญแรงกดดัน

By 3055 | GOC Prime Research Team24 SEP, 20264 views

รวมข่าวหุ้นวันนี้ 24 กันยายน 2569 ตลาดการเงินกลับมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ หลังข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจออกมาแข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury Yield) ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างแรงกดดันต่อหุ้นโดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดวันที่ 23 กันยายนในแดนลบ โดย S&P 500 ลดลง 0.75% สู่ 7,706.03 จุด, Nasdaq Composite ลดลง 1.13% สู่ 26,936.04 จุด และ Dow Jones ลดลง 0.68% สู่ 51,511.59 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007

แรงกดดันยังต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงก่อนเปิดตลาดวันที่ 24 กันยายน โดยฟิวเจอร์สดัชนีหลักของสหรัฐปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเฟ้อและ Bond Yield ที่สูงอาจทำให้ภาวะการเงินตึงตัวต่อไป

เกิดอะไรขึ้นในตลาด

ปัจจัยสำคัญมาจากข้อมูล Flash PMI เดือนกันยายนของสหรัฐ ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง

S&P Global รายงานว่า Flash US Composite PMI Output Index เพิ่มจาก 56.0 ในเดือนสิงหาคมเป็น 58.4 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี

ในอีกด้านหนึ่ง ต้นทุนของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยมีราคาพลังงานและข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันดังกล่าว ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังไม่คลี่คลายง่าย ๆ

ตัวเลขหรือเหตุการณ์สำคัญ

ข้อเท็จจริง: Composite PMI สหรัฐเดือนกันยายนอยู่ที่ 58.4 เทียบกับ 56.0 ในเดือนสิงหาคม และ S&P Global ระบุว่าข้อมูลด้านกิจกรรม การจ้างงาน และต้นทุนรวมกันส่งสัญญาณในเชิง Hawkish ต่อแนวโน้มดอกเบี้ย

ตลาดพันธบัตรตอบสนองอย่างชัดเจน โดยผลตอบแทน Treasury อายุ 10 ปีขึ้นไปบริเวณ 5.1% ขณะที่ผลตอบแทนอายุ 2 ปีขึ้นใกล้ 4.9% หลังการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ

การวิเคราะห์: เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งตามปกติเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัท แต่เมื่อมาพร้อมแรงกดดันด้านต้นทุน ตลาดอาจตีความว่า Fed มีพื้นที่ในการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป จึงกลายเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย

ตลาดตอบสนองต่อข่าวอย่างไร

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของ Bond Yield โดย Nasdaq ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูงลดลงมากกว่า Dow Jones ในการซื้อขายวันที่ 23 กันยายน

หุ้นอย่าง Alphabet และ Amazon เป็นหนึ่งในแรงกดดันต่อตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ Reuters รายงานว่าราคาน้ำมันปรับขึ้นเกือบ 4% ในวันดังกล่าว ท่ามกลางความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน

สำหรับตลาด Forex ดอลลาร์ได้รับแรงสนับสนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับนโยบาย Fed และระดับ Bond Yield ที่สูง โดยข้อมูลล่าสุดก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า Dollar Index เคยขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์

การวิเคราะห์: หาก Yield ระยะยาวทรงตัวในระดับสูง หุ้น Growth และหุ้นเทคโนโลยีมีโอกาสเผชิญแรงกดดันด้าน Valuation มากกว่าหุ้นบางกลุ่ม เนื่องจากอัตราคิดลดของกระแสเงินสดในอนาคตสูงขึ้น

ข่าวนี้ส่งผลต่อ Forex อย่างไร

ความแตกต่างของแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินระหว่างประเทศกำลังกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด Forex

ฝั่งสหรัฐ ข้อมูล PMI ที่แข็งแกร่งและแรงกดดันด้านราคาช่วยสนับสนุนมุมมองเชิง Hawkish ขณะที่ Flash PMI ของสหราชอาณาจักรลดลงจาก 52.5 เป็น 51.7 ในเดือนกันยายน สะท้อนการเติบโตที่ค่อนข้างอ่อนแอกว่า

ด้านญี่ปุ่น Flash Composite PMI เดือนกันยายนอยู่ที่ 52.5 แม้ลดลงจาก 53.5 ในเดือนก่อน แต่แรงกดดันด้านราคายังคงสูง ซึ่งทำให้ตลาดยังต้องติดตามแนวโน้มนโยบายของ Bank of Japan อย่างใกล้ชิด

คู่เงินที่ควรจับตา

EUR/USD: ต้องจับตาความแตกต่างระหว่างแนวโน้ม Fed และ ECB แม้เศรษฐกิจยูโรโซนมีสัญญาณดีขึ้น โดย Flash PMI เดือนกันยายนสะท้อนการเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023

GBP/USD: มีความอ่อนไหวต่อส่วนต่างแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและอังกฤษ หลัง PMI อังกฤษสะท้อนทั้งการเติบโตที่ชะลอลงและแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

USD/JPY: เป็นอีกคู่เงินสำคัญ เนื่องจากทั้ง Fed และ BOJ เผชิญข้อมูลที่อาจสนับสนุนนโยบายการเงินเข้มงวด แต่ระดับและจังหวะของนโยบายแตกต่างกัน

XAU/USD: ทองคำต้องเผชิญแรงดึงสองด้าน โดย Yield และดอลลาร์ที่สูงสามารถเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทอง แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสามารถช่วยพยุงความต้องการทองได้เช่นกัน

นักลงทุนควรจับตาอะไรต่อ

ตลาดในวันที่ 24–25 กันยายนมีปัจจัยสำคัญหลายรายการ ตามปฏิทินเศรษฐกิจของ Federal Reserve Bank of New York วันที่ 24 กันยายนมีกำหนดประกาศ Initial Jobless Claims และ New Residential Sales ส่วนวันที่ 25 กันยายนมีกำหนดประกาศ Advance Durable Goods และผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค Michigan ฉบับสุดท้าย

นอกจากนี้ ตลาดกำลังติดตามพัฒนาการด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจากการพบกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในวันที่ 24 กันยายน โดยประเด็นดังกล่าวอาจกระทบความเชื่อมั่นของตลาด ขึ้นอยู่กับรายละเอียดและผลลัพธ์ที่มีการประกาศออกมา

สำหรับ Trader จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าข้อมูลเศรษฐกิจ “ดีหรือแย่” แต่ต้องดูว่าข้อมูลใหม่ทำให้ตลาดปรับคาดการณ์เกี่ยวกับ Fed, เงินเฟ้อ และ Bond Yield อย่างไร

สรุปแนวโน้มตลาด

สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว: ข้อมูล Flash PMI สหรัฐเดือนกันยายนแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น Bond Yield สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันที่ 23 กันยายน โดย Nasdaq เผชิญแรงกดดันมากกว่าดัชนีหลักอื่น

สิ่งที่ตลาดกำลังคาดการณ์: นักลงทุนกำลังประเมินว่าความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อจะทำให้ Fed ต้องคงท่าทีเข้มงวดเพียงใด ขณะเดียวกันยังจับตาราคาพลังงาน ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

หาก Bond Yield ยังคงอยู่ในระดับสูง หุ้น Growth และเทคโนโลยีอาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ขณะที่ดอลลาร์อาจได้รับแรงสนับสนุน แต่หากข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อหรือ Yield เริ่มปรับลง ภาพดังกล่าวก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวก่อนหน้าคลิ๊ก >>>>>

Tags:bond yielddow jonesfedforexnasdaqpmis&p 500ข่าวหุ้นวันนี้ดอลลาร์ราคาทองคำหุ้นสหรัฐ