เลเวอเรจ 1:100 คือ

เลเวอเรจ 1:100 คืออะไร? ใช้ผิดนิดเดียว เงินหายเร็วกว่าที่คิด

เลเวอเรจ 1:100 คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนจริงได้ 100 เท่า พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมีเงิน 1 ดอลลาร์ คุณอาจควบคุมมูลค่าการเทรดได้ถึง 100 ดอลลาร์ หรือถ้ามีเงิน 100 ดอลลาร์ ก็อาจเปิดสถานะได้เทียบเท่า 10,000 ดอลลาร์ ฟังดูน่าสนใจมาก เพราะใช้เงินน้อยแต่ได้ขนาดออเดอร์ใหญ่ขึ้น แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ เลเวอเรจไม่ได้ขยายแค่โอกาสทำกำไรเท่านั้น มันขยาย “โอกาสขาดทุน” ให้แรงขึ้นด้วยเช่นกัน แนวคิดนี้ตรงกับหลักการทั่วไปของ leverage ที่ทำให้ผู้เทรดควบคุมสถานะที่ใหญ่กว่าเงินทุนจริง โดยอัตรา 1:100 หมายถึงควบคุมมูลค่าได้ 100 ต่อเงินทุน 1 ส่วน

เลเวอเรจคืออะไร ทำไมถึงมีคนใช้เยอะ?

เลเวอเรจ 1:100 คือ

ก่อนจะเข้าใจว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ อะไรแบบลึกขึ้น เราต้องเริ่มจากคำว่า “เลเวอเรจ” ก่อน เลเวอเรจคือการใช้เงินทุนจำนวนน้อยเพื่อควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินของตัวเอง โดยมักพบในตลาด Forex, CFD, Futures, ทองคำ และสินทรัพย์อนุพันธ์บางประเภท

เหตุผลที่คนใช้เลเวอเรจเยอะ เพราะมันทำให้คนที่มีเงินทุนไม่มากสามารถเข้าไปเทรดในตลาดที่มีมูลค่าต่อสัญญาสูงได้ เช่น ตลาด Forex ที่การเคลื่อนไหวของราคาต่อครั้งอาจดูเล็กมาก หากไม่มีเลเวอเรจ เทรดเดอร์รายย่อยอาจต้องใช้เงินทุนสูงมากเพื่อให้กำไรต่อการเคลื่อนไหวของราคามีความหมาย

แต่ข้อดีนี้มาพร้อมกับข้อเสียที่ต้องระวัง เพราะเมื่อมูลค่าออเดอร์ใหญ่ขึ้น กำไรและขาดทุนก็จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วย หน่วยงานด้านการลงทุนอย่าง SEC อธิบายว่ากลยุทธ์ที่ใช้ leverage มีเป้าหมายเพื่อขยายผลตอบแทน แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากเช่นกัน

เลเวอเรจ 1:100 คืออะไรแบบเข้าใจง่าย?

เลเวอเรจ 1:100 คือ อัตราทดที่ทำให้เงินทุนของคุณมี “กำลังซื้อ” มากขึ้น 100 เท่า ตัวอย่างเช่น

ถ้าคุณมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ และใช้เลเวอเรจ 1:100 คุณจะสามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงสุดตามทฤษฎีได้ถึง 100,000 ดอลลาร์

สูตรง่าย ๆ คือ:

มูลค่าออเดอร์ที่ควบคุมได้ = เงินทุนหรือ Margin × อัตราเลเวอเรจ

ดังนั้น ถ้าใช้เงินวางหลักประกัน 100 ดอลลาร์ กับเลเวอเรจ 1:100 คุณจะควบคุมออเดอร์ได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ควบคุมได้” ไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ให้เงินคุณฟรี ๆ และไม่ได้แปลว่าคุณจะเสี่ยงแค่เงินหลักประกันเล็กน้อยเสมอไป เพราะเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง ขาดทุนจะถูกคำนวณจากขนาดออเดอร์เต็ม ไม่ใช่จากเงินทุนเล็ก ๆ ที่คุณวางไว้เท่านั้น

ตัวอย่างคำนวณ เลเวอเรจ 1:100 ใช้เงินจริงเท่าไหร่?

สมมติว่าคุณต้องการเปิดออเดอร์มูลค่า 10,000 ดอลลาร์ และใช้เลเวอเรจ 1:100

เงินที่ต้องใช้เป็นหลักประกัน หรือ Margin จะคำนวณได้แบบนี้:

Margin = มูลค่าออเดอร์ ÷ อัตราเลเวอเรจ

ดังนั้น

10,000 ÷ 100 = 100 ดอลลาร์

แปลว่า คุณใช้เงินหลักประกันประมาณ 100 ดอลลาร์ เพื่อเปิดออเดอร์มูลค่า 10,000 ดอลลาร์ได้

นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ เครื่องมือที่น่าสนใจ เพราะเงินทุนไม่เยอะก็เปิดสถานะใหญ่ได้ แต่ในมุมกลับกัน ถ้าราคาเคลื่อนไหวสวนทางเพียงเล็กน้อย ผลขาดทุนก็อาจกินเงินในพอร์ตเร็วมาก

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปิดออเดอร์ 10,000 ดอลลาร์ แล้วราคาขยับสวนทาง 1% มูลค่าความเสียหายคือประมาณ 100 ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับ Margin ที่คุณใช้เปิดออเดอร์พอดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเลเวอเรจสูงจึงต้องใช้คู่กับการบริหารความเสี่ยงเสมอ

เลเวอเรจ 1:100 เสี่ยงแค่ไหน?

ถ้าถามว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ ระดับที่เสี่ยงไหม คำตอบคือ “เสี่ยงค่อนข้างสูง” โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจเรื่อง Margin, Stop Loss, Lot Size และการคำนวณความเสี่ยงต่อออเดอร์

ความเสี่ยงหลักของเลเวอเรจสูงคือ ราคาสวนทางไม่ต้องเยอะก็ทำให้พอร์ตเสียหายหนักได้ เพราะออเดอร์ที่คุณเปิดมีขนาดใหญ่กว่าเงินทุนจริงมาก หากคุณไม่มีแผนตัดขาดทุน การแกว่งของราคาในช่วงข่าวแรง ๆ หรือช่วงตลาดผันผวน อาจทำให้พอร์ตถูกบังคับปิดสถานะได้อย่างรวดเร็ว

CFTC ระบุว่าการซื้อขาย Forex สำหรับรายย่อยมีความเสี่ยงสูง และผู้ลงทุนควรเข้าใจลักษณะของตลาดก่อนเข้าร่วม ขณะที่เอกสารความรู้จาก NFA ที่เผยแพร่ผ่าน Nasdaq ระบุว่า retail off-exchange forex มีความเสี่ยงสูง อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน และผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือมากกว่านั้นได้ในบางกรณี

ข้อดีของการใช้เลเวอเรจ 1:100

ถึงแม้เลเวอเรจจะมีความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรใช้เลย ประเด็นสำคัญคือ ต้องใช้ให้เข้าใจและเหมาะกับแผนเทรดของตัวเอง

1. ใช้เงินทุนน้อยลง

ข้อดีแรกของ เลเวอเรจ 1:100 คือ ช่วยให้เทรดเดอร์ไม่ต้องใช้เงินเต็มจำนวนในการเปิดออเดอร์ เช่น หากต้องการควบคุมออเดอร์มูลค่า 10,000 ดอลลาร์ อาจใช้ Margin เพียงประมาณ 100 ดอลลาร์เท่านั้น

สำหรับคนที่มีเงินทุนจำกัด เลเวอเรจช่วยให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น แต่ต้องจำไว้ว่า เงินที่ใช้น้อยลงไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงน้อยลง เพราะความเสี่ยงยังผูกกับขนาดออเดอร์จริง

 2. เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนเทรด

เลเวอเรจช่วยให้เทรดเดอร์จัดสรรเงินทุนได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ไม่ต้องนำเงินทั้งหมดไปผูกกับออเดอร์เดียว สามารถเหลือเงินไว้รองรับการแกว่งของราคา หรือใช้สำหรับแผนอื่นได้

แต่ความยืดหยุ่นนี้จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุณไม่เปิด Lot ใหญ่เกินไป ถ้าใช้เลเวอเรจสูงแล้วเปิดออเดอร์เต็มกำลังซื้อ พอร์ตจะรับความผันผวนได้น้อยมาก

 3. เหมาะกับตลาดที่ราคาเคลื่อนไหวเป็นเปอร์เซ็นต์เล็ก ๆ

ในตลาด Forex ราคามักเคลื่อนไหวเป็นหน่วยย่อยมาก การมีเลเวอเรจจึงช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของราคาสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่ขาดทุนจะชัดเจนขึ้นเช่นกัน

ข้อเสียของเลเวอเรจ 1:100 ที่มือใหม่ต้องรู้

1. ขาดทุนเร็วมากถ้าเปิด Lot ใหญ่

ปัญหาที่พบบ่อยคือ มือใหม่เห็นว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ โอกาสทำกำไรเร็ว จึงเปิด Lot ใหญ่เกินเงินทุน พอราคาวิ่งผิดทางเพียงนิดเดียว พอร์ตเสียหายหนักทันที

ตัวอย่างเช่น มีเงิน 100 ดอลลาร์ แต่เปิดออเดอร์ใหญ่จนการแกว่งของราคาเล็กน้อยทำให้ขาดทุน 20-30 ดอลลาร์ในเวลาไม่นาน แบบนี้ความเสี่ยงต่อพอร์ตสูงเกินไปมาก เพราะขาดทุนไม่กี่ครั้งก็อาจทำให้เงินทุนหายไปเกือบหมด

2. เสี่ยงโดน Margin Call หรือ Stop Out

Margin Call คือสถานการณ์ที่เงินในบัญชีไม่เพียงพอต่อการรักษาสถานะที่เปิดไว้ ส่วน Stop Out คือการที่ระบบของโบรกเกอร์บังคับปิดออเดอร์บางส่วนหรือทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ

ในมุมของการใช้บัญชี Margin โดยทั่วไป SEC เตือนว่า นักลงทุนอาจสูญเสียเงินมากกว่าเงินที่ลงทุน ต้องเติมเงินเพิ่มในเวลาสั้น ๆ หรือถูกโบรกเกอร์ขายสินทรัพย์โดยไม่ต้องปรึกษาก่อนเพื่อชำระหนี้จากบัญชี Margin ได้

3. ทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินจริง

เลเวอเรจสูงมักทำให้คนรู้สึกว่า “ใช้เงินนิดเดียวเอง” แต่จริง ๆ แล้วคุณกำลังควบคุมออเดอร์ที่ใหญ่กว่านั้นมาก ความรู้สึกนี้อันตราย เพราะอาจทำให้คุณเปิดออเดอร์บ่อยขึ้น ใหญ่ขึ้น และไม่ยอมตัดขาดทุน

Margin กับ Leverage ต่างกันอย่างไร?

เลเวอเรจ 1:100 คือ

หลายคนสับสนระหว่าง Margin กับ Leverage ทั้งสองคำเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

  • Leverage คืออัตราทด เช่น 1:50, 1:100 หรือ 1:500
  • Margin คือเงินหลักประกันที่ต้องใช้เพื่อเปิดออเดอร์

ถ้าอธิบายง่าย ๆ เลเวอเรจคือ “ตัวคูณกำลังซื้อ” ส่วน Margin คือ “เงินที่ต้องวางไว้เพื่อใช้ตัวคูณนั้น”

ดังนั้น เลเวอเรจ 1:100 คือ การที่คุณวาง Margin 1 ส่วน เพื่อควบคุมสถานะมูลค่า 100 ส่วน เช่น วาง 100 ดอลลาร์ ควบคุมออเดอร์ 10,000 ดอลลาร์

แหล่งความรู้ด้านการลงทุนของ SET InvestNow อธิบายว่าการใช้ Leverage และ Margin ควรเข้าใจเรื่องหลักประกันแต่ละประเภท เช่น Initial Margin, Maintenance Margin และ Force Close Margin เพื่อประเมินความเสี่ยงและควบคุมความเสียหาย

เลเวอเรจ 1:100 เหมาะกับใคร?

เลเวอเรจ 1:100 คือ ระดับที่เหมาะกับคนที่เข้าใจความเสี่ยงพอสมควร ไม่ใช่แค่คนที่อยากทำกำไรเร็ว ผู้ที่เหมาะกับเลเวอเรจระดับนี้ควรมีคุณสมบัติดังนี้

มีแผนบริหารความเสี่ยงชัดเจน

ควรรู้ก่อนเปิดออเดอร์ว่า ถ้าผิดทางจะยอมเสียกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต เช่น 1-2% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เปิดออเดอร์ก่อนแล้วค่อยคิดทีหลัง

เข้าใจ Lot Size และ Pip Value

การรู้ว่า 1 pip มีมูลค่าเท่าไหร่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คำนวณได้ว่า Stop Loss ระยะหนึ่งจะทำให้ขาดทุนกี่ดอลลาร์ หากไม่เข้าใจจุดนี้ การใช้เลเวอเรจสูงจะอันตรายมาก

ไม่ใช้อารมณ์นำการเทรด

เลเวอเรจสูงทำให้กำไรและขาดทุนแกว่งแรงกว่าเดิม ถ้าเทรดด้วยอารมณ์ เช่น แก้มือ เพิ่ม Lot หรือไม่ยอมปิดขาดทุน โอกาสเสียหายหนักจะสูงขึ้นมาก

เลเวอเรจ 1:100 ไม่เหมาะกับใคร?

เลเวอเรจระดับนี้อาจไม่เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกบัญชีทดลอง ไม่เข้าใจการตั้ง Stop Loss หรือยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่คิดว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ ทางลัดในการทำเงินเร็ว

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าควรเปิด Lot เท่าไหร่ ยังไม่เคยคำนวณ Margin เอง หรือยังไม่รู้ว่าราคาเคลื่อนที่กี่ pip แล้วพอร์ตจะเสียเท่าไหร่ ควรเริ่มจากเลเวอเรจต่ำกว่า หรือใช้บัญชีทดลองเพื่อฝึกก่อน

อีกกลุ่มที่ควรระวังคือ คนที่มีเงินทุนจำกัดมากและหวังใช้เลเวอเรจสูงเพื่อเร่งผลตอบแทน เพราะยิ่งเงินทุนน้อย การแกว่งของราคาก็ยิ่งกระทบพอร์ตเร็ว หากไม่มีวินัย ความเสียหายจะเกิดขึ้นเร็วมาก

วิธีใช้เลเวอเรจ 1:100 ให้ปลอดภัยขึ้น

1. อย่าใช้กำลังซื้อเต็มเพดาน

ถึงระบบจะให้คุณเปิดออเดอร์ได้ใหญ่ ไม่ได้แปลว่าคุณควรเปิดเต็มกำลังเสมอ การใช้เลเวอเรจอย่างปลอดภัยคือใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ใช้ให้สุด

ให้คิดเสมอว่า เลเวอเรจ 1:100 คือ ความสามารถในการเข้าถึงขนาดออเดอร์ที่ใหญ่ขึ้น แต่หน้าที่ของคุณคือเลือกขนาดออเดอร์ที่พอร์ตทนไหว

2. จำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์

กฎง่าย ๆ ที่หลายคนใช้คือ เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตต่อการเทรดหนึ่งครั้ง เช่น ถ้ามีพอร์ต 1,000 ดอลลาร์ ความเสี่ยงต่อออเดอร์อาจอยู่ที่ 10-20 ดอลลาร์เท่านั้น

วิธีนี้ไม่ได้การันตีกำไร แต่ช่วยให้คุณไม่พอร์ตแตกเร็วจากการเทรดผิดทางไม่กี่ครั้ง

3. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง

Stop Loss ไม่ใช่เครื่องมือของคนกลัว แต่เป็นเครื่องมือของคนที่วางแผน เพราะไม่มีใครทายตลาดถูกทุกครั้ง การมีจุดตัดขาดทุนช่วยให้คุณรู้ล่วงหน้าว่า ถ้าผิด คุณจะเสียเท่าไหร่

4. ระวังช่วงข่าวแรง

ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ หรือข่าวสำคัญ ราคาสามารถเหวี่ยงแรงกว่าปกติ การใช้เลเวอเรจสูงในช่วงนี้อาจทำให้ Stop Loss ลื่นไถล หรือโดนปิดสถานะเร็วกว่าที่คิด

5. ทดลองในบัญชี Demo ก่อน

ก่อนใช้เงินจริง ควรลอง บัญชี Demo เพื่อฝึกคำนวณ Margin, Lot Size, Stop Loss และผลกระทบของเลเวอเรจต่อพอร์ต วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริงทันที

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเลเวอเรจ 1:100

เข้าใจผิดว่าเลเวอเรจสูงเท่ากับกำไรสูงเสมอ

ความจริงคือเลเวอเรจสูงทำให้ “ผลลัพธ์แกว่งแรงขึ้น” ไม่ใช่ทำให้กำไรแน่นอน ถ้าคุณวิเคราะห์ผิด เลเวอเรจก็จะขยายขาดทุนเช่นกัน

เข้าใจผิดว่าใช้ Margin น้อยเท่ากับเสี่ยงน้อย

นี่เป็นจุดที่อันตรายมาก เพราะ Margin น้อยคือเงินหลักประกันที่ต้องใช้เปิดออเดอร์ แต่ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ขนาดออเดอร์และระยะที่ราคาสวนทาง

เข้าใจผิดว่าโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจสูงแปลว่าปลอดภัย

โบรกเกอร์บางแห่งให้เลเวอเรจสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทุกคนเหมาะกับเลเวอเรจนั้น กฎเกี่ยวกับเลเวอเรจและการคุ้มครองผู้ลงทุนแตกต่างกันไปตามประเทศ ประเภทบัญชี และหน่วยงานกำกับดูแล ผู้เทรดจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์และกฎในประเทศของตัวเองเสมอ

สรุป เลเวอเรจ 1:100 คือเครื่องมือ ไม่ใช่ทางลัดรวยเร็ว

โดยสรุป เลเวอเรจ 1:100 คือ อัตราทดที่ทำให้คุณใช้เงินหลักประกัน 1 ส่วน เพื่อควบคุมมูลค่าออเดอร์ได้ 100 ส่วน จุดเด่นคือช่วยให้ใช้เงินทุนน้อยลงและเปิดสถานะใหญ่ขึ้นได้ แต่จุดเสี่ยงคือกำไรและขาดทุนจะถูกขยายตามขนาดออเดอร์จริง

ถ้าใช้แบบมีแผน เลเวอเรจอาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรดได้ แต่ถ้าใช้แบบไม่เข้าใจ เปิด Lot ใหญ่เกินไป ไม่ตั้ง Stop Loss หรือหวังรวยเร็ว เลเวอเรจก็อาจกลายเป็นตัวเร่งให้พอร์ตเสียหายเร็วขึ้นมาก

จำไว้ว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าใช้เลเวอเรจเท่าไหร่ แต่คือคุณควบคุมความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่อยู่รอดในตลาดไม่ใช่คนที่เปิดออเดอร์ใหญ่ที่สุด แต่เป็นคนที่เสียหายเป็น คุมพอร์ตเป็น และไม่ปล่อยให้อารมณ์ตัดสินแทนแผน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเวอเรจ 1:100

เลเวอเรจ 1:100 คืออะไร?

เลเวอเรจ 1:100 คือ อัตราทดที่ทำให้เงินหลักประกัน 1 ส่วน ควบคุมมูลค่าออเดอร์ได้ 100 ส่วน เช่น ใช้ Margin 100 ดอลลาร์ เพื่อเปิดออเดอร์มูลค่า 10,000 ดอลลาร์

เลเวอเรจ 1:100 อันตรายไหม?

อันตรายได้ถ้าใช้ไม่เป็น เพราะราคาขยับสวนทางเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ขาดทุนสูงเมื่อเทียบกับเงินทุนจริง โดยเฉพาะหากเปิด Lot ใหญ่เกินไปหรือไม่ตั้ง Stop Loss

ใช้เลเวอเรจ 1:100 ต้องมีเงินเท่าไหร่?

ขึ้นอยู่กับมูลค่าออเดอร์ที่ต้องการเปิด ตัวอย่างเช่น หากเปิดออเดอร์ 10,000 ดอลลาร์ ด้วยเลเวอเรจ 1:100 จะใช้ Margin ประมาณ 100 ดอลลาร์ แต่ควรมีเงินเผื่อรองรับความผันผวนมากกว่านั้น

เลเวอเรจ 1:100 เหมาะกับมือใหม่ไหม?

มือใหม่สามารถเรียนรู้ได้ แต่ไม่ควรเริ่มด้วยการใช้เต็มกำลังซื้อ ควรฝึกบัญชี Demo เข้าใจ Lot Size, Margin, Stop Loss และจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ก่อนใช้เงินจริง

เลเวอเรจสูงทำให้กำไรมากขึ้นจริงไหม?

เลเวอเรจสูงทำให้ผลลัพธ์ของออเดอร์ใหญ่ขึ้น จึงมีโอกาสกำไรมากขึ้นเมื่อวิเคราะห์ถูก แต่ก็ทำให้ขาดทุนมากขึ้นเมื่อวิเคราะห์ผิดเช่นกัน จึงไม่ใช่เครื่องมือการันตีกำไร

 ควรใช้เลเวอเรจ 1:100 อย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น?

ควรเปิด Lot ให้เหมาะกับเงินทุน เสี่ยงต่อออเดอร์ในระดับที่รับได้ ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าวแรงหากยังไม่มีประสบการณ์ และไม่ใช้กำลังซื้อเต็มเพดานที่โบรกเกอร์ให้มา

บทความอื่นๆ

เลเวอเรจ ควรเท่าไหร่

เลเวอเรจ ควรเท่าไหร่? ยิ่งใช้เยอะไม่ได้แปลจะว่ายิ่งรวย

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า เลเวอเรจ ควรเท่าไหร่ บอกเลยว่าคำถามนี้สำคัญมากกว่าการหาจุดเข้าออเดอร์เสียอีก เพราะเลเวอเรจไม่ใช่แค่ตัวคูณกำไร แต่มันคือต

อ่านต่อ »

เลเวอเรจ สำหรับมือใหม่ ใช้ให้เป็นก่อนคิดจะเพิ่มกำไร

ถ้าคุณกำลังเริ่มเทรดหุ้น ฟิวเจอร์ส Forex คริปโต หรือสินทรัพย์ที่มีบัญชีมาร์จิน คำว่า เลเวอเรจ สำหรับมือใหม่ เป็นเรื่องที่ควรเข้าใจก่อนกดเปิด

อ่านต่อ »
เลเวอเรจ 1:100 คือ

เลเวอเรจ 1:100 คืออะไร? ใช้ผิดนิดเดียว เงินหายเร็วกว่าที่คิด

เลเวอเรจ 1:100 คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนจริงได้ 100 เท่า พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมีเงิน 1 ดอลล

อ่านต่อ »