หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์

อ่าน หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ให้ขาดก่อนค่อยตัดสินใจ

ถ้าเคยได้ยินคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แล้วรู้สึกว่าเป็นหุ้นสายมั่นคง รายได้ดูสม่ำเสมอ น่าจะ ไม่ค่อยแกว่ง บอกเลยว่าคิดถูกครึ่งเดียว โรงพยาบาลเป็นธุรกิจจำเป็นก็จริง คนเจ็บยังไงก็ต้องรักษา แต่ราคาหุ้นไม่เดินตามความรู้สึกว่า จำเป็น อย่างเดียว ราคาหุ้นเดินตามคำถามที่โหดกว่านั้น คนไข้มาเยอะขึ้นจริงไหม กลุ่มที่มามีกำไรไหม ต้นทุนบุคลากรกินหนักแค่ไหน และกำไรไตรมาสหน้า ตลาดจะคาดหวังยังไง ถ้าคุณสนใจ bch หุ้น แล้วอยากเข้าใจว่าทำไมบางช่วงหุ้นโรงพยาบาลดูนิ่ง แต่บางช่วงเปลี่ยนโหมดแรง ต้องเริ่มจากการอ่านเกมรายได้ และต้นทุนให้เป็น ก่อนจะไปดูกราฟ

ทำไม หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ถึงเป็นธีมที่คนชอบหยิบมาพูด

เหตุผลง่ายๆ คือ โรงพยาบาลอยู่ในเมกะเทรนด์ของสังคมที่ดูแลสุขภาพมากขึ้น คนไทยเข้าถึงบริการมากขึ้น โรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นตามวัย และระบบประกันสุขภาพทำให้จำนวนผู้รับบริการมีฐานที่ค่อนข้างกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ น่าเล่น หรือ น่ารอ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนไข้ล้วนๆ อยู่ที่คุณภาพรายได้และความสามารถในการคุมต้นทุน พูดแบบคนเทรด คนไข้เยอะไม่เท่ากับกำไรเยอะเสมอ คนไข้กลุ่มที่กำไรดีต่างหากที่ทำให้ตลาดให้ราคา

เข้าใจภาพรวม bch หุ้น 

เวลาเจอคำว่า bch หุ้น หลายคนจะนึกถึงหุ้นโรงพยาบาลที่มีเครือข่าย และมีฐานผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม จุดแข็งของเครือโรงพยาบาลคือการกระจายความเสี่ยง ถ้าสาขาหนึ่งชะลอ อีกสาขาอาจพยุงได้ ถ้าผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งชะลอ กลุ่มอื่นอาจชดเชย แต่จุดที่ต้องจับตาคือ โครงสร้างรายได้ ว่าพึ่งพากลุ่มไหนมาก เพราะกลุ่มคนไข้แต่ละแบบ มาร์จิ้นไม่เท่ากัน

รายได้โรงพยาบาลมาจากอะไรบ้าง และทำไมมันทำให้กำไรต่างกันมาก

ถ้าจะอ่าน หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ให้ขาด ให้แยกแหล่งรายได้ก่อน

  1. รายได้ผู้ป่วยเงินสดและประกันเอกชน

กลุ่มนี้มักทำกำไรดี เพราะราคายืดหยุ่นกว่า โรงพยาบาลออกแพ็กเกจได้ อัปเซลล์บริการได้ จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพได้ แต่การแข่งขันก็สูง คนไข้เลือกได้ และต้องลงทุนเรื่องคุณภาพบริการต่อเนื่อง

  1. รายได้จากระบบประกันสุขภาพภาครัฐ

กลุ่มนี้ให้ ปริมาณ ที่ค่อนข้างแน่น แต่กำไรจะขึ้นกับกติกาการจ่าย และการควบคุมต้นทุน สิ่งที่คนลงทุนชอบคือความสม่ำเสมอ สิ่งที่ต้องระวังคืออัตราค่าชดเชย และความล่าช้าในการรับเงินบางช่วง

  1. รายได้ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

ผู้ป่วยในมักทำรายได้ต่อเคสสูงกว่า แต่ต้องบริหารเตียง บุคลากร และความพร้อมของห้องผ่าตัด ผู้ป่วยนอกทำให้เกิดความถี่และความสม่ำเสมอ ถ้าจัดระบบนัดหมายดี จะดันกำไรได้แบบเงียบๆ

  1. รายได้สุขภาพเชิงป้องกัน

ตรวจสุขภาพ วัคซีน คลินิกเฉพาะทาง โปรแกรมดูแลโรคเรื้อรัง รายได้กลุ่มนี้ดูเหมือนเล็ก แต่ช่วยเรื่องความสม่ำเสมอและความสัมพันธ์ระยะยาวกับคนไข้

  • พอแยกได้แบบนี้ จะไม่ตื่นเต้นกับข่าวคนไข้เยอะอย่างเดียว คุณจะถามต่อว่า คนไข้กลุ่มไหนเพิ่ม และกำไรเพิ่มจริงไหม

สูตรอ่าน หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ใช้ได้ทุกไตรมาส

ถ้าคุณไม่อยากจมกับรายงานยาว ใช้สูตร 3 ชั้นนี้ คือ รายได้ มาร์จิ้น เงินสด

ชั้นที่ 1 รายได้ โตเพราะอะไร

คนไข้เพิ่ม ราคาเฉลี่ยต่อเคสเพิ่ม บริการเฉพาะทางเพิ่ม หรือขยายสาขาเพิ่ม ให้ระวังการดูแค่รายได้โต แล้วลืมถามว่าโตจากกลุ่มที่กำไรดีหรือไม่

ชั้นที่ 2 มาร์จิ้น ถูกบีบหรือฟื้น

โรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่ต้นทุนคนสูงมาก ถ้าค่าแรงและค่าตอบแทนแพทย์พุ่ง มาร์จิ้นจะโดนกดทันที อีกฝั่งหนึ่ง ถ้าบริหารคิว ใช้ห้องตรวจและห้องผ่าตัดเต็มประสิทธิภาพ มาร์จิ้นจะฟื้นได้แรง สิ่งที่ทำให้มาร์จิ้นดีขึ้นบ่อยๆ คือ จำนวนคนไข้เพิ่มจนต้นทุนคงที่ถูกเฉลี่ย เคสยากหรือบริการเฉพาะทางเพิ่ม บริหารยาและเวชภัณฑ์ดีขึ้น

ชั้นที่ 3 เงินสด แข็งแรงจริงไหม

โรงพยาบาลต้องลงทุนอุปกรณ์และสาขา ถ้าเงินสดไหลดี จะขยายได้แบบไม่กดดันมาก ถ้าเงินสดตึง จะเริ่มเห็นหนี้เพิ่ม และดอกเบี้ยกินกำไร เช็กง่ายๆ คือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไหลสม่ำเสมอไหม ลงทุนขยายหนักไหม หนี้เพิ่มเร็วไหม

  • สูตรนี้ช่วยให้คุณตาม bch หุ้น แบบไม่หลงตัวเลขสวยชั่วคราว

ตัวเลข 5 ตัวที่นักลงทุนสายโรงพยาบาลชอบดูจริง

ไม่ต้องจำทุกบรรทัดของงบ แค่คุ้นมือกับ 5 ตัวนี้ก็เริ่มเหนือกว่าคนส่วนใหญ่

  1. จำนวนผู้ป่วยและปริมาณบริการ คนไข้เพิ่มจริงไหม โดยเฉพาะกลุ่มที่โรงพยาบาลถนัด
  2. รายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วย คนไข้เท่าเดิมแต่รายได้ต่อหัวเพิ่ม อันนี้น่าสนใจ เพราะแปลว่าโรงพยาบาลขายบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้
  3. อัตรากำไรขั้นต้น ช่วยดูว่าต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และต้นทุนการรักษาคุมอยู่ไหม
  4. ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้ บางช่วงโรงพยาบาลลงทุนระบบ เพิ่มทีม เพิ่มการตลาด ค่าใช้จ่ายจะขึ้น ให้ดูว่าเป็นการลงทุนเพื่อโต หรือเป็นการรั่วไหล
  5. เงินสดและหนี้ ธุรกิจนี้โตได้ด้วยการขยาย แต่ถ้าขยายแล้วหนี้พุ่งจนกดกำไร ตลาดจะระวัง

ข่าวแบบไหนที่ทำให้ หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ขยับ และควรอ่านยังไงให้ไม่หลงทาง

หุ้นโรงพยาบาลมักขยับตาม ความคาดหวัง มากกว่าข่าวฉาบฉวย ข่าวที่มีน้ำหนักจริงๆ จะเชื่อมกับรายได้และมาร์จิ้น

  1. ข่าวการขยายสาขาหรือเพิ่มบริการเฉพาะทาง ดีเมื่อดีมานด์มีจริง และทีมแพทย์พร้อม แต่ต้องระวังช่วงเริ่มต้น เพราะต้นทุนมาก่อนรายได้เสมอ
  2. ข่าวแนวโน้มผู้ป่วยและการใช้บริการ ถ้าสัญญาณบอกว่าปริมาณบริการกลับมา หรือความถี่การเข้ารักษาเพิ่ม ตลาดมักให้เครดิต
  3. ข่าวต้นทุนบุคลากร ถ้าค่าแรงเพิ่มแรง โรงพยาบาลที่บริหารตารางแพทย์ และประสิทธิภาพได้ดีจะได้เปรียบ ถ้าบริหารไม่ดี มาร์จิ้นจะโดนบีบ
  4. ข่าวกติกาการชดเชยจากภาครัฐ

สิ่งนี้ทำให้ตลาดปรับมุมมองเร็ว เพราะกระทบกำไรทั้งระบบในทันที

  • วิธีอ่านข่าวแบบคนเล่นเป็นคือ อ่านเพื่อ ตั้งคำถาม แล้วกลับไปเช็กตัวเลขว่ามันเกิดขึ้นจริงไหม

ดูกราฟ bch หุ้น แบบไม่ต้องเป็นสายเทคนิคจ๋า

กราฟไม่ใช่เครื่องทำนายอนาคต กราฟคือเครื่องมือเลือกจังหวะ และคุมอารมณ์ไม่ให้ไล่ราคา

  1. เริ่มจากเทรนด์
  • เทรนด์ขึ้น รอย่อ ไม่ไล่
  • เทรนด์ลง ระวังการสวน เพราะเด้งแล้วไปไม่ไกลก็มี
  • เทรนด์ข้าง เล่นสั้น และคุมความเสี่ยงแน่น
  1. มองเป็นโซน ไม่ใช่เส้นเดียว

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลหลายช่วงแกว่งในกรอบ การมองเป็นโซนช่วยให้คุณวางแผนได้ว่า ยืนได้ค่อยเพิ่ม หลุดค่อยถอย ไม่ใช่ซื้อเพราะใจร้อน

  1. วอลุ่มช่วยยืนยันความจริง
  • ราคาขึ้นแบบมีวอลุ่มหนุน มักน่าเชื่อกว่า
  • ราคาขึ้นแบบเงียบๆ ระวังเด้งหลอก

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเรื่อง หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ 

ลองตอบคำถามนี้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง

  1. รายได้โตเพราะคนไข้เพิ่มหรือราคาเพิ่ม
    2. คนไข้ที่เพิ่มเป็นกลุ่มกำไรดีหรือไม่
    3. มาร์จิ้นฟื้นจริงหรือยังถูกบีบจากต้นทุนคน
    4. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะลงทุนเพื่อโต หรือเพิ่มเพราะคุมไม่อยู่
    5.เงินสดไหลดีไหม หรือหนี้เพิ่มเร็ว
    6. มีแผนขยายที่สมเหตุสมผลหรือเร่งเกินไป
    7. กราฟอยู่ในเทรนด์ที่คุณรับความเสี่ยงไหวไหม
    8. คุณมีจุดยอมรับว่าคิดผิดหรือยัง
    9. ขนาดเงินที่ลงทำให้คุณนอนหลับได้ไหม
  • ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ ให้พักก่อน การไม่ซื้อในวันที่ยังไม่ชัด คือทักษะของคนอยู่รอด

ข้อผิดพลาดที่คนเจอบ่อยเวลาเล่นหุ้นโรงพยาบาล

  1. เห็นคำว่าคนแก่เพิ่ม แล้วคิดว่าหุ้นต้องขึ้นตลอด

เมกะเทรนด์ช่วยจริง แต่ราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นเป็นเส้นตรง ตลาดสนใจจังหวะกำไรและความคาดหวังเป็นรายไตรมาส

  1. ดูรายได้โต แต่ไม่ดูมาร์จิ้น

รายได้โตแต่ต้นทุนคนโตเร็วกว่า กำไรอาจไม่โต นี่คือกับดักคลาสสิกของธุรกิจบริการ

  1. ไม่สนใจเงินสด

ขยายเร็วเกิน เงินสดตึง หนี้เพิ่ม ดอกเบี้ยกินกำไร พอเกิดแบบนี้ หุ้นจะวิ่งยาก

  1. ไม่มีแผนออก

ไม่มีจุดออก เท่ากับปล่อยให้ตลาดตัดสินใจแทนคุณ และตลาดไม่เคยใจดีเสมอ

สรุป หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์

ถ้าสนใจ หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อย่ามองแค่คนไข้เยอะหรือข่าวดัง ให้ยึดสูตร 3 ชั้น รายได้ มาร์จิ้น เงินสด รายได้ต้องดูว่าโตจากกลุ่มไหน มาร์จิ้นต้องดูว่าต้นทุนบุคลากรคุมอยู่ไหม เงินสดต้องดูว่าขยายได้โดยไม่กดดันเกินไปหรือเปล่า จากนั้นค่อยใช้กราฟช่วยเรื่องจังหวะ เข้าแบบรอย่อมากกว่าไล่ราคา มีจุดออกชัด ขนาดไม้พอดีจนใจนิ่ง ทำได้แค่นี้ คุณจะต่างจากคนส่วนใหญ่ทันที เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อเพราะความรู้สึกมั่นคง แต่คุณซื้อเพราะระบบ

บทความอื่นๆ

Swap คืออะไร

ค่า Swap คืออะไร แล้วทำไมถึงโดนหักเงินตอนกลางคืน?

เคยสงสัยไหม ทำไมเวลาเทรดแล้วบางครั้งยังโดนหักเงินตอนถือข้ามคืน โดยนอกจากค่า Spread แล้ว อีกหนึ่งคำที่เทรดเดอร์มักจะได้ยินบ่อยๆคือ “ค่า Swap”

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »