คำถามที่เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มสนใจลงทุนคือ หุ้น มีอะไรบ้าง แล้วพอไปเปิดรายชื่อจริงๆ ก็เจอหุ้นเต็มไปหมด หลายร้อยตัว ชื่อย่อก็จำไม่ได้ กลุ่มธุรกิจก็เยอะ จนเริ่มรู้สึกว่า ยากกว่าที่คิด ความจริงมันไม่ได้ยากเพราะคุณไม่เก่งนะ มันยากเพราะคุณกำลังมองภาพผิดมุม ถ้ามอง หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด เป็นรายตัวตั้งแต่แรก มันเหมือนเข้าห้างแบบไม่มีแผน แล้วพยายามหยิบของให้ถูกชิ้นจากของเป็นพันชิ้น แต่ถ้าคุณเริ่มจากภาพรวม แล้วใช้วิธีคัดแบบเป็นขั้น คุณจะรู้ว่าต้องดูอะไร ตัดอะไรทิ้ง และเหลืออะไรไว้พิจารณาต่อ สุดท้ายคุณจะไม่ต้องรู้จักทุกตัว แต่คุณจะรู้จัก วิธีเลือก ซึ่งสำคัญกว่าเยอะ
ทำไมคำถาม หุ้น มีอะไรบ้าง ถึงตอบยาก ถ้าไม่มีกรอบแนวคิด
เพราะ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ไม่ได้มีแค่หุ้นแบบเดียว มันมีหลายสไตล์ หลายกลุ่ม หลายระดับความเสี่ยง และแต่ละตัวตอบสนองต่อปัจจัยคนละแบบ ดังนี้
- บางตัวขึ้นลงตามเศรษฐกิจ
- บางตัวขึ้นลงตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- บางตัวขึ้นลงตามดอกเบี้ย
- บางตัวขึ้นลงตามกระแส
ถ้าไม่ตั้งกรอบ คุณจะเจออาการแบบนี้ ดูหุ้นเยอะจนมึน เลือกหุ้นตามคนอื่น ซื้อเพราะกลัวตกรถ ขายเพราะกลัวขาดทุน แล้วสุดท้ายไม่รู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน ทางแก้ไม่ใช่ดูให้เยอะขึ้น แต่คือดูให้เป็นระบบขึ้น
ภาพรวมของ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด แบบเข้าใจง่าย
ให้คิดว่า หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด คือรายชื่อบริษัทที่ระดมทุนจากคนทั่วไป แล้วเอาเงินไปขยายธุรกิจ เวลาคุณซื้อหุ้น คุณกำลังซื้อ ส่วนหนึ่ง ของธุรกิจนั้น คุณได้ประโยชน์เมื่อธุรกิจโตและคนให้มูลค่าเพิ่ม และคุณก็เสี่ยงเมื่อธุรกิจสะดุดหรือความคาดหวังของตลาดลดลง สิ่งสำคัญคือ หุ้นไม่ได้ขึ้นเพราะเราซื้อ มันขึ้นเพราะ “คนส่วนใหญ่” เห็นว่าธุรกิจนั้นมีโอกาส หรือกำลังมีแรงซื้อจากปัจจัยบางอย่าง
หุ้น มีอะไรบ้าง
การแบ่งหุ้นมีหลายแบบ แต่ถ้าจะให้เริ่มง่าย ให้แบ่งเป็น 3 มุมหลัก
- แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ
นี่คือการแบ่งที่ช่วยให้คุณเห็นภาพเร็วที่สุด
- กลุ่มการเงิน
- กลุ่มพลังงาน
- กลุ่มสื่อสาร
- กลุ่มค้าปลีก
- กลุ่มอาหาร
- กลุ่มอสังหา
- กลุ่มขนส่ง
- กลุ่มโรงพยาบาล
- กลุ่มอุตสาหกรรมและชิ้นส่วน
ข้อดีของการดูแบบนี้คือ คุณจะเริ่มรู้ว่าแต่ละกลุ่มมักแพ้ชนะกับอะไร แล้วคุณไม่หลงไปดูหุ้นแบบกระโดดไปมา
- แบ่งตามขนาดบริษัท
- หุ้นใหญ่ มักสภาพคล่องดี เข้าออกง่าย และเหวี่ยงน้อยกว่า
- หุ้นกลางๆ มีทั้งนิ่งและเหวี่ยงขึ้นอยู่กับเรื่องราว
- หุ้นเล็ก วิ่งเร็วได้ แต่ความเสี่ยงสูงและข่าวกระทบแรง
มือใหม่มักพลาดตรงเลือกหุ้นเล็กเพราะเห็นราคาถูก แล้วเจอความเหวี่ยงที่รับไม่ไหว
3.แบ่งตามสไตล์ของหุ้น
- หุ้นเติบโต โตเร็วแต่เหวี่ยงได้
- หุ้นปันผล เน้นสม่ำเสมอแต่บางทีขึ้นช้า
- หุ้นวัฏจักร ขึ้นลงเป็นรอบตามเศรษฐกิจหรือราคาสินค้า
- หุ้นเทิร์นอะราวด์ มีโอกาสแต่เสี่ยงสูง ต้องตามข่าวและงบให้ทัน
แค่คุณรู้ 3 ข้อนี้ คุณจะตอบคำถาม หุ้น มีอะไรบ้าง ได้แบบมีโครงสร้างมากขึ้นแล้ว
วิธีอ่านรายชื่อหุ้น
พอเปิดรายชื่อ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด สิ่งที่ทำให้คนงงคือชื่อย่อและคำศัพท์ วิธีแก้คืออย่าพยายามจำชื่อทั้งหมด ให้ถามคำถามเดิมๆ ทุกครั้งที่เจอชื่อหุ้น
- บริษัททำธุรกิจอะไร
2. รายได้หลักมาจากไหน
3. อยู่กลุ่มไหน
4. เป็นหุ้นใหญ่หรือหุ้นเล็ก
5. สภาพคล่องเข้าออกง่ายไหม
แค่ถามแบบนี้ คุณจะเริ่มตัดหุ้นที่ไม่ใช่ทางของคุณออกได้ทันที
เริ่มคัดจาก หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ให้เหลือน้อยแบบมืออาชีพ
คนที่ลงทุนจริงจังไม่พยายามดูทุกตัว เขาพยายามคัดให้เหลือเท่าที่ดูไหว
- ตัดหุ้นที่ไม่เข้าใจออกก่อน
- ถ้าคุณอธิบายไม่ได้ว่าบริษัททำเงินจากอะไร ตัดก่อน
- ถ้าธุรกิจซับซ้อนจนติดตามไม่ไหว ตัดก่อน
- ถ้าข่าวกระทบแรงมากจนคุณเครียดทุกวัน ตัดก่อน
การตัดออกไม่ใช่การพลาดโอกาส แต่คือการรักษาสมาธิและลดความเสี่ยงแบบไม่จำเป็น
- เลือกหุ้นที่ตรงเป้าหมายชีวิต
- ถ้าไม่มีเวลาตามกราฟทั้งวัน อย่าเลือกแผนที่ต้องเฝ้าหน้าจอ
- ถ้ารับความเหวี่ยงไม่ได้ อย่าเลือกหุ้นที่ขึ้นลงแรงมาก
- ถ้าอยากเน้นระยะยาว ให้เลือกหุ้นที่คุณพอเข้าใจธุรกิจและแนวโน้มได้จริง
- เหลือแค่ 10 ตัวพอ
เอาให้ชัดว่า ดูน้อยแต่ลึก ดีกว่าดูเยอะแต่ไม่รู้เรื่อง 10 ตัวคือจำนวนที่มือใหม่ส่วนใหญ่ พอตามทัน และยังได้ฝึกจริง
ดูงบแบบง่ายๆ เพื่อคัดหุ้นให้ปลอดภัยขึ้น
ไม่ต้องเป็นนักบัญชี แต่ต้องดูให้เห็น 3 ข้อ ตามนี้
- รายได้และกำไรโตแบบมีเหตุผลไหม รายได้สม่ำเสมอไหม กำไรไม่ได้เกิดจากรายการพิเศษครั้งเดียวใช่ไหม ถ้าโตแบบกระโดดขึ้นลงมากๆ ให้ระวัง เพราะคาดการณ์ยาก
- กระแสเงินสดพอไหวไหม กำไรสวยแต่เงินสดไม่มา อันนี้ต้องชะลอความมั่นใจ เพราะกำไรที่ดีควรแปลงเป็นเงินจริงได้ในระดับหนึ่ง
- หนี้กดดันไหม หนี้เยอะไม่ผิดเสมอไป แต่ถ้าหนี้ทำให้จ่ายดอกเบี้ยหนัก หรือเสี่ยงเวลาเศรษฐกิจสะดุด ต้องระวัง
ดูกราฟแบบพื้นฐานเพื่อไม่เข้าผิดจุด
แม้จะเลือกหุ้นถูก แต่ถ้าเข้าผิดจังหวะก็มีสิทธิ์เครียดและหลุดแผนได้
- เทรนด์มาก่อนเสมอ
- เทรนด์ขึ้น มองหาจังหวะเข้าตอนย่อ
- เทรนด์ลง ระวังการสวน
- เทรนด์ข้าง ลดความคาดหวังและเล่นให้สั้น
- แนวรับแนวต้านช่วยวางแผน
- แนวรับคือโซนที่เคยเด้ง
- แนวต้านคือโซนที่เคยโดนขาย
- มองเป็นโซน ไม่ต้องเป๊ะเป็นเส้น
- วอลุ่มช่วยแยกจริงกับหลอก
- ทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มหนุน มักดูมีน้ำหนัก
- ทะลุแบบวอลุ่มเบา ต้องระวังหลอกแล้วไหลกลับ
แผนซื้อขายที่ช่วยให้ไม่หลุดอารมณ์
ต่อให้คุณรู้ว่า หุ้น มีอะไรบ้าง และคัดมาดีแค่ไหน ถ้าไม่มีแผนก็พังได้ง่าย
- สิ่งที่ต้องตอบก่อนซื้อทุกครั้ง
- เหตุผลที่เข้า
- จุดออกเมื่อผิดทาง
- จุดทำกำไร
- ขนาดเงินที่จะลง
นี่คือกติกาที่ทำให้คุณอยู่ในตลาดได้นานแบบมีวินัย
- คุมความเสี่ยงต่อไม้ให้เหมาะ
ไม้ใหญ่เกินไปทำให้ใจพัง พอใจพัง คุณจะตัดสินใจผิด เริ่มเล็กๆ ให้ใจนิ่งก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อระบบนิ่ง
- ไม่เทรดก็เป็นทักษะ
บางวันไม่มีจังหวะ อย่าฝืน การไม่เสียเงินในวันที่ไม่ชัวร์ คือการปกป้องพอร์ตที่ฉลาดมาก
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่เจอบ่อยตอนดู หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด
- อยากรู้ทุกตัว สุดท้ายมึน แล้วจบที่ซื้อหุ้นตามคนอื่น
- เลือกหุ้นเพราะราคาถูก ราคาถูกไม่เท่ากับคุ้ม หุ้นบางตัวถูกเพราะธุรกิจมีปัญหา หรือความเสี่ยงสูง
- ถือเพราะไม่ยอมผิด ขาดทุนแล้วไม่ออกเพราะกลัวขายแล้วมันจะขึ้น สุดท้ายปล่อยให้ขาดทุนบาน
ทางแก้คือมีจุดออกก่อนซื้อเสมอ
สรุป คำถาม หุ้น มีอะไรบ้าง
หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด มีเยอะเป็นเรื่องปกติ แต่คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักทุกชื่อ คุณแค่ต้องรู้วิธีมองหุ้นเป็นกลุ่ม มองตามขนาด และมองตามสไตล์ จากนั้นคัดออกก่อนคัดเข้า จนเหลือหุ้นที่คุณเข้าใจและตามไหว แล้วค่อยดูงบแบบง่ายๆ เพื่อคัดความน่าเชื่อถือ ดูกราฟแบบพื้นฐานเพื่อไม่เข้าผิดจังหวะ และวางแผนเข้าออกพร้อมคุมความเสี่ยง ทำแบบนี้ คุณจะไม่หลงในความเยอะของ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด อีก และจะค่อยๆ เลือกหุ้นได้ด้วยตัวเองแบบมั่นใจขึ้นจริง


