ถ้าจะรู้จักบริษัทนี้ให้เร็ว ให้เริ่มจากภาพเดียวก่อน ลองนึกภาพโลกที่ทุกอย่างต้องต่อเน็ต ต้องมีสาย ต้องมีระบบ ต้องมีเครือข่าย ตั้งแต่สำนักงาน โรงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ไปจนถึงโครงการรัฐและเอกชน ธุรกิจของ อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น อยู่ในโลกนั้น โลกของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร และระบบเครือข่าย หลายคนรู้จักบริษัทนี้จากของที่จับต้องได้ เช่น สายสัญญาณ อุปกรณ์งานระบบ ตู้แร็ก ของที่ช่าง และคนทำระบบเจอเป็นประจำ แต่ถ้ามองในมุมคนลงทุน สิ่งสำคัญคือ บริษัทไม่ได้มีรายได้แค่จากขายของหน้าร้านหรือขายอุปกรณ์อย่างเดียว โครงรายได้มักมีทั้งการจัดจำหน่าย งานโครงการ และธุรกิจบริการที่ต่อยอดจากโครงข่าย ตรงนี้แหละที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ถูกพูดถึงเรื่อยๆ เพราะมันเกาะเทรนด์ดิจิทัลแบบที่คนมองเห็นได้ในชีวิตจริง
หุ้น ilink ทํา อะไร ตอบแบบเข้าใจใน 10 วินาที
ถ้ามีคนถามว่า หุ้น ilink ทํา อะไร ผมจะตอบแบบไม่ขายฝันประมาณนี้ บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับระบบสื่อสารและเครือข่าย หาเงินจากการขายสายและอุปกรณ์ รับงานติดตั้ง และงานระบบเป็นโปรเจกต์ และมีธุรกิจที่ต่อยอดไปทางบริการโครงข่ายหรือดาต้าในกลุ่มเดียวกัน แค่นี้คือภาพรวมที่คนอ่านแล้วจับทางได้ทันที แต่ถ้าคุณจะลงทุนจริง เราต้องลงรายละเอียดอีกนิด เพราะรายได้แต่ละขา นิสัยไม่เหมือนกัน
แกะรายได้ของ อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น แยกแบบเป็นขา
ขาที่ 1 ขายสินค้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่าย
ขานี้คือรายได้ที่คนเข้าใจง่ายสุด ขายสายสัญญาณ สายแลน สายไฟเบอร์ อุปกรณ์เครือข่าย ตู้แร็ก และของเกี่ยวกับงานระบบ
- ข้อดีของขานี้คือ มันเป็นฐานรายได้ที่มีโอกาสหมุนต่อเนื่อง เพราะองค์กรจำนวนมากต้องใช้ของพวกนี้ตลอด เวลามีการขยายสำนักงาน สร้างอาคารใหม่ รีโนเวตระบบ หรือทำโครงการเครือข่าย ก็ต้องซื้ออุปกรณ์
- ข้อที่ต้องดูให้ดีคือ การแข่งขันเรื่องราคา และต้นทุนวัตถุดิบ บางช่วงขายได้เยอะก็จริง แต่กำไรขั้นต้นอาจถูกบีบได้ ถ้าตลาดแข่งกันแรง
เวลาคุณดูงบ ให้ดูว่า ยอดขายโตเพราะปริมาณเพิ่มหรือเพราะราคาขายดีขึ้น แล้วกำไรขั้นต้นขยับไปทางไหน
ขาที่ 2 งานโครงการ งานวิศวกรรม งานติดตั้งแบบครบวงจร
ขานี้คือจุดที่รายได้สามารถเป็นก้อนใหญ่ได้ เพราะเป็นงานที่ขายทั้งของและบริการ ตั้งแต่การออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ ส่งมอบ
- ข้อดีคือ ถ้าได้งาน ก็มีโอกาสทำกำไรดี และสร้างชื่อในตลาด แถมยังมีโอกาสเกิดงานต่อเนื่องจากลูกค้าเดิม
- ข้อที่ต้องดูให้ดีคือ ขานี้ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้ทัน เรื่องส่งมอบล่าช้า เรื่องต้นทุนบานปลาย เรื่องการเก็บเงินตามงวด และเรื่องงานในมือที่รับรู้รายได้เป็นช่วง ๆ
จุดที่คนดูหุ้นชอบเช็กคือ งานในมือพอไหม และคุณภาพงานเป็นยังไง เพราะงานโครงการถ้าบริหารไม่ดี กำไรในกระดาษอาจสวย แต่เงินสดไม่เข้าตามที่คิด
ขาที่ 3 ธุรกิจบริการด้านโครงข่ายและดาต้าในกลุ่ม
ขานี้มักถูกมองว่าเป็นขาที่ให้ความต่อเนื่องมากขึ้น เพราะรายได้แนวบริการมักมาเป็นรายเดือน รายปี หรือเป็นสัญญา
- ข้อดีคือ ของรายได้แบบนี้คือ มันช่วยลดความแกว่งของผลประกอบการจากงานก้อน เพราะมีฐานรายได้ประจำคอยพยุง
- ข้อที่ต้องดูคือ ธุรกิจลักษณะนี้มักใช้เงินลงทุนสูง ต้องบริหารการใช้สินทรัพย์ให้คุ้ม และต้องรักษามาตรฐานบริการให้ดี เพราะการแข่งขันก็ไม่เบา
สรุปคือ 3ขานี้ ถ้าอยู่ด้วยกันแบบสมดุล จะทำให้ภาพรวมแข็งขึ้น แต่ถ้าปีไหนพึ่งขาเดียวมากเกินไป งบก็มีโอกาสเหวี่ยงตามนิสัยของขานั้น
จุดแข็งของ อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น ที่คนลงทุนมักมองเห็น
- อยู่ในธีมที่โลกต้องใช้ต่อเนื่อง
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ใช่ของเล่น องค์กรต้องทำระบบเครือข่าย ข้อมูลต้องวิ่ง ความปลอดภัยไซเบอร์ต้องแน่นขึ้น ดาต้าต้องเก็บ ต้องส่ง ต้องสำรอง บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่นี้ มักได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านไอทีของทั้งรัฐและเอกชน
- มีหลายขาธุรกิจ ช่วยกระจายความเสี่ยง
ขายของอย่างเดียวอาจโดนบีบมาร์จิ้น รับโครงการอย่างเดียวอาจแกว่งตามงานก้อน มีบริการอย่างเดียวอาจต้องลงทุนหนัก การมีหลายขาทำให้บริษัทมีโอกาสบาลานซ์ได้ ถ้าบริหารดี
- ความคุ้นเคยในตลาดงานระบบ
สินค้ากลุ่มสายและอุปกรณ์เป็นของที่คนทำงานสายนี้จำแบรนด์ได้ ถ้าบริษัทมีเครือข่ายลูกค้าและช่องทางขายแข็ง ก็เป็นแต้มต่อ
จุดที่ต้องระวัง ถ้าคิดจะลงทุนหรือเก็งกำไร
ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะอ่านแล้วช่วยกันพลาดได้
- ความผันผวนจากงานโครงการ
งานโครงการทำให้รายได้ดูโตเร็ว แต่ก็ทำให้กำไรและเงินสดแกว่งได้ ปีไหนส่งมอบสะดุด หรือเก็บเงินช้า งบอาจกดดัน
- ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา
สินค้าเกี่ยวกับสายและอุปกรณ์มีคู่แข่ง ถ้าสงครามราคาแรง กำไรขั้นต้นอาจโดนบีบ
- เงินทุนหมุนเวียนและภาระทางการเงิน
ธุรกิจที่มีสต๊อกและมีลูกหนี้จากโครงการ ต้องใช้เงินหมุน หนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องดูว่าอยู่ในระดับที่บริษัทบริหารได้ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานรองรับจริงไหม
วิธีดูงบ สำหรับตอบคำถามว่า หุ้น ilink ทํา อะไร แล้วคุ้มไหม
ให้เริ่มจาก 5 จุดนี้
- ดูสัดส่วนรายได้ว่า ขาไหนนำเกมในช่วงนั้น
- ถ้ารายได้จากขายของนำ งบจะมีนิสัยแบบหนึ่ง
- ถ้ารายได้จากโครงการนำ งบจะมีนิสัยอีกแบบ
- ถ้ารายได้จากบริการนำ งบจะเริ่มนิ่งขึ้นอีกแบบ
รู้สัดส่วนแล้ว คุณจะไม่งงเวลากำไรขึ้นลง
- ดูกำไรขั้นต้น ว่าถูกบีบหรือดีขึ้น
กำไรขั้นต้นบอกว่า ขายได้คุ้มต้นทุนแค่ไหน ถ้ารายได้โตแต่กำไรขั้นต้นหด ต้องตั้งคำถาม โตเพราะลดราคาไหม หรือมีต้นทุนแฝงเพิ่มไหม
- ดูค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
บางช่วงยอดขายโต แต่ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่า สุดท้ายกำไรสุทธิไม่ไปไหน ตรงนี้ช่วยบอกว่า บริษัทกำลังขยายแบบคุมเกม หรือขยายแบบเหนื่อย
- ดูลูกหนี้การค้าและสต๊อก
- ถ้าลูกหนี้พุ่งเร็ว ต้องถามว่าเก็บเงินช้าไหม
- ถ้าสต๊อกพุ่ง ต้องถามว่าของค้างไหม หรือเตรียมขายล็อตใหญ่
ธุรกิจสายนี้ตัวเลขสองตัวนี้บอกสุขภาพได้ดีมาก
- ดูกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
นี่คือของจริง กำไรบนกระดาษสวยได้ แต่ถ้าเงินไม่เข้า เราจะเริ่มเห็นความตึง ในทางกลับกัน กำไรไม่หวือหวา แต่เงินสดเข้าดี สม่ำเสมอ น่าเชื่อถือกว่าเยอะ
จะเล่นสั้นหรือถือยาว วิธีคิดต่างกันยังไง
- เล่นสั้น
โฟกัสที่จังหวะข่าว งานใหม่ ผลประกอบการ และภาพเทคนิค แต่ต้องตั้งกติกาความเสี่ยงให้ชัด เพราะหุ้นที่มีธีมและมีข่าว มักเหวี่ยงได้แรงทั้งขึ้นและลง
- ถือยาว
โฟกัสที่ความสามารถในการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ ดูความแข็งแรงของกระแสเงินสด ดูการบริหารหนี้ ดูว่าบริษัทบาลานซ์สามขาธุรกิจได้ดีแค่ไหน ถือยาวไม่ใช่ทนถือ ถือยาวคือถือด้วยเหตุผลและติดตามตัวเลขเป็น
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ เพื่ออยู่รอด
ลองเช็กตัวเองด้วยคำถามพวกนี้ ดังนี้
- ธุรกิจที่บริษัททำ เราเข้าใจจริงไหม
2. รายได้มาจากขาไหนเป็นหลักในช่วงนี้
3. กำไรขั้นต้นเป็นขาขึ้นหรือโดนบีบ
4. ลูกหนี้และสต๊อกอยู่ในระดับที่รับได้ไหม
5. กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแรงไหม
6. ถ้าเข้าลงทุนแล้วผิดทาง เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน
ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ แปลว่าคุณยังไม่ต้องรีบ ตลาดมีโอกาสให้เสมอ แต่ทุนของเรามีจำกัด
สรุป จุดเสี่ยงที่ต้องระวัง ก่อนตัดสินใจ
อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น อยู่ในโลกโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร และเครือข่าย ถ้ามีคนถามว่า หุ้น ilink ทํา อะไร คำตอบคือ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสาย และอุปกรณ์งานระบบ รับงานโครงการ และต่อยอดไปทางบริการในกลุ่ม จุดที่ทำให้ดูน่าสนใจคือธีมดิจิทัลที่ยังเดินต่อ แต่จุดที่ต้องระวังคือ งานโครงการที่ทำให้รายได้ และเงินสดแกว่ง รวมถึงการแข่งขัน และเงินทุนหมุนเวียน สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะลงทุนแบบไหน อย่าเริ่มจากความรู้สึกว่าเขาต้องขึ้น ให้เริ่มจากความเข้าใจธุรกิจ และยอมรับความเสี่ยงได้จริงก่อน
- หมายเหตุ เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและประเมินให้เหมาะกับตัวเอง


