เทรดเดอร์

เทรดเดอร์ คือใคร ไม่ได้แปลว่าแค่กดซื้อขายเก่ง

คำว่า เทรดเดอร์ ฟังดูเท่มากในช่วงแรก หลายคนเห็นคลิปกำไรเร็ว ๆ แล้วคิดว่ามันคือทางลัด แต่ความจริงคนที่เป็น เทรดเดอร์ แบบอยู่รอดได้ เขาไม่ได้ชนะเพราะเดาถูก เขาชนะเพราะมีระบบที่กันพลาดได้ และยอมรับว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของเกม ถ้าคุณอยากเป็น นัก เทรด หุ้น ให้มองตัวเองเหมือนคนทำงาน งานนี้มีขั้นตอน มีวินัย มีการทบทวน ไม่ใช่กดตามอารมณ์แล้วหวังดวงช่วย

เส้นแบ่งระหว่างนักลงทุนกับ เทรดเดอร์ อยู่ตรงไหน

นักลงทุนมักเน้นถือยาว สนใจพื้นฐานธุรกิจ รับความผันผวนระยะสั้นได้ ส่วน เทรดเดอร์ มักเน้นจังหวะ โฟกัสราคากับพฤติกรรมตลาด สนใจความเร็วของการตัดสินใจ แต่ไม่ได้แปลว่า เทรดเดอร์ ไม่ต้องรู้พื้นฐาน แค่เขาใช้ข้อมูลคนละแบบในจังหวะคนละช่วง คนที่เก่งจริงจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรฟังข่าว เมื่อไหร่ควรฟังกราฟ และเมื่อไหร่ควรหยุดเพื่อไม่ให้ตัวเองพัง

จุดที่มือใหม่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการเป็น นัก เทรด หุ้น

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมาก คือ

  1. คิดว่าต้องเทรดทุกวันถึงจะเรียกว่ามืออาชีพ
    2. คิดว่าต้องชนะเกือบทุกครั้งถึงจะมีกำไร
    3. คิดว่ากำไรคือความเก่ง ขาดทุนคือความโง่
    4. คิดว่าอินดิเคเตอร์เยอะ ๆ จะทำให้แม่นขึ้น

ความจริงคือ มืออาชีพไม่ได้เทรดบ่อยเสมอไป แต่เลือกเทรดเฉพาะจุดที่คุ้มความเสี่ยง และที่สำคัญคือเขายอมขาดทุนแบบควบคุมได้

พื้นฐานที่ เทรดเดอร์ ทุกคนต้องมี ก่อนพูดเรื่องกลยุทธ์

ก่อนจะไปถึงคำว่ากลยุทธ์ ต้องมีฐานให้ครบ

  1. เงินที่ใช้เทรดต้องเป็นเงินเย็น

เงินเย็นแปลว่าเสียแล้วชีวิตไม่พัง ถ้าเงินก้อนนี้เป็นค่าเทอม ค่าเช่า ค่ากินอยู่ คุณจะเทรดด้วยความกลัว พอกลัว คุณจะตัดสินใจพลาดง่ายขึ้น

  1. ระบบการเงินต้องแยกชัด

บัญชีสำหรับใช้จ่าย บัญชีสำหรับออม บัญชีสำหรับเทรด การแยกแบบนี้ช่วยให้คุณไม่หลอกตัวเอง และรู้ว่ากำไรที่ได้เป็นกำไรจริง ไม่ใช่ไปดึงเงินกินอยู่มาเติมพอร์ต

  1. ความคาดหวังต้องสมจริง

คนที่เริ่มเทรดแล้วคิดว่าจะรวยเร็ว มักจบเร็ว เพราะพอไม่เป็นไปตามหวัง จะเร่งไม้ เร่งอารมณ์ แล้วพอร์ตพัง

แผนเทรดที่ดี หน้าตาไม่จำเป็นต้องซับซ้อน

แผนที่ใช้ได้จริงมักสั้นและชัดว้า สิ่งที่ควรมีในแผนของ เทรดเดอร์ เหตุผลที่เข้า เงื่อนไขที่ทำให้เข้า จุดออกทำกำไร จุดหยุดขาดทุน ขนาดเงินต่อไม้ จำนวนไม้สูงสุดต่อวันหรือสัปดาห์ แค่นี้ก็พอให้คุณไม่เทรดมั่ว และไม่ต้องตัดสินใจตอนอารมณ์พุ่ง

วิธีคิดเรื่องความเสี่ยง แบบที่ นัก เทรด หุ้น ควรใช้

ถ้าจะให้เลือกทักษะเดียวที่สำคัญที่สุดของ เทรดเดอร์ ผมเลือกการคุมความเสี่ยง เพราะต่อให้คุณวิเคราะห์เก่ง แต่คุมความเสี่ยงไม่เป็น พลาดครั้งเดียวก็ล้างพอร์ตได้ แนวคิดพื้นฐาน ไม้ไม่ควรทำให้พอร์ตเจ็บหนัก ขาดทุนต้องมีเพดาน กำไรเป็นผลของการทำซ้ำอย่างมีวินัย เวลาคุณกดซื้อ ให้ถามตัวเองก่อน ถ้าผิดทาง ฉันยอมเสียเท่าไหร่ ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งเข้า

ทำไมคนส่วนใหญ่แพ้ตลาด ทั้งที่ดูกราฟเป็น

คำตอบมักไม่ได้อยู่ที่กราฟ แต่อยู่ที่พฤติกรรม คนแพ้เพราะ เข้าช้าเพราะกลัว แล้วไปไล่ราคา ขาดทุนแล้วไม่ยอมตัด เพราะหวังว่าจะกลับมา กำไรนิดเดียวรีบปิด เพราะกลัวหาย พอเสียก็อยากเอาคืน เลยเพิ่มขนาดไม้แบบไม่คิด นี่คือเรื่องอารมณ์ล้วน ๆ และเป็นเหตุผลว่าทำไม เทรดเดอร์ ที่อยู่รอด ถึงให้ค่ากับวินัยมากกว่าสูตร

โครงสร้างการฝึกตัวเองให้เป็น เทรดเดอร์ 

อยากเก่งขึ้นให้ฝึกเป็นขั้น ดังนี้

ขั้นที่ 1 ฝึกทำตามแผน ไม่สนว่ากำไรหรือขาดทุน

ช่วงนี้เป้าหมายไม่ใช่เงิน เป้าหมายคือทำตามระบบได้จริง คุณจะเริ่มเห็นว่า สิ่งที่ยากที่สุดคือทำตามที่ตัวเองตั้งไว้ ไม่ใช่การหาจังหวะเข้า

ขั้นที่ 2 ฝึกอ่านผลลัพธ์เป็นสถิติ

อย่ามองดีลเดียวแล้วสรุปว่าตัวเองเก่งหรือไม่เก่ง ให้ดูเป็นชุด เช่น 20 ดีลที่ผ่านมา กำไรกี่ครั้ง ขาดทุนกี่ครั้ง เฉลี่ยกำไรต่อครั้งเท่าไหร่ เฉลี่ยขาดทุนต่อครั้งเท่าไหร่ บางคนชนะไม่บ่อย แต่กำไรรวมยังมาก เพราะคุมขาดทุนได้ นี่คือวิธีคิดแบบ นัก เทรด หุ้น ที่โตขึ้น

ขั้นที่ 3 ปรับปรุงทีละจุด

ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เลือกแก้จุดเดียว เช่น จุดเข้า หรือจุดออก หรือขนาดไม้ แล้วเก็บข้อมูลใหม่

เรื่องที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับกราฟ แบบไม่ต้องเทพก็ใช้ได้

กราฟไม่ใช่คริสตัลบอล มันเป็นภาษาของพฤติกรรมผู้เล่นในตลาด สิ่งที่มือใหม่ควรรู้ให้ชัด แนวโน้มกำลังขึ้น ลง หรือแกว่ง จุดที่คนส่วนใหญ่สนใจ เช่น แนวรับแนวต้าน ปริมาณการซื้อขายช่วยบอกแรงของการเคลื่อนที่ คุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือสิบอย่าง บางครั้งแค่เข้าใจแนวโน้มกับจุดสำคัญ ก็พอให้วางแผนได้แล้ว

การบ้านที่ทำให้ เทรดเดอร์ เก่งขึ้นจริง ไม่ใช่ดูคลิปทั้งวัน

ถ้าอยากพัฒนาเร็ว ให้ทำ 3 ข้อนี้ อย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

  1. จดบันทึกการเทรด
  • จดเหตุผลเข้า
  • จดเหตุผลออก
  • จดอารมณ์ตอนนั้น
  • จดว่าทำตามแผนไหม

ผ่านไปไม่นาน คุณจะเห็นนิสัยตัวเองชัดมาก บางคนพังเพราะไล่ราคา บางคนพังเพราะไม่ยอมตัดขาดทุน การจดทำให้คุณแก้ได้ตรงจุด

  1. ทบทวนหลังตลาดปิด

ไม่ต้องนาน แค่ 10 ถึง 15 นาทีพอ ถามตัวเอง วันนี้ทำตามแผนกี่เปอร์เซ็นต์ ดีลไหนพลาดเพราะอารมณ์ พรุ่งนี้จะกันพลาดยังไง

  1. ฝึกจำลองก่อนใช้เงินจริงเพิ่ม

ถ้าคุณกำลังจะลองวิธีใหม่ ลองด้วยขนาดทุนขนาดเล็กก่อน หรือจำลองบนกระดาษก่อน วิธีนี้กันความเสียหายจากความตื่นเต้นได้ดีมาก

วินัยคือของจริงของ นัก เทรด หุ้น

หลายคนอยากได้ทริค แต่สิ่งที่ทำให้คุณอยู่รอดคือ วินัย วินัยของ เทรดเดอร์ หน้าตาเป็นแบบนี้
1. ตัดขาดทุนตามแผน
2. ไม่เทรดเพื่อเอาคืน
3. ไม่เพิ่มไม้เพราะอารมณ์
4. หยุดเทรดเมื่อสมองล้า
5. เคารพกติกาของตัวเอง

มันไม่หวือหวา แต่มันพาคุณเดินไกล

สัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเทรดด้วยอารมณ์

ถ้าคุณเจออาการเหล่านี้บ่อย ๆ ให้หยุดพัก คือ

  1. มือสั่นอยากกดตลอด
    2. นอนไม่หลับเพราะคิดถึงพอร์ต
    3. เปิดกราฟทั้งวันจนล้า
    4. ขาดทุนแล้วเพิ่มไม้แบบไม่คิด
    5. อ่านข่าวแล้วหัวร้อนอยากสวนตลาด

การพักไม่ใช่ความแพ้ การพักคือการป้องกันพอร์ต และป้องกันตัวเอง

สรุป จะเป็น เทรดเดอร์ ที่อยู่รอดได้ยังไง

เริ่มจากเงินเย็นและแยกระบบการเงินให้ชัด เขียนแผนให้สั้นและทำตามให้ได้ ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงก่อนกำไร จดบันทึกและทบทวนเป็นสถิติ ไม่ตัดสินจากดีลเดียว ฝึกวินัยให้เหนืออารมณ์ พักเมื่อไม่พร้อม ถ้าคุณทำได้ต่อเนื่อง คุณจะค่อย ๆ โตจากคนที่ลองเทรด ไปเป็น นัก เทรด หุ้น ที่มีระบบ และสุดท้ายเป็น เทรดเดอร์ ที่อยู่ในเกมได้นาน

  • หมายเหตุ เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูล และตัดสินใจให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง

บทความอื่นๆ

หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ในธีม หุ้น สุขภาพ

ถ้าเข้าตลาดหุ้นมาสักพัก จะเริ่มเห็นว่า “ธีมสุขภาพ” ถูกพูดถึงตลอด ไม่ว่าจะเศรษฐกิจดีหรือเศรษฐกิจแผ่ว คนก็ยังต้องรักษา ยังต้องตรวจสุขภาพ ยังต้

อ่านต่อ »