ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาเศรษฐกิจผันผวนหรือเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ทองคำกับบิตคอยน์ มักมีการพูดถึงเสมอ บางคนบอกว่าบิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล แต่บางคนก็เถียงว่าทองต่างหากที่เป็นสินทรัพย์จริง ส่วนบิตคอยน์ยังผันผวนและเสี่ยงเกินไป
แล้วจริง ๆ ทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันแบบไหน แตกต่างกันยังไง และในโลกการลงทุนปัจจุบันควรดูอย่างไรบ้าง ลองค่อย ๆ คลี่ทีละประเด็นแบบภาษาคนเล่ากันง่าย ๆ แต่ได้ความรู้ครบทุกมุม
ทองคำกับบิตคอยน์คืออะไร และทำไมถูกพูดถึงด้วยกันบ่อย
ทองคำคือสินทรัพย์ดั้งเดิมที่คนทั้งโลกใช้เก็บมูลค่ามานานเป็นพันปี ส่วนบิตคอยน์คือ สินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ที่มีอายุกว่า 10 กว่าปี แต่ถูกพูดถึงมากเพราะมูลค่าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีเบื้องหลังที่เปลี่ยนโลกได้จริง ถึงจะต่างยุคต่างสมัย แต่กลับมีหลายมุมที่คล้ายกัน
จุดเหมือนที่ทำให้คนเอาทองกับบิตคอยน์มาเทียบกัน
- เป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด
ทองมีจำกัดเพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ บิตคอยน์มีจำกัดเพราะโปรแกรมกำหนดสูงสุดไว้เพียง 21 ล้านเหรียญ ทั้งสองอย่างนี้ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นที่เก็บมูลค่าในระยะยาว
- ไม่ได้ผูกกับรัฐบาลหรือธนาคารกลาง
ทองไม่มีใครควบคุม บิตคอยน์ก็ใช้ระบบกระจายศูนย์ ไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจล้มระบบได้ คุณสมบัตินี้ทำให้ทั้งคู่ถูกเรียกว่า Store of value
- ได้รับความสนใจในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
เวลาตลาดหุ้นตก มักเกิดการไหลเข้าไปที่ทองหรือบิตคอยน์ แม้พฤติกรรมจะไม่เหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งคู่เป็นสินทรัพย์ที่คนเลือกถือเวลาต้องการลดความเสี่ยงจากระบบการเงินแบบเดิม
จุดต่างที่สำคัญมากจนทำให้สองอย่างนี้เป็นคนละโลก
ถึงจะมีความคล้ายกันเยอะ แต่ก็มีจุดต่างที่ชัดเจนมาก
- ทองเป็นสินทรัพย์จริง ส่วนบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
ทองถือในมือได้ เก็บในตู้เซฟได้ บิตคอยน์ต้องเก็บในกระเป๋าเงินดิจิทัล ระดับการยอมรับแบบสากลจึงต่างกัน
- ทองผันผวนน้อยกว่าบิตคอยน์
บิตคอยน์สามารถวิ่งขึ้นลงหลายเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว ทองเคลื่อนไหวช้ากว่า เหมาะกับสายถือระยะกลางถึงยาว แต่บิตคอยน์เหมาะกับสายเทรด หรือสายยอมรับความเสี่ยงสูง
- บิตคอยน์พึ่งพาเทคโนโลยี ส่วนทองพึ่งพาความเชื่อของมนุษย์
ถ้าเทคโนโลยี Blockchain ไม่พัฒนา หรือถูกโจมตีรุนแรง มูลค่าของบิตคอยน์อาจได้รับผลกระทบ
แต่ทองมีคุณค่าทางกายภาพ และเชิงวัฒนธรรมที่อยู่มานานกว่า 5,000 ปี
ความสัมพันธ์การเคลื่อนไหวราคา ทองกับบิตคอยน์เกี่ยวกันแค่ไหน
นักลงทุนจำนวนมากสงสัยว่า ทองกับบิตคอยน์วิ่งไปด้วยกัน หรือสวนกัน ความจริงคือ มันไม่ได้สัมพันธ์ตายตัว แต่มีรูปแบบที่น่าสนใจให้จับสังเกต
บิตคอยน์กับทองเคลื่อนไหวสวนกันบางช่วง
เช่น ตอนดอลลาร์แข็งแรงขึ้น เงินเฟ้อลดลง ตลาดหุ้นกลับมาฟื้น
- นักลงทุนบางกลุ่มเทเงินออกจากทอง
- และบางกลุ่มไปซื้อบิตคอยน์ เพื่อเก็งกำไรตามกระแสเทคโนโลยี
แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดนะ มันขึ้นกับสภาพตลาดแต่ละช่วงด้วย
บิตคอยน์กับทองวิ่งขึ้นพร้อมกันในช่วงเศรษฐกิจมีความเสี่ยง
เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดหลายครั้ง เช่น
- ช่วงโควิดระบาด
- ช่วงเกิดปัญหาธนาคารในสหรัฐบางแห่งล้ม
- ช่วงสงครามหรือมีความตึงเครียดระหว่างประเทศ
เหตุผลคือคนต้องการสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบธนาคาร ทองคือ Safe haven ดั้งเดิม บิตคอยน์คือ Safe haven สมัยใหม่ แม้ความผันผวนจะต่างกัน แต่ทั้งคู่ดึงเงินไหลเข้าพร้อมกันได้
ระยะยาวบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ทองเสถียรกว่า
ข้อมูลจากประวัติศาสตร์ชัดมาก บิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงสุด ในบรรดาสินทรัพย์หลักทั่วโลก แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน ส่วนทองโตช้า แต่เสี่ยงต่ำกว่า เหมาะกับสายสม่ำเสมอ
ปัจจัยที่กระทบราคาระหว่างทองกับบิตคอยน์
สองอย่างนี้ตอบสนองต่อปัจจัยต่างกัน แต่มีจุดร่วมบางอย่างด้วย
ปัจจัยที่กระทบทองโดยตรง
- ค่าเงินดอลลาร์
ทองผูกกับดอลลาร์มาก ถ้าดอลลาร์แข็ง ทองมักลง ถ้าดอลลาร์อ่อน ทองมักขึ้น
- ดอกเบี้ยของสหรัฐ
ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย ทองลง เพราะคนอยากไปถือพันธบัตรหรือเงินสดมากกว่า
- ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
เวลาเกิดเหตุร้ายแรง เช่น สงคราม วิกฤตการเงิน ทองจะพุ่งเพราะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ปัจจัยที่กระทบบิตคอยน์
- กระแสเทคโนโลยี
ตลาดคริปโตผันผวนตามเทรนด์มาก เช่น
- การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF
- บริษัทใหญ่ซื้อบิตคอยน์
- ฮาล์ฟวิ่ง Halving
- การกำกับดูแลของรัฐบาล
ข่าวลบจากประเทศใหญ่สามารถทำให้บิตคอยน์ร่วงแรงได้ เช่น การแบน การควบคุม การปิดตลาด
- สภาพคล่องในระบบการเงิน
ถ้าโลกใช้นโยบายผ่อนคลาย QE ตลาดคริปโตมักโตเร็ว เพราะมีเงินทุนไหลเข้ามาก
ทองหรือบิตคอยน์ควรถืออะไรดีกว่ากัน
คำตอบจริง ๆ คือ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ ทั้งสองอย่างมีข้อดีต่างกัน และไม่ได้แทนกันได้เสมอไป
ถ้าอยากความเสี่ยงต่ำและเก็บมูลค่ายาว ทองเหมาะกว่า
ทองมีเสถียรภาพและประวัติยาวนาน ราคาขึ้นลงตามปัจจัยเศรษฐกิจชัดเจน ถือยาวได้แบบสบายใจ ไม่ต้องดูทุกวัน
ถ้าอยากผลตอบแทนสูงและรับความผันผวนได้ บิตคอยน์เหมาะกว่า
บิตคอยน์มีศักยภาพโตหลายเท่าในระยะยาว แต่ต้องเข้าใจความเสี่ยงและความผันผวนมากกว่า เหมาะกับนักลงทุนที่มีวินัยและวางแผนดี
กลยุทธ์ผสมทองกับบิตคอยน์แบบมืออาชีพ
นักลงทุนระดับโลกหลายคนไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อบาลานซ์พอร์ต
พอร์ตแบบอนุรักษ์นิยม
- ทอง 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
- บิตคอยน์ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นหุ้นและพันธบัตร
เหมาะกับคนที่อยากได้ความปลอดภัยแต่ยังอยากได้โอกาสโต
พอร์ตแบบสมดุล
- ทอง 20 เปอร์เซ็นต์
- บิตคอยน์ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์
เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงระดับกลาง
พอร์ตแบบเน้นเติบโต
- ทอง 10 เปอร์เซ็นต์
- บิตคอยน์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์
เหมาะกับคนที่ยอมรับความผันผวนสูงเพื่อผลตอบแทนในอนาคต
ข้อผิดพลาดที่คนมักมีเรื่องทองกับบิตคอยน์
- คิดว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง จริง ๆ แล้วถือทั้งคู่ก็ได้และควรจะถือ เพื่อกระจายความเสี่ยง
- ดูแค่ราคาตลาดแต่ไม่ศึกษาปัจจัยพื้นฐาน ทองและบิตคอยน์ตอบสนองต่อข่าวคนละแบบ ถ้าไม่ศึกษาอาจตีความผิดได้ง่าย
- เทรดตามอารมณ์ บิตคอยน์ผันผวนมาก ถ้าใช้อารมณ์นำแทบจะขาดทุนแน่นอน
มุมมองอนาคตของทองคำกับบิตคอยน์
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า อนาคตทั้งสองอย่างจะอยู่ร่วมกัน ไม่ได้แทนกัน ทองยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย บิตคอยน์จะพัฒนาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่คนโลกใหม่ถือกันมากขึ้น และอาจกลายเป็น Safe haven ดิจิทัลจริง ๆ ในอนาคต
สรุป แนวคิดสำคัญของ ทองคำกับบิตคอยน์
ถ้าคุณเข้าใจ ทองคำกับบิตคอยน์ คุณจะเข้าใจภาพรวมตลาดการเงินสมัยใหม่แบบชัดขึ้นมาก ทองให้ความมั่นคง บิตคอยน์ให้การเติบโต ทั้งสองมีความสำคัญในแบบของตัวเอง และสามารถใช้ร่วมกันเพื่อเสริมความแข็งแรงของพอร์ตได้


