ถ้าใครติดตามตลาดหุ้นมาสักพัก จะเห็นได้ชัดว่า หุ้นกลุ่มโรงแรม เป็นหนึ่งในกลุ่มที่พลิกกลับมาอย่างรวดเร็วหลังการเปิดประเทศ เพราะเมื่อคนเริ่มเดินทาง รายได้ของโรงแรมก็ตามมาแบบทันตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรูริมทะเลในภูเก็ต หรือบูทีคโฮเทลกลางกรุงเทพ ทุกแห่งต่างกลับมามีผู้เข้าพักจนแทบเต็มห้อง และสิ่งนี้เองคือ แรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
ทำไมหุ้นโรงแรมถึงน่าลงทุน
- การท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ
ประเทศเราพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ทุกครั้งที่จำนวนผู้เดินทางเพิ่มขึ้น โรงแรมก็จะได้รับอานิสงส์เต็ม ๆ - รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ
นโยบาย Visa Free กับประเทศหลัก ๆ อย่างจีน รัสเซีย อินเดีย ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มหลายล้านคนต่อปี - ค่าเงินบาทอ่อนช่วยให้ไทยน่าเที่ยวขึ้น
สำหรับชาวต่างชาติ ไทยยิ่งดูถูกลง ทำให้การจองโรงแรม และการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น - เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่มาแรง
เช่น Workation, Wellness Retreat และ Luxury Travel ล้วนช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับโรงแรมระดับกลางถึงบน
หุ้นโรงแรมตัวเด่นในตลาดไทย
ตลาดหุ้นไทยมีบริษัทโรงแรมที่จดทะเบียนหลายราย ซึ่งแต่ละแห่งก็มีจุดแข็งต่างกันไป
- MINT (ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล)
เจ้าของโรงแรมระดับโลกอย่าง Anantara, Avani และ Tivoli รวมทั้งร้านอาหารอย่าง The Pizza Company, Swensen’s และ Bonchon ถือว่าเป็นบริษัทโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในไทย และมีสาขาทั่วโลก
- CENTEL (เซ็นทรัล พลาซา โฮเทล)
เจ้าของโรงแรม Centara ที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงพรีเมียม ทั้งในไทย และต่างประเทศ อีกทั้งยังมีธุรกิจอาหารในเครือที่ช่วยเสริมรายได้
- ERW (ดิ เอราวัณ กรุ๊ป)
เน้นโรงแรมราคากลาง และบัดเจ็ท เช่น Hop Inn ซึ่งมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และกำลังขยายไปในอาเซียน
- SHR (สิงห์ เอสเตท โฮเทล รีสอร์ท)
ผู้ถือแบรนด์โรงแรมในต่างประเทศ เช่น Outrigger และ Crossroads มัลดีฟส์ จุดเด่นคือการบริหารโรงแรมหรูในจุดหมายปลายทางระดับโลก
จุดแข็งของหุ้นกลุ่มโรงแรม
- รายได้ฟื้นแรงหลังเปิดประเทศ
- มีฐานลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ
- ได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนและการบินเพิ่มขึ้น
- ธุรกิจเกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจจริง
- โอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายเครือโรงแรมต่างประเทศ
เมื่อเศรษฐกิจฟื้นและนักท่องเที่ยวกลับมา โรงแรมจะเป็นธุรกิจแรก ๆ ที่รายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้นโรงแรม
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือหัวใจหลักของการเติบโตในกลุ่มนี้ ถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่ม ราคาหุ้นมักขยับตาม
- ค่าเงินบาทและราคาน้ำมัน บาทอ่อนช่วยดึงนักท่องเที่ยว ขณะที่น้ำมันส่งผลต่อค่าตั๋วเครื่องบิน และต้นทุนเดินทาง
- ภาวะเศรษฐกิจโลก ถ้าเศรษฐกิจหลักอย่างยุโรปหรือจีนดี คนจะเดินทางมากขึ้น
- เหตุการณ์พิเศษในประเทศ เช่น การจัดงานประชุมหรือเทศกาลใหญ่ มักกระตุ้นอัตราการเข้าพักของโรงแรม
หุ้นกลุ่มโรงแรมกับเทรนด์ท่องเที่ยวใหม่
ช่วงหลังโควิด พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
- Workation ทำงานไปเที่ยวไป กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
- Wellness Tourism เน้นการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ โรงแรมต้องเพิ่มบริการฟิตเนส สปา โยคะ
- Sustainability เทรนด์ท่องเที่ยวรักษ์โลก เช่น ลดขยะพลาสติก ใช้พลังงานสะอาด
- Luxury Travel นักท่องเที่ยวบางกลุ่ม เน้นประสบการณ์ระดับพรีเมียม ทำให้โรงแรมหรูเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผลประกอบการของหุ้นโรงแรมช่วงปี 2024
ปีที่ผ่านมาเป็นปีทองของ หุ้นกลุ่มโรงแรม หลายแห่งรายงานผลประกอบการเติบโตสูงสุดในรอบหลายปี
- MINT มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 50% จากการฟื้นตัวของโรงแรมในยุโรปและไทย
- CENTEL รายได้โตแรงจากโรงแรมและร้านอาหารที่กลับมาทำยอดขายได้ดี
- ERW กำไรทะลุพันล้านครั้งแรกในรอบหลายปีจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 80%
- SHR ได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับบนที่กลับมาพักในรีสอร์ตหรู
แนวโน้มปี 2025 ยังสดใสต่อเนื่อง เพราะมีการจองล่วงหน้าสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล และฤดูท่องเที่ยวปลายปี
ความเสี่ยงของหุ้นกลุ่มโรงแรม
- ต้นทุนพลังงานและค่าแรงสูงขึ้น
- การแข่งขันในเมืองท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะโรงแรมระดับกลาง
- เหตุการณ์โลก เช่น สงครามหรือโรคระบาด ที่อาจทำให้คนชะลอการเดินทาง
- เศรษฐกิจโลกชะลอ โดยเฉพาะจากจีนที่เป็นตลาดหลักของไทย
อย่างไรก็ตาม โรงแรมที่มีฐานลูกค้าหลากหลาย และทำเลดีมักรับมือกับความผันผวนได้ดีกว่าคู่แข่ง
กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นโรงแรม
- ถือยาวไปกับเศรษฐกิจไทย เพราะธุรกิจโรงแรมเติบโตตามการท่องเที่ยวและ GDP ของประเทศ
- ซื้อช่วง Low Season ราคาหุ้นมักย่อตัวช่วงกลางปีซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซัน เหมาะกับการทยอยสะสม
- เลือกบริษัทที่ขยายสู่ต่างประเทศ อย่าง MINT และ SHR ซึ่งลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวไทย และมีรายได้สกุลต่างประเทศ
- มองหาโรงแรมที่เน้นเทรนด์ใหม่ เช่น Wellness หรือ Workation ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่และสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง
หุ้นโรงแรมกับเศรษฐกิจไทย
ธุรกิจโรงแรมไม่เพียงสร้างรายได้โดยตรง แต่ยังช่วยกระตุ้นภาคอื่น ๆ เช่น ค้าปลีก การขนส่ง และอาหาร เมื่อโรงแรมฟื้น ประเทศก็ฟื้น ปัจจุบันไทยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละกว่า 40 ล้านคน ซึ่งหากทำได้จริง จะสร้างรายได้หลายล้านล้านบาท และผลักดันกำไรของกลุ่มโรงแรมให้โตต่อเนื่อง
มุมมองนักวิเคราะห์
โบรกเกอร์หลายแห่งยังคงให้น้ำหนัก ซื้อ หุ้นในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ MINT, CENTEL, และ ERW ที่มีการฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักต่อเนื่อง
- MINT ถูกมองว่าได้เปรียบเพราะมีพอร์ตโรงแรมทั่วโลก
- CENTEL ได้แรงหนุนจากการขยายโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์
- ERW ได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดภายในประเทศ และขยายสาขา Hop Inn ไปในอาเซียน
แนวโน้มปี 2025 นักลงทุนสถาบันยังคาดว่ากลุ่มนี้ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15–20% จากฐานกำไรที่ยังเพิ่มได้อีก
หุ้นกลุ่มโรงแรมเหมาะกับใคร
เหมาะกับนักลงทุนที่มองการเติบโตระยะกลางถึงยาว เพราะกลุ่มนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวแรงแบบหุ้นเทคโนโลยี แต่มีความมั่นคง และเติบโตตามเศรษฐกิจจริง เหมาะกับคนที่อยากลงทุนในธุรกิจที่ มองเห็นได้ เช่น โรงแรมที่เคยไปพัก หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
สรุป ภาพรวมหุ้นกลุ่มโรงแรม
หุ้นกลุ่มโรงแรม เป็นกลุ่มที่เติบโตควบคู่กับเศรษฐกิจไทย และการท่องเที่ยวโลก ยิ่งนักท่องเที่ยวมาก โรงแรมยิ่งได้ประโยชน์ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องต้นทุน และภาวะเศรษฐกิจโลก แต่แนวโน้มโดยรวมยังแข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อไทย ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ของนักเดินทางทั่วโลก
ใครที่กำลังมองหาหุ้นเติบโตระยะยาวที่ผสมทั้ง ความมั่นคงและโอกาส กลุ่มโรงแรมคือ ตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุดในเวลานี้


