ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ กองทุนตราสารหนี้ก็คือ กองทุนที่เอาเงินของนักลงทุนไปลงทุนในหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือหนี้ระยะสั้นของสถาบันการเงิน ส่วน กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา หมายถึง กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Bonds) หรือพันธบัตรเอกชนรายใหญ่ของอเมริกา พูดง่าย ๆ ว่าคือการให้รัฐบาลหรือบริษัทในอเมริกากู้เงินเราไปใช้ แล้วจ่ายดอกเบี้ยตอบแทน
ทำไมคนถึงสนใจ กองทุนตราสารหนี้อเมริกา
เพราะตลาดการเงินของสหรัฐอเมริกาถือว่าใหญ่ และมั่นคงที่สุดในโลก รัฐบาลมีเครดิตเรตติ้งระดับสูงสุด และบริษัทเอกชนมีความน่าเชื่อถือสูง
อีกทั้งดอกเบี้ยของพันธบัตรสหรัฐฯ มักสะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลก เช่น ถ้าเฟด (FED) ปรับขึ้นดอกเบี้ย ผลตอบแทนของพันธบัตรก็จะสูงขึ้นตาม
ดังนั้น นักลงทุนที่อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากแต่ยังไม่อยากเสี่ยงกับหุ้นมาก ก็มักเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อเมริกา
ลักษณะเด่นของกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา
- ความมั่นคงสูง
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ชื่อว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่สุดในโลก เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ - สภาพคล่องดี
ตลาดตราสารหนี้อเมริกามีการซื้อขายต่อเนื่องและใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารเงินได้อย่างคล่องตัว - มีหลากหลายช่วงอายุ
ตั้งแต่พันธบัตรอายุสั้น (1-2 ปี) ไปจนถึงระยะยาว (10-30 ปี) เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเลือกตามเป้าหมายของตัวเอง - ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
กองทุนประเภทนี้จะจ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (Yield) ที่ค่อนข้างคงที่และสามารถประมาณการได้
ประเภทของตราสารหนี้ในอเมริกา
แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า ตราสารหนี้ แต่จริง ๆ แล้วมีหลายประเภทมาก มาดูกันว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
- พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Bonds)
เป็นตราสารหนี้ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เพราะผู้ออกคือ รัฐบาลสหรัฐฯ เอง มีทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น
- Treasury Bills (อายุไม่เกิน 1 ปี)
- Treasury Notes (อายุ 2-10 ปี)
- Treasury Bonds (อายุ 10 ปีขึ้นไป)
- ตราสารหนี้เอกชน (Corporate Bonds)
ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น Apple, Microsoft หรือ JP Morgan เพื่อระดมทุนไปขยายธุรกิจ ผลตอบแทนจะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามเครดิตของบริษัท
- ตราสารหนี้จำนอง (Mortgage-backed Securities – MBS)
เป็นตราสารที่มีสินเชื่อบ้านเป็นหลักประกัน ซึ่งเคยเป็นสาเหตุของวิกฤติซับไพรม์ปี 2008 แต่ปัจจุบันถูกควบคุมเข้มงวดมากขึ้น
ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา
ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ
- อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย พันธบัตรใหม่จะให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ราคาพันธบัตรเก่าจะลดลง - ประเภทของตราสารที่ลงทุน
พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนต่ำกว่า แต่ปลอดภัยกว่า ส่วนพันธบัตรเอกชนให้ผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยงกว่า
โดยทั่วไปผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 3-6% ต่อปี ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและนโยบายการเงินของเฟด
ความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้
ถึงจะดูปลอดภัยแต่ก็ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง ลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง
- ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม ราคาตราสารหนี้ที่ถืออยู่จะลดลง ทำให้มูลค่ากองทุนลดลงชั่วคราว - ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk)
เพราะกองทุนลงทุนในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าเงินบาทแข็งค่ามาก ผลตอบแทนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทจะลดลง - ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)
หากบริษัทเอกชนที่ออกพันธบัตรล้มละลาย หรือจ่ายดอกเบี้ยไม่ได้ ผู้ถือพันธบัตรอาจสูญเงินบางส่วน
แต่ถ้าเลือกกองทุนที่บริหารโดยมืออาชีพ ความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกจัดการและกระจายออกไปได้ดี
ทำไมควรมี กองทุนตราสารหนี้อเมริกา ในพอร์ต
- ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้น
เวลาหุ้นตก พันธบัตรมักปรับขึ้น ทำให้พอร์ตโดยรวมเสถียรกว่า - เหมาะกับคนที่อยากลงทุนต่างประเทศแต่ไม่อยากเสี่ยงมาก
เพราะไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว และยังได้ลงทุนในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก - มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากในไทย
โดยเฉพาะช่วงที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ สูงกว่าของไทย - เหมาะกับการออมระยะยาว
กองทุนตราสารหนี้เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหมาะกับเป้าหมายเช่น เก็บเงินเกษียณ หรือเก็บเงินสำรองระยะยาว
วิธีเลือกกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา
- ดูนโยบายการลงทุนของกองทุน
ว่ากองทุนลงทุนในตราสารหนี้ประเภทไหน เช่น รัฐบาล เอกชน หรือผสมกัน - เช็คความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องค่าเงิน ควรเลือกกองทุนที่ “ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedged)” - ดูผลตอบแทนย้อนหลังอย่างน้อย 3-5 ปี
เพื่อประเมินความเสถียรของกองทุนในแต่ละช่วงเศรษฐกิจ - ตรวจสอบค่าธรรมเนียม (TER)
เพราะค่าธรรมเนียมสูงเกินไป จะกินผลตอบแทนของคุณโดยไม่รู้ตัว - เลือกบริษัทจัดการกองทุนที่น่าเชื่อถือ
เช่น บลจ.ใหญ่ ๆ ที่มีประวัติการบริหารกองทุนต่างประเทศมายาวนาน
ตัวอย่างกองทุนตราสารหนี้อเมริกาที่คนไทยนิยม
(ข้อมูลตัวอย่างเท่านั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนลงทุน)
- K-USAFIXED ของ บลจ.กสิกรไทย ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล และเอกชนสหรัฐฯ
- SCBUSTBF ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น
- TMBUSFI ของ บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และเอกชนรายใหญ่
เทคนิคลงทุนให้ได้ผลดี
- DCA รายเดือน
ลงทุนสม่ำเสมอเดือนละเท่า ๆ กัน จะช่วยเฉลี่ยต้นทุนได้ดีโดยไม่ต้องจับจังหวะตลาด - ถือระยะยาวมากกว่า 1 ปี
เพราะตราสารหนี้ต้องใช้เวลา ให้ดอกเบี้ยสะสมจนคุ้มค่าค่าธรรมเนียม - ไม่ควรเทเงินทั้งหมดในช่วงเดียว
ควรกระจายการลงทุนไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยผันผวน
เหมาะกับใครบ้าง
- คนที่อยากลงทุนในต่างประเทศ แต่ไม่อยากเสี่ยงสูง
- นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก
- คนที่อยากกระจายพอร์ต ให้มีความสมดุลระหว่างหุ้น กับตราสารหนี้
- ผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณ หรือออมระยะยาว
สรุป กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา
กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา ถือเป็นทางเลือกการลงทุน ที่น่าสนใจในยุคที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน เพราะให้ความมั่นคง ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นได้ดี แม้ผลตอบแทนจะไม่หวือหวาเหมือนหุ้น แต่เหมาะมากกับคนที่ต้องการ ความมั่นคงระยะยาว และอยากให้เงินทำงานแบบมีเสถียรภาพ อย่าลืมว่า การลงทุนที่ดีไม่ใช่การวิ่งตามกำไร แต่คือการสร้างพอร์ตที่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน Gocprime


