
Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง พร้อมวิธีอ่านดัชนีให้เข้าใจ
Nasdaq 100 คือดัชนีที่ติดตามหลักทรัพย์ของบริษัทนอกภาคการเงินขนาดใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในตลาด Nasdaq โดยใช้น้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดแบบปรับแก้ คำตอบว่า Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง เปลี่ยนได้ตามการทบทวนดัชนี และข้อมูลที่ตรวจสอบ ณ 25 สิงหาคม 2026 มี 102 หลักทรัพย์ เนื่องจากบางบริษัทมีมากกว่าหนึ่งชั้นหุ้นและมีการรับสมาชิกแบบเร่งด่วน
นักลงทุนที่ค้นว่า Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง มักคาดว่าจะพบหุ้นเทคโนโลยี 100 ตัวแบบคงที่ แต่โครงสร้างจริงละเอียดกว่านั้น ดัชนีบริหารโดย Nasdaq, Inc. (Nasdaq) ครอบคลุมบริษัทนอกภาคการเงินขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq จำนวนหลักทรัพย์อาจมากกว่าจำนวนบริษัท เพราะบริษัทเดียวสามารถมีหลายชั้นหุ้น และรายชื่อเปลี่ยนได้เมื่อมีการปรับองค์ประกอบ บทความนี้ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมอธิบายวิธีคัดเลือก การให้น้ำหนัก และความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่หลังชื่อดัชนี
Nasdaq 100 คืออะไร และต่างจากตลาด Nasdaq อย่างไร

Nasdaq-100 Index ใช้รหัส NDX เป็นดัชนีอ้างอิงที่เริ่มคำนวณเมื่อวันที่ 31 มกราคม 1985 วัตถุประสงค์คือสะท้อนผลตอบแทนของบริษัทขนาดใหญ่ทั้งสหรัฐและต่างประเทศที่ไม่ใช่ธุรกิจการเงินและจดทะเบียนใน The Nasdaq Stock Market จึงไม่ใช่รายชื่อหุ้นทั้งหมดในตลาด และไม่ใช่ชื่อเดียวกับ Nasdaq Composite ซึ่งครอบคลุมหลักทรัพย์หลายพันรายการ
จุดเด่นของดัชนีคือมีบริษัทนวัตกรรมสูงในเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ เซมิคอนดักเตอร์ การสื่อสาร ผู้บริโภค สุขภาพ อุตสาหกรรม และสาธารณูปโภค แต่คำว่าไม่รวมการเงินทำให้ธนาคาร บริษัทประกัน และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมไม่เป็นสมาชิก ดังนั้นการซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิง NDX ไม่ได้แปลว่ากระจายครบทุกภาคเศรษฐกิจสหรัฐ
หลักเกณฑ์สำคัญหลังการปรับวิธีคำนวณปี 2026
ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2026 Nasdaq ปรับวิธีทบทวนองค์ประกอบให้ตอบสนองต่อมูลค่าตลาดที่เปลี่ยนเร็วขึ้น นอกจากการจัดองค์ประกอบประจำปีในเดือนธันวาคม ยังมีการทบทวนตามอันดับในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน พร้อมช่องทาง Fast Entry สำหรับบริษัทจดทะเบียนใหม่ขนาดใหญ่มากที่เข้าเกณฑ์อันดับสูง การพิจารณาคุณสมบัติอาจรวมจำนวนหุ้นทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน แต่การคำนวณน้ำหนักใช้เฉพาะหุ้นที่จดทะเบียนตามหลักเกณฑ์ของดัชนี
Modified market-cap weighting ไม่ได้ให้น้ำหนักเท่ากัน
น้ำหนักเริ่มจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด แต่ใช้กติกาปรับแก้เพื่อจำกัดการกระจุกตัวของบริษัทขนาดใหญ่มาก แนวคิดนี้ต่างจาก Equal Weight ที่ให้ทุกบริษัทใกล้เคียงกัน และต่างจากดัชนีราคาที่หุ้นราคาสูงมีน้ำหนักมาก เมื่อน้ำหนักของหุ้นรายใหญ่เปลี่ยน การเคลื่อนไหวของดัชนีอาจไม่สอดคล้องกับจำนวนหุ้นที่ขึ้นหรือลงในวันเดียวกัน
Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง: รายชื่อ 102 หลักทรัพย์ล่าสุด

ตารางต่อไปนี้ตอบคำถาม Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง จากรายการองค์ประกอบที่ประกอบขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงปี 2026 ได้แก่ Walmart แทน AstraZeneca, Sandisk แทน Atlassian, Lumentum แทน CoStar Group, การเพิ่ม Astera Labs, CoreWeave, Nebius Group, Rocket Lab และ Teradyne พร้อมถอดห้าบริษัทในรอบมิถุนายน รวมถึงการเพิ่ม Space Exploration Technologies Corporation ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2026
ณ วันที่ตรวจสอบ หน้าอ้างอิงของ Nasdaq แสดง 102 components แม้ชื่อ Nasdaq-100 สื่อถึง 100 บริษัท เหตุผลหลักคือ Alphabet Inc. มีหุ้นสองชั้นคือ GOOGL และ GOOG ขณะที่การรับสมาชิกแบบเร่งด่วนอาจทำให้จำนวนบริษัทสูงกว่าเป้าหมายชั่วคราว รายชื่อด้านล่างเรียงตามสัญลักษณ์ ไม่ได้เรียงตามน้ำหนัก และควรตรวจหน้าองค์ประกอบทางการอีกครั้งก่อนใช้อ้างอิงเชิงธุรกรรม
อ่านรายชื่อให้ลึกกว่าการนับว่ามีหุ้นตัวใด

1. ดูน้ำหนัก ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนบริษัท
หุ้นขนาดใหญ่อย่าง Apple Inc., Microsoft Corporation, NVIDIA Corporation, Amazon.com, Inc., Alphabet Inc., Meta Platforms, Inc. และ Broadcom Inc. สามารถมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นขนาดกลางหลายสิบตัวรวมกัน การเห็นว่าหุ้นส่วนใหญ่บวกจึงยังไม่รับประกันว่าดัชนีจะบวก นักลงทุนควรดูตารางน้ำหนักล่าสุดและคำนวณ Contribution โดยประมาณจาก น้ำหนักหุ้น × ผลตอบแทนหุ้น
ตัวอย่าง หากหุ้น A มีน้ำหนัก 8% และปรับขึ้น 5% ผลต่อดัชนีโดยประมาณเท่ากับ 0.40 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่หุ้นอีกสิบตัวมีน้ำหนักตัวละ 0.5% และลดลงตัวละ 2% จะกดดัชนีรวมราว 0.10 จุดเปอร์เซ็นต์ ดัชนีจึงยังปรับขึ้นได้ แม้จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก
2. แยกธีมเทคโนโลยีออกจากความเสี่ยงรายได้จริง
ดัชนีมีธีมปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่ผู้ออกแบบชิป เครื่องจักรผลิตชิป คลาวด์ ซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล แต่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้รับประโยชน์เท่ากัน ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อาจโตจากเงินลงทุนของลูกค้า ขณะที่ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ต้องพิสูจน์ว่าความสามารถด้าน AI เปลี่ยนเป็นรายได้ประจำและกระแสเงินสดได้ การเหมารวมว่าหุ้นทุกตัวคือผู้ชนะจากธีมเดียวกันทำให้ประเมินความเสี่ยงผิด
3. ดูรายได้ต่างประเทศและความเสี่ยงค่าเงิน
หลายบริษัทเป็นกิจการระดับโลก รายได้และต้นทุนจึงกระจายหลายสกุลเงิน ดัชนีคำนวณเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่ผู้ลงทุนไทยยังมีผลตอบแทนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์เพิ่มเข้ามา ผลตอบแทนเงินบาทโดยประมาณ = (1 + ผลตอบแทนสินทรัพย์เป็นดอลลาร์) × (1 + ผลตอบแทนค่าเงินดอลลาร์เทียบบาท) - 1 หากดัชนีขึ้น 10% แต่ดอลลาร์อ่อนเทียบบาท 7% ผลตอบแทนเงินบาทจะเหลือราว 2.3% ก่อนค่าธรรมเนียม
4. ติดตามการเข้าออกดัชนีและแรงซื้อเชิงกล
กองทุนที่ติดตามดัชนีต้องปรับพอร์ตเมื่อองค์ประกอบเปลี่ยน หุ้นที่ถูกเพิ่มอาจมีแรงซื้อก่อนวันมีผลจริง ส่วนหุ้นที่ถูกถอดอาจถูกขายจากกองทุนแบบ Passive อย่างไรก็ตาม ราคามักรับข่าวล่วงหน้าและอาจย้อนกลับหลังเหตุการณ์ การเก็งกำไรจาก Rebalance จึงต้องประเมินสภาพคล่อง ขนาด Free Float วันที่มีผล และการคาดการณ์ของตลาด
Nasdaq-100 ต่างจาก Nasdaq Composite และ S&P 500 อย่างไร
S&P 500 Index (Standard & Poor's 500 Index) เป็นดัชนีหุ้นใหญ่สหรัฐที่คัดบริษัทจากหลายตลาดและหลายภาคธุรกิจ ขณะที่ Nasdaq Composite มุ่งสะท้อนหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในวงกว้าง การเทียบสามดัชนีจึงต้องดูขอบเขตสมาชิก ไม่ใช่เทียบผลตอบแทนจากชื่อเพียงอย่างเดียว
ประเด็น | Nasdaq-100 | Nasdaq Composite | S&P 500 |
|---|---|---|---|
ขอบเขต | บริษัทนอกภาคการเงินขนาดใหญ่ใน Nasdaq | หลักทรัพย์ส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนใน Nasdaq | บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐจากหลายตลาด |
จำนวน | เป้าหมาย 100 บริษัท; จำนวนหลักทรัพย์อาจมากกว่า | หลายพันหลักทรัพย์ | ประมาณ 500 บริษัท |
ภาคการเงิน | ไม่รวมตามหลักเกณฑ์ | มีได้ | มี |
การกระจุกตัว | สูงในหุ้นเติบโตและเทคโนโลยี | กว้างกว่าแต่ยังมีอิทธิพลของเทคโนโลยี | กระจายภาคธุรกิจกว่า |
การใช้งาน | วัดหุ้นนวัตกรรมขนาดใหญ่ | วัดภาพรวมตลาด Nasdaq | วัดหุ้นใหญ่สหรัฐโดยรวม |
การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เลือก Benchmark ตรงกับพอร์ต หากถือหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่จำนวนมาก NDX มีความเหมาะสมกว่า แต่ถ้าต้องการวัดพอร์ตหุ้นสหรัฐหลายภาค S&P 500 อาจเป็นฐานที่สมดุลกว่า การใช้ดัชนีผิดตัวทำให้สรุปว่าผู้จัดการพอร์ตเก่งหรือแย่จากความแตกต่างของสไตล์ ไม่ใช่จากฝีมือจริง
นำดัชนีไปใช้ลงทุนอย่างไร และต้องดูต้นทุนอะไรบ้าง
ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงผ่านกองทุนรวม กองทุนซื้อขายในตลาด สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ออปชัน หรือสัญญาส่วนต่าง แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละแบบมีความเสี่ยงต่างกัน กองทุนมีค่าบริหารและ Tracking Difference สัญญาล่วงหน้ามีวันหมดอายุและ Basis ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจมีต้นทุนทางการเงินและความเสี่ยงขาดทุนเกินกว่าที่คาดจากการเคลื่อนไหวรายวัน
ก่อนลงทุนหุ้นอเมริกา ให้ตรวจดัชนีอ้างอิง สกุลเงิน นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ภาษีเงินปันผล ส่วนต่างราคา เวลาซื้อขาย และวิธีจัดการเหตุการณ์ Corporate Action ชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า Nasdaq 100 ไม่ได้หมายความว่าจะติดตามดัชนีได้เหมือนกันทั้งหมด กองทุนแบบ Currency Hedged, Equal Weight, Covered Call และ Leveraged ให้ผลลัพธ์ต่างจาก NDX ปกติ
ข้อจำกัดของดัชนีที่นักลงทุนมักมองข้าม
ประการแรก การคัดจากมูลค่าตลาดทำให้หุ้นที่ราคาขึ้นมากมีน้ำหนักสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านมูลค่า ประการที่สอง การไม่รวมภาคการเงินลดการกระจายตัว ประการที่สาม รายได้ของสมาชิกหลายรายพึ่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันในระบบนิเวศคลาวด์และชิป จึงมีความสัมพันธ์กันมากกว่าที่จำนวนบริษัทบอก
ประการที่สี่ องค์ประกอบเป็นภาพย้อนหลังของผู้ชนะที่เติบโตจนมีขนาดใหญ่ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะชนะต่อ ประการที่ห้า ดัชนีไม่พิจารณาราคาหุ้นว่าแพงหรือถูกเป็นเงื่อนไขหลัก ผู้ลงทุนจึงควรใช้กำไร กระแสเงินสด อัตรากำไร การลงทุน และมูลค่ากิจการประกอบ ไม่ควรตัดสินจากการเป็นสมาชิกดัชนีเพียงอย่างเดียว
วิธีใช้รายชื่อเป็นเช็กลิสต์วิเคราะห์พอร์ต
เริ่มจากดาวน์โหลดน้ำหนักล่าสุด แบ่งบริษัทตามแหล่งรายได้ แล้วรวม Exposure ที่ซ้ำกัน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ คลาวด์ โฆษณาดิจิทัล และผู้บริโภค จากนั้นทดสอบสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น การใช้จ่ายศูนย์ข้อมูลชะลอ เงินดอลลาร์แข็ง และเศรษฐกิจถดถอย หากพอร์ตลดลงมากในทุกสถานการณ์เดียวกัน แม้ถือหลายสิบชื่อ ก็อาจยังไม่กระจายความเสี่ยงจริง
สรุปคำถาม Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง ต้องตอบพร้อมวันที่อ้างอิงและน้ำหนัก ไม่ใช่หยุดที่รายชื่อ สมาชิกสามารถเปลี่ยนทุกไตรมาสหรือจากเหตุการณ์พิเศษ และผลตอบแทนถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่ราย การเข้าใจวิธีคัดเลือก ภาคธุรกิจ ค่าเงิน และรูปแบบผลิตภัณฑ์ช่วยให้ใช้ดัชนีเป็นเครื่องมือวางพอร์ตได้แม่นยำขึ้น
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรดของแต่ละท่าน ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้าง

1. Nasdaq-100 มีหุ้นเทคโนโลยีอย่างเดียวหรือไม่
ไม่ใช่ ดัชนีมีธุรกิจผู้บริโภค สุขภาพ อุตสาหกรรม พลังงาน และสาธารณูปโภคด้วย แต่หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตมีน้ำหนักสูง
2. ทำไมชื่อ 100 แต่มี 102 หลักทรัพย์
บริษัทหนึ่งอาจมีหลายชั้นหุ้น เช่น Alphabet และกฎ Fast Entry อาจทำให้จำนวนบริษัทสูงกว่าเป้าหมายชั่วคราว จึงต้องแยกคำว่าบริษัทออกจากจำนวนหลักทรัพย์
3. รายชื่อเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน
มีการจัดองค์ประกอบประจำปีและการทบทวนรายไตรมาส รวมทั้งเปลี่ยนระหว่างรอบได้เมื่อเกิดการควบรวม เพิกถอน หรือเข้าเกณฑ์ Fast Entry
4. ซื้อหุ้นครบทุกตัวเองดีกว่าซื้อกองทุนหรือไม่
การซื้อเองควบคุมน้ำหนักได้แต่มีต้นทุนและภาระปรับพอร์ตสูง กองทุนสะดวกกว่าแต่มีค่าธรรมเนียม Tracking Difference และความเสี่ยงของโครงสร้างผลิตภัณฑ์
5. เช็ก Nasdaq 100 มีหุ้นอะไรบ้างจากที่ใด
ใช้หน้า Index Overview, Weighting และประกาศ Corporate Actions ของ Nasdaq โดยระบุวันที่ตรวจสอบ เพราะเว็บสรุปภายนอกอาจอัปเดตช้ากว่า




