ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้นลงเพราะอะไร? ปัจจัยและวิธีอ่านผลกระทบ

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้นลงเพราะอะไร? ปัจจัยและวิธีอ่านผลกระทบ

By 3055 | GOC Prime Research Team24 SEP, 20263 views

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นผลจากเงื่อนไขการซื้อขายของสินค้าแต่ละชนิด ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ใช้แทนวัตถุดิบทั้งหมดได้ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และธัญพืชมีปัจจัยเฉพาะของตนเอง การอ่านข่าวราคาจึงควรเริ่มจากระบุให้ชัดว่าเป็นสินค้า เกรด แหล่งราคา และช่วงเวลาใด 

เริ่มจากความต้องการซื้อและปริมาณที่พร้อมขาย

ในตลาดน้ำมัน การผลิต การใช้พลังงาน สินค้าคงคลัง และเหตุการณ์ที่กระทบการส่งมอบล้วนเกี่ยวข้องกับราคา ส่วนก๊าซธรรมชาติมีปัจจัยอย่างสภาพอากาศ การผลิต และความสามารถของระบบขนส่งกับการกักเก็บ การใช้คำอธิบายเดียวกับสินค้าทุกชนิดจึงอาจทำให้มองข้ามเงื่อนไขสำคัญ 

แนวทางอ่านข่าวที่นำไปใช้ได้คือถามต่อว่า เหตุการณ์นั้นกระทบปริมาณจริงมากเพียงใด เกิดในภูมิภาคใด และมีสินค้าหรือแหล่งจัดหาทดแทนหรือไม่ คำถามเหล่านี้เป็นกรอบวิเคราะห์ ไม่ใช่สูตรคำนวณว่าราคาต้องเปลี่ยนไปเท่าไร

สินค้าคงคลังและเวลาส่งมอบต้องอ่านร่วมกัน

ราคาที่ส่งมอบใกล้กับราคาส่งมอบไกลอาจต่างกัน เนื่องจากการถือสินค้าเกี่ยวข้องกับต้นทุนทางการเงิน การเก็บรักษา และประโยชน์ของการมีสินค้าพร้อมใช้ โครงสร้างราคาฟิวเจอร์สจึงให้ข้อมูลอีกมิติหนึ่ง แต่ไม่ใช่คำพยากรณ์ราคาที่จะเกิดขึ้นแน่นอน 

เมื่อเห็นราคาหนึ่งเดือนเพิ่มขึ้น จึงควรตรวจสอบว่าเดือนอื่นขยับตามหรือไม่ และราคาในพื้นที่ที่ธุรกิจซื้อขายจริงต่างจากตลาดอ้างอิงอย่างไร ส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าจริงกับฟิวเจอร์สเรียกว่า basis ซึ่งอาจสะท้อนเงื่อนไขท้องถิ่น เช่น การขนส่งและคุณภาพ 

ราคาดอลลาร์กับต้นทุนเงินบาทไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน

สมมติวัตถุดิบมีราคา 100 ดอลลาร์ต่อหน่วย และใช้อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่าแปลงสกุลเงินจะเท่ากับ 3,500 บาท หากราคาสินค้าลดเหลือ 95 ดอลลาร์ แต่อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนเป็น 38 บาท มูลค่าจะเป็น 3,610 บาท ตัวอย่างสมมตินี้แสดงว่า ราคาสินค้าต่างประเทศลดลงก็ยังอาจมาพร้อมต้นทุนเงินบาทที่สูงขึ้น โดยยังไม่รวมค่าขนส่ง ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่น

เลือกข้อมูลให้ตรงกับคำถาม

การศึกษาวัฏจักรระยะยาวสามารถเริ่มจากข้อมูลรายเดือนของ IMF (International Monetary Fund) หรือ World Bank ซึ่งเหมาะกับการดูแนวโน้มในอดีต แต่ไม่ใช่ข้อมูลซื้อขายสด ส่วนการติดตามสัญญาเพื่อทำธุรกรรมต้องดูตลาด เดือนสัญญา และสถานะความล่าช้าของข้อมูลให้ครบ 

คำนวณการเปลี่ยนแปลงให้ถูกฐาน

ร้อยละการเพิ่มกับร้อยละการลดไม่สมมาตร

สูตรเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ คือ (ราคาใหม่ − ราคาเดิม) ÷ ราคาเดิม × 100 สมมติราคาจาก 100 ลดเหลือ 80 เท่ากับลด 20% แต่การขึ้นจาก 80 กลับไป 100 ต้องเพิ่ม 25% เพราะฐานเริ่มต้นเปลี่ยนไป การอ่านข่าวว่าราคาฟื้น 20% หลังลด 20% จึงไม่แปลว่ากลับมาที่เดิม ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ

เมื่อนำราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลายชนิดมาเทียบ ควรระบุว่าจะดูเปอร์เซ็นต์รายวัน รายเดือน หรือจากต้นช่วงที่เลือก หากช่วงเวลาไม่ตรงกัน ความต่างที่เห็นอาจเกิดจากวิธีเลือกฐาน ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของสินค้า การทำบันทึกราคาเริ่มต้นและวันที่อ้างอิงไว้ใต้กราฟช่วยให้ผู้อื่นตรวจการคำนวณซ้ำได้โดยไม่ต้องเดาสมมติฐาน

ราคาสกุลเงินหนึ่งไม่ใช่ต้นทุนทุกสกุลเงิน

สมมติราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เป็น 100 ดอลลาร์ต่อหน่วย ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ต้นทุนแปลงเป็นเงินบาทคือ 3,500 บาท ต่อมาราคาเป็น 110 ดอลลาร์ แต่อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 32 บาทต่อดอลลาร์ จะได้ 3,520 บาท เพิ่มประมาณ 0.57% ก่อนค่าใช้จ่าย กรณีนี้แสดงว่าผลของราคาสินค้ากับค่าเงินอาจหักล้างกันบางส่วน ไม่ใช่กฎว่าค่าเงินจะหักล้างราคาเสมอ

ตารางแยกข้อมูลที่อธิบายราคา

การวิเคราะห์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ควรแยกข้อเท็จจริงออกจากสมมติฐาน ตารางต่อไปนี้เสนอคำถามสำหรับอ่านข้อมูล ไม่ใช่สูตรพยากรณ์ราคา เช่น ข่าวเพิ่มกำลังผลิตต้องถามว่าเป็นประกาศแผนหรือเป็นปริมาณที่ผลิตได้แล้ว ส่วนข่าวความต้องการใช้ต้องตรวจพื้นที่และช่วงเวลาที่ครอบคลุม ไม่เอาข้อมูลคนละตลาดมาปะติดปะต่อเป็นข้อสรุปเดียว 

ข้อมูล

คำถามก่อนใช้

สิ่งที่ยังสรุปไม่ได้ทันที

การผลิต

เป็นแผนหรือปริมาณผลิตแล้ว

อุปทานพร้อมส่งจริงทั้งหมด

ความต้องการใช้

ครอบคลุมพื้นที่และช่วงใด

ความต้องการทั่วโลกจากจุดเดียว

สต็อก

นับคลังใด เทียบฤดูกาลใด

ของขาดทั่วโลกจากสต็อกบางแห่ง

ราคาล่วงหน้า

เดือนใดและเงื่อนไขใด

ราคาสินค้าจริงในอนาคตที่แน่นอน

ค่าเงิน

ใช้อัตราและสกุลใด

ต้นทุนสุทธิหากยังมีค่าใช้จ่ายอื่น

อ่านสต็อกและฤดูกาลโดยไม่รีบสรุป

ตัวเลขเพิ่มหรือลดต้องเทียบกับฐานที่เกี่ยวข้อง

สมมติสต็อกในรายงานลด 5 หน่วย แต่ช่วงเดียวกันของปีก่อนลด 10 หน่วย การลดลงครั้งนี้จึงอาจมีความหมายต่างจากการอ่านว่าของขาดเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ควรตรวจทั้งระดับคงเหลือ ช่วงฤดูกาล และขอบเขตคลังที่รายงานครอบคลุม ตัวอย่างนี้เป็นวิธีตั้งคำถาม ไม่ได้กำหนดว่าสต็อกแบบใดต้องทำให้ราคาเคลื่อนไหวทิศใด 

อีกประเด็นคือแยกข้อมูลย้อนหลังกับประมาณการ หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เปลี่ยนพร้อมรายงานที่คาดการณ์ผลผลิตปีหน้า เราควรบันทึกว่าตลาดตอบสนองต่อข้อมูลคาดการณ์ ไม่ใช่ผลผลิตที่รับมอบแล้ว การติดตามรอบถัดไปควรดูว่าประมาณการเปลี่ยนอย่างไรและเพราะเหตุใด ไม่ยึดตัวเลขแรกเป็นข้อเท็จจริงถาวร

ข่าวถูกต้องไม่ได้รับประกันจังหวะลงทุน

ผู้ลงทุนอาจอธิบายเหตุผลพื้นฐานได้ถูกต้อง แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ณ วันที่ซื้ออาจสะท้อนความคาดหวังนั้นไปแล้ว จึงควรแยกคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นออกจากคำถามว่าราคาปัจจุบันให้ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยงหรือไม่ แบบฝึกหัดที่มีประโยชน์คือเขียนข้อมูลที่อาจทำให้เปลี่ยนมุมมอง และระบุว่าข้อมูลใดเป็นสิ่งที่ยังไม่รู้ แทนการรวบรวมแต่เหตุผลสนับสนุนมุมมองเดิม

เลือกแหล่งข้อมูลตามช่วงเวลาที่ใช้งาน

คนวางแผนต้นทุนระยะยาวอาจใช้ข้อมูลเฉลี่ยรายเดือน ส่วนคนอ่านธุรกรรมระหว่างวันต้องตรวจข้อมูลละเอียดกว่า การใช้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ จากฐานรายเดือนแทนราคาเสนอซื้อขายทันทีจึงไม่ตอบงานเดียวกัน ควรติดป้ายแหล่งข้อมูล ความถี่ และหน่วยไว้ทุกตาราง เพื่อให้การวิเคราะห์กลับมาตรวจสอบได้และลดการนำตัวเลขต่างความหมายมาผสมกัน

ตรวจคำว่าเพิ่มกับคำว่าเพิ่มเร็วขึ้น

สมมติราคาจาก 100 เป็น 110 แล้วเป็น 115 ระดับราคายังเพิ่ม แต่ส่วนเพิ่มในช่วงหลังน้อยลง การเขียนบันทึกควรแยกระดับราคา จำนวนเงินที่เปลี่ยน และอัตราการเปลี่ยน ไม่ใช้สามอย่างนี้แทนกัน

สรุป

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ควรถูกอ่านพร้อมสินค้า หน่วย เวลา และสกุลเงิน เริ่มจากคำนวณบนฐานเดียวกัน แล้วตรวจว่าข้อมูลอุปสงค์ อุปทาน และสต็อกสนับสนุนข้อสรุปมากน้อยเพียงใด

สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย ก่อนเปิดบัญชีควรตรวจรายละเอียดบริการและเงื่อนไขเรื่อง ค่า Swap เลเวอเรจ ค่าธรรมเนียม ประเภทบัญชี และช่องทางดูแลลูกค้าที่ผู้ให้บริการประกาศในปัจจุบัน เพื่อให้เลือกเงื่อนไขที่ตรงกับรูปแบบการใช้งานและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาขึ้นเพราะอุปทานลดอย่างเดียวหรือไม่

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาจเกี่ยวข้องกับทั้งการผลิต การใช้ สต็อก และเงื่อนไขของแต่ละตลาด ต้องพิจารณาข้อมูลร่วมกัน 

ลด 20% แล้วขึ้น 20% กลับมาเท่าเดิมหรือไม่

ไม่เท่าเดิม ตัวอย่างราคา 100 ลดเป็น 80 แล้วขึ้น 20% จะเป็น 96 ต้องขึ้น 25% จาก 80 จึงกลับเป็น 100

ราคาดอลลาร์เพิ่ม 10% ต้นทุนบาทต้องเพิ่ม 10% หรือไม่

ไม่จำเป็น ต้องรวมผลของอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายตามธุรกรรมจริง

ราคาฟิวเจอร์สคือคำพยากรณ์ที่แน่นอนหรือไม่

ไม่ใช่ ต้องอ่านโครงสร้างตามเดือนส่งมอบและปัจจัยการถือครอง ไม่ใช้เป็นการรับประกันราคาสินค้าจริง 

ควรใช้ราคาปัจจุบันหรือเฉลี่ยรายเดือน

ขึ้นกับงาน ราคาละเอียดเหมาะกับตรวจธุรกรรม ส่วนค่าเฉลี่ยช่วยดูภาพรวม แต่ต้องระบุความถี่ให้ชัด 

Tags:ค่าเงินราคาล่วงหน้าราคาวัตถุดิบราคาสปอตราคาสินค้าโภคภัณฑ์สินค้าคงคลังอุปสงค์อุปทาน