
Risk per Trade คืออะไร? วิธีตั้งงบเสี่ยงก่อนเปิดออร์เดอร์
Risk per Trade คือจำนวนเงินที่กำหนดว่ายอมขาดทุนตามแผนได้ในการเทรดหนึ่งครั้ง ก่อนตัดสินใจเปิดกี่ Lot ผู้เทรดควรเข้าใจ Lot คืออะไร เพราะขนาดสถานะเป็นตัวแปลงระยะ Stop Loss ให้กลายเป็นความเสี่ยงในเงินจริง การตั้งเพดานจึงควรมาก่อนการเลือก Lot
คำตอบสั้น: Risk per Trade คืออะไร?
เป็นงบประมาณความเสี่ยงต่อหนึ่งแผนการเทรด เช่น พอร์ต 50,000 บาท กำหนด Risk 1% เท่ากับยอมเสี่ยงจากราคา 500 บาทต่อดีลภายใต้สมมติฐานที่ Stop Loss ทำงานตามราคา ความสูญเสียจริงอาจเกินงบได้เมื่อเกิด Slippage หรือ Gap
Risk per Trade สำคัญอย่างไรต่อการบริหารพอร์ต?

การกำหนดงบเสี่ยงช่วยป้องกันไม่ให้ขนาดออร์เดอร์เปลี่ยนตามอารมณ์ สมมติระบบเทรดหนึ่งมีช่วงแพ้ติดต่อกันได้ หากแต่ละครั้งใช้ Lot ใหญ่โดยไม่มีเพดาน ผลขาดทุนสะสมอาจกดดันให้หยุดทำตามระบบหรือเพิ่มสถานะเพื่อเอาคืน
Risk per Trade ไม่ได้บอกว่าต้องชนะกี่ครั้ง แต่กำหนดความเสียหายที่ตั้งใจรับในกรณีสมมติฐานผิด โดยช่วยเปรียบเทียบดีลที่ใช้ระยะ Stop Loss และสินทรัพย์ต่างกันได้ในหน่วยเดียวกันคือจำนวนเงิน
อีกประเด็นคือ Risk per Trade ควรกำหนดกับหนึ่งแนวคิดการเทรด ไม่ใช่หนึ่งปุ่มส่งคำสั่งเสมอไป หากแบ่งเข้า EUR/USD สามออร์เดอร์จากแผนเดียวกัน ต้องนับความเสี่ยงรวมสามออร์เดอร์ ไม่ใช่มองว่าแต่ละไม้มีงบ 1% แยกกันโดยอัตโนมัติ
Risk 1% กับ 2% ของพอร์ตต่างกันอย่างไร?
ตัวเลข 1% และ 2% เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้เป็นตัวอย่างกันบ่อย แต่ไม่ใช่ข้อบังคับหรือระดับที่เหมาะกับทุกคน ความถี่เทรด ความผันผวน และการยอมรับการขาดทุนเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
Equity สมมติ | Risk 1% ต่อดีล | Risk 2% ต่อดีล
|
|---|---|---|
10,000 บาท | 100 บาท | 200 บาท |
50,000 บาท | 500 บาท | 1,000 บาท |
100,000 บาท | 1,000 บาท | 2,000 บาท |
สูตรคือ Risk Amount = Equity × Risk Percentage ผู้ใช้บัญชี USD ก็เปลี่ยนหน่วยเป็น USD ได้เช่นกันโดยไม่ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อหางบเสี่ยงในสกุลบัญชี
หากตั้ง 2% จะมีงบเสี่ยงต่อดีลมากกว่า 1% สองเท่า เมื่อเงื่อนไขอื่นเหมือนกัน แต่ผลขาดทุนสะสมก็เกิดเร็วกว่า จึงควรเลือกจากความสามารถรองรับ Drawdown ไม่ใช่จากกำไรที่อยากได้
ถ้าแพ้ติดต่อกัน 5 ครั้ง พอร์ตจะลดลงเท่าไร?

สมมติเริ่มที่ Equity 10,000 บาท ทุกดีลขาดทุนตามงบที่กำหนด และคิดเปอร์เซ็นต์จาก Equity ใหม่หลังขาดทุนแต่ละครั้ง โดยไม่รวมค่าธรรมเนียม
วิธีคุม Risk | Equity หลังแพ้ 5 ครั้ง | Drawdown จากทุนเริ่มต้น
|
|---|---|---|
เสี่ยง 1% ของ Equity ปัจจุบัน | ประมาณ 9,509.90 บาท | 4.90% |
เสี่ยง 2% ของ Equity ปัจจุบัน | ประมาณ 9,039.21 บาท | 9.61% |
สูตร Equity ที่เหลือคือ ทุนเริ่มต้น × (1 − อัตรา Risk)^จำนวนครั้งที่แพ้ ตัวอย่างนี้สะท้อนผลของการขาดทุนต่อเนื่องตามกฎเดียวกัน ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าผู้เทรดจะต้องแพ้ห้าครั้ง
แนวคิดการเปรียบเทียบ 1% กับ 2% และผลของการแพ้ต่อเนื่องอธิบายไว้ใน CME Group — Controlling Risk
หากพอร์ตลดลง 10% ต้องทำกำไรประมาณ 11.11% ของยอดเงินที่เหลือจึงกลับไปเท่าทุนเดิม จึงควรคิด Drawdown ก่อนเพิ่มงบเสี่ยง
Risk per Trade เชื่อมกับ Lot Size อย่างไร?
เมื่อกำหนดงบเสี่ยงแล้ว ขั้นถัดไปจึงเลือกจุด Stop Loss ที่ทำให้แนวคิดเทรดผิด และคำนวณ Lot จาก Pip Value หรือ Contract Size ไม่ใช่กำหนด Lot ก่อนแล้วบังคับให้ Stop Loss แคบตาม
เช่นบัญชี USD มี 2,000 USD ตั้งเพดาน 1% หรือ 20 USD ต่อหนึ่งแผน EUR/USD ที่ Stop Loss 20 Pips อาจคำนวณได้ 0.10 Lot ภายใต้สัญญามาตรฐานก่อนต้นทุน แต่ถ้าแบ่งแผนเดียวเป็นสองออร์เดอร์ ต้องให้ ความเสี่ยงรวมของสองออร์เดอร์ไม่เกินงบ 20 USD ที่วางไว้ ไม่ใช่ให้ออร์เดอร์ละ 20 USD
บทความนี้เน้นงบเสี่ยง ส่วนขั้นตอนแปลงงบเป็นขนาดสถานะอ่านที่ Position Sizing คือ
ตั้งกฎ Risk per Trade สำหรับใช้จริงอย่างไร?

กำหนดเพดานต่อแผน: เลือกตัวเลขที่ยังรับการแพ้หลายครั้งได้ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับผู้อื่น และกำหนดก่อนเห็นสัญญาณ Buy หรือ Sell
กำหนดเพดานรายวัน: เช่นตั้งเพดานหยุดเทรดที่ 3% ของ Equity ต้นวัน ตัวเลขนี้เป็นเพียงสมมติฐานสำหรับอธิบายวิธีตั้งกฎ ไม่ใช่เกณฑ์ปลอดภัยหรือข้อแนะนำสากล ต้องประเมินความผันผวนและระบบของตนเอง
นับความเสี่ยงรวมของสถานะค้าง: EUR/USD และ GBP/USD อาจเคลื่อนไหวสัมพันธ์กัน การเสี่ยงไม้ละ 1% ไม่ได้แปลว่าพอร์ตทั้งหมดเสี่ยงแค่ 1%
ป้องกันการเพิ่มความเสี่ยงหลังแพ้: ไม่เพิ่ม Lot หรือยกเลิก Stop Loss เพื่อหวังคืนทุน โดยยังไม่ผ่านเงื่อนไขของแผนใหม่
บันทึกผลจริง: แยก Planned Risk ออกจาก Realized Loss เพื่อดูว่าค่าธรรมเนียม Slippage หรือการฝ่าฝืนกฎทำให้เสียเงินจริงต่างจากแผนเท่าไร
การตั้ง Risk ต่อดีลเป็นกระบวนการจัดการเงินทุน ไม่ใช่วิธีรับประกันกำไรหรือจำกัดขาดทุนทุกสถานการณ์
สรุป Risk per Trade คืออะไร?
Risk per Trade คือเงินที่กำหนดว่าจะยอมเสี่ยงในหนึ่งแผน ต้องกำหนดก่อนเลือก Lot และพิจารณาร่วมกับความเสี่ยงของสถานะอื่น การประเมิน Drawdown และต้นทุนช่วยให้กฎมีความหมายในพอร์ตจริง ไม่ใช่ตัวเลขสวยบนกระดาษ
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรดของแต่ละท่าน ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Risk per Trade

1. Risk per Trade 1% หมายถึงเสียได้ไม่เกิน 1% แน่นอนหรือไม่?
ไม่ใช่ เป็นงบตามแผนและสมมติว่าออกจากสถานะตามราคา Stop Loss แต่ Slippage และ Gap อาจทำให้เสียมากกว่าได้
2. Risk per Trade ควรคิดจาก Balance หรือ Equity?
ขึ้นกับกฎของผู้เทรด แต่ Equity สะท้อนผลลอยตัวเมื่อมีสถานะค้าง ควรใช้ฐานเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ
3. Risk 2% เหมาะกว่าการใช้ 1% หรือไม่?
ไม่มีคำตอบสำหรับทุกคน เพราะ 2% ทำให้เงินที่เสี่ยงต่อครั้งและความเสียหายสะสมสูงขึ้นเมื่อเงื่อนไขอื่นเท่ากัน
4. เปิดหลายออร์เดอร์จากสัญญาณเดียวกันต้องนับอย่างไร?
ควรรวมความเสี่ยงของทุกออร์เดอร์ในแผนเดียวกันและตรวจความเสี่ยงของพอร์ตทั้งหมด
5. แพ้หลายครั้งควรเพิ่ม Risk เพื่อเอาคืนหรือไม่?
ไม่ควรเพิ่มเพียงเพื่อคืนทุน เพราะอาจทำให้ Drawdown รุนแรงขึ้น ควรทบทวนระบบและกฎหยุดเทรดก่อน



