ในการเทรดเงินตราต่างประเทศ ค่า Spread Forex คือ ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) ในตลาด Forex ซึ่งเปรียบเสมือนค่าธรรมเนียมหรือต้นทุนการทำธุรกรรมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากนักเทรด ทุกครั้งที่ทำการเปิดออเดอร์ นักเทรดจะสังเกตเห็นว่าสถานะเริ่มต้นจะติดลบทันทีเนื่องจากผลลัพธ์ของ ค่า Spread นี้เอง การทำความเข้าใจกลไกของสเปรดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกคู่เงิน ช่วงเวลาในการเข้าเทรด และการบริหารจัดการกำไรขาดทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว
เมื่อก้าวเข้าสู่สนามการลงทุนออนไลน์ หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมพอเรากดเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell ปุ๊บ หน้าพอร์ตของเราถึงแสดงตัวเลขติดลบทันที ทั้งที่ราคายังไม่ได้ขยับไปไหนเลย คำตอบง่ายๆ คือเพราะสิ่งที่เรียกว่า ค่า Spread Forex คือ ต้นทุนด่านแรกที่เราต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์นั่นเอง หากเปรียบเทียบกับการไปแลกเงินที่ธนาคารหรือร้านแลกเงินทั่วไป เราจะเห็นป้ายราคาที่เขียนว่า “ราคารับซื้อ” กับ “ราคาขายออก” ซึ่งราคาสองตัวนี้จะไม่เท่ากัน ส่วนต่างที่เกิดขึ้นตรงนั้นแหละคือสิ่งที่โบรกเกอร์ใช้บริหารจัดการระบบและเป็นกำไรของเขา ดังนั้นหากอยากจะเป็นนักเทรดที่ทำกำไรได้ยั่งยืน การรู้จักนิสัยของสเปรดและการคำนวณต้นทุนนี้จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย
ทำความรู้จัก Bid และ Ask จุดกำเนิดของค่า Spread
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ค่า Spread Forex คืออะไร เราต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจราคา 2 รูปแบบที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเทรดเสมอ
ราคา Bid (ราคาเสนอซื้อ)
คือราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์ “พร้อมจะรับซื้อ” จากเรา ดังนั้นเมื่อเราต้องการเปิดออเดอร์ Sell (หรือปิดออเดอร์ Buy) เราจะได้ราคานี้เสมอ จำไว้ว่าราคา Bid มักจะต่ำกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อย
ราคา Ask (ราคาเสนอขาย)
คือราคาที่ตลาดหรือโบรกเกอร์ “พร้อมจะขาย” ให้เรา เมื่อเราต้องการเปิดออเดอร์ Buy (หรือปิดออเดอร์ Sell) เราจะได้ราคานี้เสมอ โดยราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ
เมื่อนำราคา Ask ลบด้วยราคา Bid ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือสเปรดนั่นเอง ยิ่งส่วนต่างนี้กว้างเท่าไหร่ ต้นทุนในการเทรดของเราก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ประเภทของค่า Spread ในตลาด Forex
ในปัจจุบันโบรกเกอร์แต่ละแห่งมีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลต่อการเลือก ค่า Spread Forex คือ แบบไหนที่จะเหมาะกับสไตล์การเทรดของเรามากที่สุด
1. Fixed Spread (สเปรดคงที่)
คือการกำหนดค่าส่วนต่างไว้ตายตัว ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน สเปรดก็จะเท่าเดิมเสมอ ข้อดีคือทำให้นักเทรดคำนวณต้นทุนได้แม่นยำ แต่ข้อเสียคือในช่วงที่ข่าวออกแรงๆ อาจจะเปิดออเดอร์ได้ยากหรือเกิดการ Re-quote (ราคาเปลี่ยน) บ่อยครั้ง
2. Variable Spread หรือ Floating Spread (สเปรดลอยตัว)
เป็นแบบที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน ค่า Spread Forex คือ รูปแบบที่ขยับขึ้นลงตามสภาพคล่องของตลาดจริง ในช่วงที่คนเทรดเยอะสเปรดจะแคบมาก (บางครั้งเป็น 0) แต่ในช่วงที่ข่าวสำคัญออกหรือช่วงตลาดปิด สเปรดอาจจะถ่างออกกว้างมากได้
ปัจจัยที่ทำให้ค่า Spread กว้างขึ้นหรือแคบลง
ทำไมบางวันสเปรดถึงดูถูกจัง แต่บางช่วงกลับแพงจนไม่น่าเทรด? ปัจจัยเหล่านี้คือตัวกำหนด
- สภาพคล่อง (Liquidity): คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD ที่คนเทรดกันทั่วโลกจะมีสเปรดแคบมาก เพราะมีคนพร้อมจะซื้อและขายตลอดเวลา ต่างจากคู่เงินแปลกๆ (Exotic Pairs) ที่สเปรดมักจะกว้าง
- ช่วงเวลาการประกาศข่าว: เมื่อมีข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น Non-farm Payroll ตลาดจะมีความไม่แน่นอนสูง โบรกเกอร์จะถ่างสเปรดออกเพื่อป้องกันความเสี่ยงของตัวโบรกเกอร์เอง
- เวลาเปิด-ปิดตลาด: ช่วงที่ตลาดหนึ่งกำลังจะปิดและอีกตลาดกำลังจะเปิด (ช่วงรอยต่อตอนเช้ามืด) สภาพคล่องจะลดลงอย่างมาก ทำให้สเปรดกว้างขึ้นกว่าปกติหลายเท่า
วิธีคำนวณต้นทุนจากค่า Spread ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
การรู้ว่า ค่า Spread Forex คือ เท่าไหร่ในเชิงตัวเลขช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้ขาดขึ้น โดยปกติเราวัดสเปรดเป็นหน่วย “Point” หรือ “Pip“
สูตรคำนวณ: ค่าธรรมเนียมสเปรด (เป็นเงินดอลลาร์) = (ราคา Ask – ราคา Bid) x ขนาด Lot x มูลค่าต่อจุด
ตัวอย่างเช่น คู่เงินทองคำ (XAU/USD) มีสเปรดอยู่ที่ 20 จุด (2.0 pips) หากเปิดออเดอร์ขนาด 1.00 Lot ต้นทุนที่ต้องเสียทันทีคือ 20 ดอลลาร์ ดังนั้นหากต้องการได้กำไร ราคาต้องขยับให้เกิน 20 จุดนี้ไปก่อนถึงจะเริ่มเห็นตัวเลขสีเขียวในพอร์ต
เทคนิคการเทรดเพื่อรับมือกับค่า Spread สูง
หากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเทรดในช่วงที่สเปรดไม่เป็นใจ นักเทรดควรมีกลยุทธ์ดังนี้
- ตั้งเป้าหมายกำไรให้คุ้มค่า: หากสเปรดคือ 30 จุด การตั้งเป้ากำไรเพียง 10-20 จุดถือว่าไม่คุ้มเสี่ยง ควรเลือกเทรดใน Timeframe ที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเป้าหมายกำไรที่ครอบคลุมต้นทุนได้สบายๆ
- หลีกเลี่ยงการเทรดชนข่าว: สำหรับมือใหม่ การเข้าเทรดในช่วงข่าวออกนอกจากราคาจะผันผวนแล้ว ค่า Spread Forex คือ อุปสรรคชิ้นโตที่อาจทำให้โดน Stop Loss ก่อนที่ราคาจะวิ่งไปถูกทางด้วยซ้ำ
- เลือกใช้บัญชีประเภท Zero Spread หรือ ECN: หากเป็นสายเทรดสั้น (Scalping) การเลือกบัญชีที่สเปรดใกล้ศูนย์แต่จ่ายค่าคอมมิชชั่นแทนมักจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
การเลือกโบรกเกอร์โดยพิจารณาจากค่า Spread
อย่ามองแค่คำโฆษณาว่า “สเปรดต่ำที่สุด” แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย
- การเก็บสถิติสเปรด: ลองสังเกตในช่วงเวลาปกติว่าสเปรดคงที่ตามที่เคลมไว้ไหม
- ความเร็วในการส่งคำสั่ง: ต่อให้สเปรดต่ำแต่ถ้ากดแล้วไม่ติด (Slippage) หรือราคาดีเลย์ ต้นทุนที่แท้จริงอาจแพงกว่าโบรกที่สเปรดสูงกว่าเล็กน้อยแต่ระบบเสถียร
- ค่าธรรมเนียมแฝง: บางโบรกเกอร์ให้สเปรดต่ำมากแต่ไปชาร์จค่าธรรมเนียมตอนฝากเงินหรือถอนเงินแทน
บทสรุปค่า Spread Forex
การทำความเข้าใจว่า ค่า Spread Forex คืออะไร จะช่วยให้นักเทรดก้าวข้ามความสับสนในช่วงเริ่มต้นและมองเห็นต้นทุนที่แท้จริงในการลงทุน ทุกกำไรที่คาดหวังต้องหักลบต้นทุนสเปรดนี้ออกก่อนเสมอ การมีวินัยในการเลือกคู่เงินและช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระค่าสเปรดและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการทำกำไรอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด
และสำหรับใครที่สนใจเรื่องการเทรดและอยากจะเริ่มต้น เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรด ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตร และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
FAQ 5 ข้อสงสัยเกี่ยวกับค่า Spread
1. ทำไมตอนเช้ามืดค่า Spread ถึงกว้างมาก?
เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดหลักๆ อย่างนิวยอร์กปิด และตลาดเอเชียยังเปิดไม่เต็มที่ สภาพคล่องในตลาดโลกจึงต่ำสุด โบรกเกอร์จึงต้องขยายสเปรดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขยับของราคาที่รุนแรงในปริมาณซื้อขายที่น้อย
2. เทรดทองคำ (XAUUSD) ทำไมสเปรดถึงแพงกว่าคู่เงิน?
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมากและมีความต้องการในตลาดที่รุนแรง โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จึงกำหนดค่าสเปรดให้สูงกว่าคู่เงินปกติเพื่อให้สมดุลกับความเสี่ยง
3. บัญชีที่ไม่มีสเปรด (Zero Spread) ดีกว่าบัญชีปกติจริงไหม?
ดีสำหรับสายเทรดสั้นที่เก็บกำไรคำเล็กๆ แต่ต้องตรวจสอบให้ดีว่าโบรกเกอร์เก็บค่าคอมมิชชั่นต่อลอตเท่าไหร่ บางครั้งถ้ารวมค่าคอมมิชชั่นแล้วอาจแพงกว่าบัญชีที่มีสเปรดปกติก็ได้
4. ค่า Spread มีผลต่อการตั้ง Stop Loss อย่างไร?
สำคัญมาก เพราะราคาจะชน Stop Loss เมื่อราคา Bid (สำหรับขา Buy) หรือ Ask (สำหรับขา Sell) ไปถึงจุดที่ตั้งไว้ หากสเปรดถ่างออกกว้างกะทันหัน ออเดอร์อาจถูกปิดได้ทั้งที่ราคากลางยังไปไม่ถึง
5. เราสามารถหาดูค่า Spread ได้จากที่ไหนใน MT4/MT5?
สามารถดูได้ที่หน้า Market Watch ของแอพพลิเคชั่น MT4 หรือ MT5 โดยคลิกขวาแล้วเลือก “Spread” จะมีคอลัมน์เพิ่มขึ้นมาแสดงค่าสเปรดของแต่ละคู่เงินเป็นจำนวน Points แบบ Real-time




