
Positive vs Negative Slippage ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่าง Buy และ Sell
Positive vs Negative Slippage ใช้แยกว่าราคาที่ได้จริงเป็นคุณหรือเสียเปรียบเมื่อเทียบกับราคาอ้างอิง ฝั่ง Buy ได้ราคาต่ำกว่าถือว่าดีขึ้น ส่วนฝั่ง Sell ได้ราคาสูงกว่าถือว่าดีขึ้น การเข้าใจ Slippage จึงต้องดูทั้งฝั่งคำสั่งและราคาอ้างอิง หากดูเพียงว่าราคาขึ้นหรือลง อาจตีความผลลัพธ์กลับด้านได้
Positive Slippage คืออะไร
Positive Slippage คือการได้รับราคาดีกว่าราคาอ้างอิงที่ใช้ประเมินคำสั่งเดียวกัน สำหรับคำสั่งซื้อ ราคาที่ต่ำลงช่วยให้จ่ายน้อยลง ส่วนคำสั่งขาย ราคาที่สูงขึ้นช่วยให้ได้รับมูลค่าจากการขายมากขึ้น เงื่อนไขสำคัญคือเปรียบเทียบสินทรัพย์ ปริมาณ และฝั่งคำสั่งเดียวกัน
คำว่า Positive อธิบายประโยชน์จากราคาที่ได้รับ ไม่ได้ยืนยันว่าการเทรดมีกำไร เพราะหลังเปิดสถานะ ราคายังอาจเคลื่อนไหวสวนทางได้ แม้ตอนเข้าได้ราคาดีขึ้นก็ตาม
Negative Slippage คืออะไร
Negative Slippage คือการได้รับราคาเสียเปรียบกว่าราคาอ้างอิง ฝั่ง Buy เกิดเมื่อซื้อแพงขึ้น ขณะที่ฝั่ง Sell เกิดเมื่อขายได้ถูกลง ความเสียเปรียบนี้อาจเกิดตอนเปิดสถานะหรือตอนปิดสถานะ และควรแยกออกจากผลกำไรขาดทุนของกลยุทธ์
ตาม หลักการซื้อขายของ MetaTrader 5 การซื้อใช้ Ask หรือราคาเสนอขาย ส่วนการขายใช้ Bid หรือราคาเสนอซื้อ จึงต้องใช้ราคาอ้างอิงให้ตรงฝั่ง
ถ้านำ Bid บนกราฟมาเทียบกับราคาเปิด Buy ส่วนต่างอาจรวม Spread หรือช่องว่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายอยู่แล้ว จึงสรุปไม่ได้ว่าทั้งหมดคือ Slippage ส่วนค่าคอมมิชชันต้องบันทึกแยกเช่นกัน
ตัวอย่าง Buy เมื่อได้ราคาต่ำกว่าหรือสูงกว่า

ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติของ EUR/USD หรือคู่เงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดให้ 1 pip เท่ากับ 0.0001 และใช้ Ask อ้างอิง 1.1000 เหมือนกันทุกกรณี Pip เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงราคา ซึ่งต้องตรวจวิธีแสดงผลของสินทรัพย์นั้นก่อนนำไปใช้จริง
คำสั่ง | Ask อ้างอิง | ราคา Fill | ผลลัพธ์ |
Buy | 1.1000 | 1.0998 | Positive Slippage 2 pips |
Buy | 1.1000 | 1.1002 | Negative Slippage 2 pips |
Buy | 1.1000 | 1.1000 | Zero Slippage |
ราคา Fill คือราคาที่เกิดการซื้อขายจริง กรณีแรกได้ราคาต่ำกว่าที่อ้างอิง 0.0002 เมื่อนำ 0.0002 หารด้วย 0.0001 จึงเท่ากับ 2 pips ส่วนกรณีที่สองซื้อแพงขึ้นในระยะเท่ากัน จึงเป็นผลเสียเปรียบ 2 pips
หากกำหนดให้ค่าบวกหมายถึงได้เปรียบ สูตรของ Buy คือ “ราคาอ้างอิง ลบ ราคา Fill แล้วหารด้วยขนาด 1 pip” ผลจึงเป็น +2 และ −2 ตามลำดับ ต้องตรวจความหมายของเครื่องหมายในแพลตฟอร์มด้วย เพราะอาจใช้ข้อตกลงต่างกัน
ตัวอย่าง Sell ทำไมราคาสูงกว่าจึงเป็นคุณ

สำหรับ Sell ผู้เทรดอยู่ฝั่งขาย จึงได้รับประโยชน์เมื่อขายได้สูงขึ้น ตัวอย่างนี้ใช้ Bid อ้างอิง 1.1000 และขนาด pip เดียวกับตัวอย่าง Buy เพื่อให้เปรียบเทียบทิศทางได้ง่าย ตัวเลขยังเป็นเหตุการณ์สมมติ ไม่ใช่การเสนอราคา Bid และ Ask จริงในเวลาเดียวกัน
คำสั่ง | Bid อ้างอิง | ราคา Fill | ผลลัพธ์ |
Sell | 1.1000 | 1.1002 | Positive Slippage 2 pips |
Sell | 1.1000 | 1.0998 | Negative Slippage 2 pips |
Sell | 1.1000 | 1.1000 | Zero Slippage |
เพื่อให้ค่าบวกหมายถึงได้เปรียบเหมือนกัน สูตร Sell ต้องเป็น “ราคา Fill ลบ ราคาอ้างอิง แล้วหารด้วยขนาด 1 pip” จึงไม่ควรใช้สูตรของ Buy กับ Sell โดยไม่กลับทิศ
อ่าน Slippage ตอนปิดสถานะอย่างไร

การปิดสถานะต้องดูฝั่งของคำสั่งปิดจริง สถานะ Long คือสถานะซื้อที่ปิดด้วยการขาย ส่วนสถานะ Short คือสถานะขายที่ปิดด้วยการซื้อ จึงไม่ควรยึดคำว่า Buy หรือ Sell ตอนเปิดมาประเมินราคาออกตลอดทั้งรายการ
สถานะที่ถือ | คำสั่งปิด | ราคา Fill ที่เป็นคุณ | ราคาที่เสียเปรียบ |
Long | Sell | สูงกว่า Bid อ้างอิง | ต่ำกว่า Bid อ้างอิง |
Short | Buy | ต่ำกว่า Ask อ้างอิง | สูงกว่า Ask อ้างอิง |
สมมติถือ Long และอ้างอิง Bid 1.1050 หากปิดได้ 1.1052 จะได้ Positive Slippage 2 pips แต่ถ้าปิดได้ 1.1047 จะเสียเปรียบ 3 pips
กรณีออกด้วยคำสั่งตัดขาดทุน ต้องแยกราคาที่กระตุ้นคำสั่งออกจากราคา Fill ด้วย OANDA Asia Pacific อธิบายเงื่อนไข Stop Order ว่าอาจได้รับราคาเสียเปรียบจากช่องว่างราคาหรือภาวะผันผวนได้ รายละเอียดขึ้นกับผู้ให้บริการและชนิดคำสั่ง ผู้ที่ต้องการตรวจปัญหานี้โดยเฉพาะควรอ่านเรื่อง Slippage ตอน Stop Loss ต่อ
ทำไมบางครั้งได้ราคาดีขึ้น และควรบันทึกอย่างไร
ระหว่างส่งคำสั่งกับประมวลผล ราคาและปริมาณที่พร้อมซื้อขายอาจเปลี่ยนไป หากการเปลี่ยนแปลงเป็นคุณและระบบดำเนินคำสั่งตามเงื่อนไขนั้น ผู้เทรดอาจได้ราคาดีขึ้นได้ คู่มือการส่งคำสั่ง MetaTrader 5 แยกวิธีดำเนินคำสั่งแต่ละแบบไว้ การทำความเข้าใจ Market Execution ช่วยอธิบายว่าราคาที่เห็นก่อนกดกับราคาที่ได้รับอาจต่างกันได้อย่างไร
ผลลัพธ์จากคำสั่งเดียวไม่เพียงพอจะตัดสินคุณภาพโบรกเกอร์ ควรใช้ราคาอ้างอิงแบบเดียวกันและเทียบรายการที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกัน
ข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่ สินทรัพย์ ฝั่งคำสั่ง ประเภทคำสั่ง ราคาอ้างอิงพร้อมเวลา ราคา Fill ปริมาณซื้อขาย และเหตุการณ์ขณะส่งคำสั่ง สำหรับคำสั่งที่ถูกแบ่ง Fill หลายราคา ให้ใช้ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณเพื่อประเมินผลรวม และเก็บรายการย่อยไว้ตรวจสอบ
เมื่อต้องแปลงเป็นเงิน ให้ใช้มูลค่าต่อ pip ของปริมาณและสกุลเงินบัญชีจริง การลดขนาดคำสั่งช่วยลดผลกระทบเป็นเงินเมื่อราคาไหลเท่าเดิม แต่ไม่ได้รับประกันว่าจำนวน pip จะลดลง
สรุป
Positive vs Negative Slippage ต้องอ่านตามฝั่งคำสั่งจริง ทั้งตอนเปิดและปิดสถานะ พร้อมแยก Spread และค่าธรรมเนียม การบันทึกอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เลือก วิธีลดผลกระทบจาก Slippage ได้ตรงกับปัญหา
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มี ค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์ โบนัสเครดิตฟรี 60$ ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Positive vs Negative Slippage

คำถามเหล่านี้ช่วยแยกความหมายของราคาไหลออกจากทิศทางตลาดและกำไรขาดทุน
Positive Slippage หมายความว่าราคาต้องสูงขึ้นหรือไม่
ไม่จำเป็น ฝั่ง Buy ได้ราคาต่ำกว่าอ้างอิงถือว่าเป็นคุณ ส่วนฝั่ง Sell ได้ราคาสูงกว่าจึงเป็นคุณ คำว่า Positive อธิบายผลต่อผู้ส่งคำสั่ง ไม่ใช่ทิศทางกราฟ
ปิดสถานะ Buy ต้องอ่าน Slippage จากฝั่งใด
การปิดสถานะซื้อเป็นการ Sell จึงเทียบราคา Fill กับ Bid อ้างอิง หากปิดได้สูงกว่าเป็น Positive Slippage แม้ตอนเปิดสถานะจะเป็นฝั่ง Buy ก็ตาม
Zero Slippage หมายถึงไม่มีต้นทุนเทรดหรือไม่
Zero Slippage หมายถึงราคา Fill เท่ากับราคาอ้างอิงตามวิธีที่ใช้วัดเท่านั้น ยังอาจมี Spread ค่าคอมมิชชัน หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามเงื่อนไขบัญชี
ได้ Positive Slippage แล้วทำไมยังขาดทุน
ราคาที่ดีขึ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ หากตลาดภายหลังเคลื่อนไหวสวนทางหรือมีต้นทุนอื่น การเทรดยังขาดทุนได้
ใช้ส่วนต่างราคาเดียวกันคำนวณทุกสินทรัพย์ได้หรือไม่
ต้องตรวจขนาด pip หรือ point และมูลค่าต่อหน่วยของสินทรัพย์ก่อน ตัวอย่าง EUR/USD ในบทความกำหนด 1 pip เท่ากับ 0.0001 จึงนำไปใช้กับทองหรือคู่เงินอื่นโดยอัตโนมัติไม่ได้



