
Pivot Point คืออะไร? สูตรหาแนวรับแนวต้าน R1 R2 S1 S2
Pivot Point คือเครื่องมือคำนวณระดับแนวรับและแนวต้านล่วงหน้าจากราคาของช่วงก่อนหน้า โดยสูตรมาตรฐานใช้ Previous High, Previous Low และ Previous Close เพื่อหา Pivot Point หลักหรือ PP จากนั้นคำนวณระดับ Resistance เช่น R1, R2, R3 และ Support เช่น S1, S2, S3 ผู้เทรด Intraday นิยมใช้เพราะระดับต่าง ๆ สามารถเตรียมไว้ก่อนเริ่ม Session และใช้เป็นแผนที่ราคาได้ทันที
Pivot Point เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการหาแนวรับและแนวต้านภายใต้แนวคิดของ Technical Analysis ความได้เปรียบคือระดับถูกคำนวณจากสูตร ไม่ขึ้นกับการลากเส้นด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว แต่การมีระดับชัดไม่ได้หมายความว่าราคาต้องกลับตัวทุกครั้ง
สูตร Standard Pivot Point
สูตร PP มาตรฐานคือ PP = (Previous High + Previous Low + Previous Close) ÷ 3 เมื่อได้ PP แล้วจึงคำนวณ R1, R2, R3 และ S1, S2, S3
R1 = (2 × PP) - Previous Low
S1 = (2 × PP) - Previous High
R2 = PP + (Previous High - Previous Low)
S2 = PP - (Previous High - Previous Low)
R3 = Previous High + 2 × (PP - Previous Low)
S3 = Previous Low - 2 × (Previous High - PP)
ตัวอย่าง หาก High เดิม = 110, Low เดิม = 100 และ Close เดิม = 106 จะได้ PP = (110+100+106)÷3 = 105.33 โดยประมาณ จากนั้น R1 = 110.67, S1 = 100.67, R2 = 115.33 และ S2 = 95.33 ระดับเหล่านี้กลายเป็น Reference สำหรับ Session ถัดไป
Previous High, Previous Low และ Previous Close สำคัญอย่างไร
Pivot Point คือระบบที่นำ Range และตำแหน่งราคาปิดของช่วงก่อนหน้ามาสรุปเป็นระดับ หาก Close อยู่ใกล้ High ค่า PP จะเอนขึ้นมากกว่ากรณี Close อยู่ใกล้ Low ทำให้ระดับต่าง ๆ สะท้อนสภาพ Session ก่อนหน้าในเชิงคณิตศาสตร์
สำหรับกราฟรายวัน มักใช้ High, Low และ Close ของวันก่อนเพื่อคำนวณระดับวันนี้ หากเทรดรายสัปดาห์สามารถใช้ข้อมูลสัปดาห์ก่อน และหากใช้ Time frame อื่นต้องกำหนด Session ให้คงที่ ไม่ควรสลับ Source ไปมาเพราะระดับจะเปลี่ยน
PP ใช้อ่าน Bias อย่างไร
แนวคิดพื้นฐานคือราคาเหนือ PP มี Bias เชิงบวกมากกว่า ส่วนราคาต่ำกว่า PP มี Bias เชิงลบมากกว่า แต่ไม่ควรใช้เป็นสัญญาณ Buy/Sell เดี่ยว ตัวอย่าง หากเปิดตลาดเหนือ PP แล้ว Pullback ลงมาทดสอบ PP ก่อนเด้งขึ้น ผู้เทรดอาจมอง PP เป็นแนวรับ แต่ต้องดู Price Action และ Trend หลักร่วมด้วย
หากราคาแกว่งผ่าน PP ขึ้นลงหลายครั้ง ตลาดอาจไม่มี Direction ชัด ระดับ R1/S1 จึงอาจใช้เป็นกรอบ Sideway มากกว่าการมอง Breakout Trend
R1 R2 R3 ใช้อย่างไร
R1 คือแนวต้านแรกเหนือ PP มักเป็นเป้าหมายระยะต้นเมื่อราคาแข็งแรง ถ้าราคาทะลุ R1 และยืนได้ R2 อาจเป็นเป้าหมายถัดไป ส่วน R3 อยู่ไกลและมักเกิดเมื่อ Session มีการขยาย Range มากกว่าปกติ
ตัวอย่าง ราคาเปิดเหนือ PP และ Breakout R1 ด้วย Momentum สูง ผู้เทรดอาจรอ Retest R1 เพื่อหา Long ไป R2 แทนการไล่ซื้อกลางทาง แต่หาก ATR ของวันต่ำและ R2 อยู่ไกลมาก เป้าหมายอาจไม่สอดคล้องกับ Volatility ปัจจุบัน
S1 S2 S3 ใช้อย่างไร

S1 คือแนวรับแรกใต้ PP หากหลุดและยืนไม่ได้ S2 อาจเป็นเป้าหมายถัดไป ส่วน S3 เป็นระดับลึกที่มักใช้ในวันที่มีแรงขายมาก การใช้ระดับ Support ต้องแยก “แตะแล้วเด้ง” ออกจาก “หลุดแล้วกลายเป็นแนวต้าน”
ตัวอย่าง ราคาเปิดต่ำกว่า PP รีบาวด์ขึ้นไม่ผ่าน PP แล้วลงหลุด S1 หาก Retest S1 จากด้านล่างแล้วถูกขายซ้ำ ภาพขาลงมีน้ำหนักมากกว่าการ Short เพียงเพราะแตะ S1 ครั้งแรก
Standard Pivot กับ Fibonacci Pivot ต่างกันอย่างไร
Standard Pivot ใช้สูตร R/S จาก PP และ Range เดิมโดยตรง ส่วน Fibonacci Pivot ใช้ PP เป็นฐานแล้วบวกหรือลบ Range × สัดส่วน Fibonacci เช่น 0.382, 0.618 และ 1.000
ตัวอย่าง Range เดิม 10 จุดและ PP = 105 ระดับ Fibonacci R1 อาจอยู่ 108.82, R2 111.18 และ R3 115 ขณะที่ฝั่ง Support ใช้ 101.18, 98.82 และ 95 วิธีนี้สร้างระยะตามสัดส่วน Fibonacci แต่ไม่ใช่วิธีที่เหนือกว่าเสมอ ผู้เทรดควรเลือกแบบเดียวและ Backtest กับตลาดที่ใช้งาน
VWAP กับ Pivot Point ต่างกันอย่างไร
VWAP คือเส้นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วย Volume ที่เปลี่ยนตามข้อมูลระหว่าง Session ส่วน Pivot Point คือระดับคงที่ที่คำนวณจาก Session ก่อนหน้า ดังนั้น VWAP ตอบคำถามเรื่อง Relative Price และต้นทุนเฉลี่ย ขณะที่ Pivot ตอบคำถามเรื่องระดับแนวรับแนวต้านเชิงคำนวณ
การใช้ร่วมกันเป็นธรรมชาติ เช่น ถ้า PP อยู่ 105 และ VWAP ระหว่างวันค่อย ๆ ขึ้นมาซ้อนที่ 105.2 บริเวณเดียวกันมี Confluence สองประเภท หากราคา Pullback แล้วเกิดแรงซื้อ ผู้เทรดมีข้อมูลมากกว่าการดูเส้นเดียว
Pivot Point ใช้หาจุดเข้าอย่างไร
จุดเข้าไม่ควรเกิดเพียงเพราะราคาแตะ Pivot Level ควรรอ Trigger เช่น Rejection, Breakout, Retest หรือ Candlestick Pattern ตัวอย่างแผน Long คือ Trend ใหญ่ขึ้น ราคาอยู่เหนือ PP, Breakout R1, Retest R1 แล้วเกิด Higher Low จากนั้นวาง Stop ใต้โครงสร้างและมอง R2 เป็น Target แรก
อีกแบบคือ Mean Reversion ในตลาด Sideway เช่น ราคาแตะ R1 แล้วเกิด Rejection ชัด ขณะที่ ADX ต่ำ ผู้เทรดอาจมองกลับหา PP แต่ต้องระวังวันที่ตลาดมี Trend เพราะ R1 สามารถถูกทะลุและกลายเป็น Support ได
Pivot Point ใช้หาจุดออกอย่างไร
Pivot Point คือเครื่องมือวาง Take Profit เป็นขั้นได้ เช่น Long จาก PP แล้วแบ่งทำกำไรที่ R1 และ R2 หรือ Short จาก PP แล้วแบ่งที่ S1/S2 แต่ควรดู Risk Reward Ratio และ Volatility หาก Target แรกใกล้เกินไปเมื่อเทียบกับ Stop การเข้า Trade อาจไม่คุ้ม
ผู้เทรดสามารถใช้ Trailing Stop หลังผ่าน R1 เพื่อเปิดโอกาสให้ราคาวิ่งถึง R2/R3 แทนการปิดทั้งหมดที่ระดับแรก วิธีนี้เหมาะเมื่อ Trend Strength สูง
ข้อจำกัดของ Pivot Point
ข้อจำกัดแรกคือสูตรอิงข้อมูลอดีตและไม่ได้รู้ข่าวที่จะเกิดใน Session ใหม่ ข้อสองระดับต่าง ๆ ถูกใช้แพร่หลายจึงอาจเกิดทั้ง Self-fulfilling Effect และการกวาดสภาพคล่องรอบระดับเดียวกัน ข้อสาม ตลาดที่มี Gap ใหญ่สามารถเปิดเหนือ R1 หรือใต้ S1 ตั้งแต่เริ่ม ทำให้โครงสร้างระดับบางส่วนเปลี่ยนความหมาย
นอกจากนี้ Source ของ Session มีผลมาก โดยเฉพาะตลาดที่เปิดเกือบ 24 ชั่วโมง หากแพลตฟอร์มใช้เวลา Cut-off ต่างกัน Previous High/Low/Close จะต่างกัน ผู้เทรดควรใช้ Feed และ Session Definition เดิมอย่างสม่ำเสมอ
สรุปวิธีใช้ Pivot Point
Pivot Point คือเครื่องมือคำนวณแนวรับแนวต้านจาก Previous High, Low และ Close ช่วยสร้าง PP, R1-R3 และ S1-S3 ก่อน Session เริ่ม การใช้งานที่มีประสิทธิภาพคือใช้ระดับเป็น Context แล้วรอ Price Action ยืนยัน ไม่ใช่ตั้งคำสั่งทุกระดับอัตโนมัติ การใช้ VWAP, Trend และ ATR เพิ่มเติมช่วยให้เห็นทั้ง Relative Price, Direction และ Volatility
สำหรับใครที่สนใจเรื่องการลงทุนและอยากจะเริ่มลงทุน เทรด Forex สามารถเปิดบัญชีผ่าน GOC Prime ทางหน้าเว็บไซต์ได้เลย เพราะเรามีบริการด้านการเทรดที่ครบวงจร ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีค่า Swap เลเวอเรจ ที่ปรับได้ตามสไตล์การเทรดของแต่ละท่าน ค่าธรรมเนียมที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย และการดูแลด้วยทีมงานคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ให้คุณโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ในทุกจังหวะของตลาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pivot Point คือ
PP คำนวณจากอะไร
PP มาตรฐานคำนวณจาก Previous High + Previous Low + Previous Close แล้วหาร 3
R1 กับ R2 ต่างกันอย่างไร
R1 เป็นแนวต้านแรกเหนือ PP ส่วน R2 อยู่ไกลขึ้นและมักต้องอาศัย Range Expansion มากกว่า
Pivot Point ใช้กับ Forex ได้หรือไม่
ใช้ได้ แต่ต้องกำหนด Session และเวลาปิดวันให้คงที่เพราะตลาด Forex ซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ
Fibonacci Pivot ดีกว่า Standard Pivot หรือไม่
ไม่มีคำตอบตายตัว ทั้งสองใช้สูตรต่างกัน ควรเลือกแบบเดียวและ Backtest กับตลาดที่ใช้งาน
Pivot Point กับ VWAP ควรใช้ตัวไหน
ใช้ร่วมกันได้ Pivot ให้ Static Levels ส่วน VWAP ให้ Dynamic Relative Price และต้นทุนเฉลี่ยถ่วง Volume



