CPI กับเงินเฟ้อ ต่างกันอย่างไร เงินเฟ้อลดแต่ของยังแพง

CPI กับเงินเฟ้อ ต่างกันอย่างไร เงินเฟ้อลดแต่ของยังแพง

By 3055 | GOC Prime Research Team22 OCT, 20263 views

CPI กับเงินเฟ้อ ต่างกันอย่างไร ต้องเริ่มจากการแยกระหว่าง ระดับราคา กับ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคา โดย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เป็นเครื่องมือวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ ส่วนอัตราเงินเฟ้อเป็นตัวเลขที่ใช้บอกว่าระดับราคาโดยรวมเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า

ความแตกต่างนี้ช่วยอธิบายปัญหาที่หลายคนพบในชีวิตจริง คือแม้ข่าวเศรษฐกิจจะรายงานว่าเงินเฟ้อลดลง แต่ราคาสินค้าหรือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละวันยังคงสูง

เหตุผลคือการที่อัตราเงินเฟ้อลดลงไม่ได้หมายความว่าระดับราคาสินค้าต้องลดลงตามเสมอไป

CPI กับเงินเฟ้อต่างกันอย่างไร

CPI หรือ Consumer Price Index เป็นดัชนีที่ใช้ติดตามระดับราคาของตะกร้าสินค้าและบริการตามวิธีการของหน่วยงานสถิติ

ส่วนเงินเฟ้อ หรือ Inflation เป็นภาวะที่ระดับราคาโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งสามารถวัดเป็นอัตราร้อยละจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคา เช่น CPI

ประเด็น

CPI

เงินเฟ้อ

 

ความหมาย

ดัชนีระดับราคา

ภาวะหรืออัตราการเพิ่มขึ้นของระดับราคา

รูปแบบ

ค่าดัชนี เช่น 120 หรือ 126

อัตราร้อยละ เช่น 3% หรือ 5%

หน้าที่

ใช้เปรียบเทียบระดับราคาข้ามช่วงเวลา

ใช้บอกความเร็วในการเพิ่มขึ้นของราคา

ความสัมพันธ์

เป็นข้อมูลที่นำไปคำนวณเงินเฟ้อได้

คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของ CPI หรือดัชนีอื่น

ตัวอย่างเช่น CPI ที่มีค่า 126 ไม่ได้หมายความว่าเงินเฟ้อเท่ากับ 126% เพราะต้องนำค่าดัชนีไปเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอ้างอิงก่อน

ทำไมเงินเฟ้อลดลงแต่ของยังแพง

ลองสมมติว่าสินค้าชิ้นหนึ่งมีราคา 100 บาทในปีแรก

ปีถัดมาเงินเฟ้อของสินค้าชิ้นนี้อยู่ที่ 6% ราคาจะเพิ่มเป็น 106 บาท

หากปีต่อมาอัตราการเพิ่มราคาลดลงเหลือ 2% ราคาจะกลายเป็นประมาณ 108.12 บาท

ปี

อัตราการเพิ่มราคา

ราคาสินค้า

 

ปีแรก

—

100.00 บาท

ปีที่สอง

6%

106.00 บาท

ปีที่สาม

2%

108.12 บาท

จากตัวอย่างจะเห็นว่าเงินเฟ้อลดจาก 6% เหลือ 2% แต่ราคาสินค้ากลับเพิ่มจาก 106 บาทเป็น 108.12 บาท

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลงไม่ได้ทำให้ค่าครองชีพกลับไปต่ำเหมือนเดิม

สิ่งที่ลดลงคือความเร็วในการเพิ่มราคา ไม่ใช่ระดับราคาของสินค้า

Disinflation และ Deflation ต่างกันอย่างไร

คำว่า Disinflation และ Deflation มักถูกสับสน แต่มีความหมายต่างกัน

Disinflation คือการที่อัตราเงินเฟ้อลดลง เช่น จาก 5% เหลือ 3% โดยระดับราคาโดยรวมยังอาจสูงขึ้นต่อ

Deflation คือภาวะเงินฝืด ซึ่งหมายถึงการลดลงของระดับราคาโดยรวมตามช่วงเวลาที่กำหนด

สถานการณ์

ความหมาย

 

เงินเฟ้อ 5% → 3%

ราคาโดยรวมยังเพิ่ม แต่เพิ่มช้าลง

เงินเฟ้อ 3% → 1%

ยังมีเงินเฟ้อ แต่ชะลอลง

เงินเฟ้อ 1% → -1%

ระดับราคาโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับช่วงอ้างอิง

ต้องระวังว่าการลดลงของราคาสินค้าบางชนิดไม่ได้หมายความว่าทั้งเศรษฐกิจเข้าสู่เงินฝืด เพราะดัชนีราคาภาพรวมอาจยังเพิ่มขึ้นอยู่

นอกจากนี้ เงินฝืดที่เกิดจากอุปสงค์อ่อนแอเป็นเวลานานอาจสร้างปัญหาทางเศรษฐกิจได้ ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีเสมอไป

CPI YoY และ MoM เกี่ยวข้องกับเงินเฟ้ออย่างไร

รายงานเงินเฟ้อมักแสดงการเปลี่ยนแปลงของ CPI สองรูปแบบ

YoY เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เพื่อดูระดับราคาที่เปลี่ยนแปลงในรอบ 12 เดือน

MoM เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น

ตัวอย่างเช่น CPI ที่เพิ่มขึ้น 0.2% MoM ไม่ได้แปลว่าอัตราเงินเฟ้อ YoY เท่ากับ 0.2% เพราะใช้ช่วงเวลาเปรียบเทียบต่างกัน

ผู้ที่ต้องการคำนวณอัตราเงินเฟ้อจากค่าดัชนีควรใช้สูตรตามช่วงอ้างอิงที่ถูกต้อง และตรวจว่าข้อมูลเป็นชุดปรับฤดูกาลหรือไม่

เงินเฟ้อกระทบค่าครองชีพอย่างไร

เมื่อราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ กำลังซื้อที่แท้จริงของครัวเรือนอาจลดลง

ตัวอย่างเช่น หากรายได้เพิ่มขึ้น 2% แต่ค่าใช้จ่ายที่ครัวเรือนเผชิญเพิ่มขึ้น 5% ครัวเรือนอาจซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง แม้รายได้เป็นตัวเงินจะมากกว่าเดิม

แต่ CPI เป็นค่าเฉลี่ยของตะกร้าสินค้าและบริการตามระเบียบวิธีของหน่วยงานสถิติ จึงอาจไม่สะท้อนค่าครองชีพของทุกครอบครัวเท่ากัน

ครัวเรือนที่มีค่าใช้จ่ายด้านอาหารสูงอาจได้รับผลกระทบจากราคาอาหารมากกว่าอีกครัวเรือนที่มีค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยสูง

วิธีประเมินค่าครองชีพของตัวเองควบคู่กับ CPI

แม้ CPI จะเป็นตัวชี้วัดภาพรวม แต่สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อตรวจว่าค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยหรือไม่

ตัวอย่างวิธีประเมินประกอบด้วย

  1. บันทึกค่าใช้จ่ายประจำเดือนตามหมวด เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง และบริการ

  2. เปรียบเทียบราคาหรือยอดใช้จ่ายสำหรับสินค้าและบริการที่มีปริมาณใกล้เคียงกัน

  3. แยกกรณีที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะราคาสูงขึ้นออกจากกรณีที่ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

  4. เปรียบเทียบผลกับข้อมูล CPI ของประเทศและหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้อง

การเปรียบเทียบเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมบางครัวเรือนรู้สึกว่าค่าครองชีพเพิ่มมากกว่าตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ปรากฏในข่าว

อย่างไรก็ตาม ดัชนีรายจ่ายส่วนตัวไม่ใช่ CPI ทางการ เพราะโครงสร้างรายการสินค้าและวิธีถ่วงน้ำหนักแตกต่างกัน

สรุป

CPI เป็นดัชนีที่ใช้ติดตามระดับราคาสินค้าและบริการ ส่วนเงินเฟ้อเป็นภาวะหรืออัตราที่ระดับราคาเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา

การที่เงินเฟ้อลดลงหมายความว่าราคาโดยรวมอาจเพิ่มช้าลง ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทั้งหมดถูกลง

การเข้าใจความต่างระหว่าง CPI และเงินเฟ้อจึงช่วยให้อ่านข่าวเศรษฐกิจและประเมินค่าครองชีพได้อย่างถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CPI กับเงินเฟ้อ

คำถามต่อไปนี้ช่วยสรุปความแตกต่างระหว่างค่าดัชนี อัตราเงินเฟ้อ และราคาที่ผู้บริโภคจ่ายจริง

CPI เท่ากับ 120 หมายความว่าเงินเฟ้อ 120% หรือไม่

ไม่ใช่ CPI 120 เป็นระดับดัชนี ต้องเปรียบเทียบกับช่วงอ้างอิงก่อนจึงจะคำนวณอัตราเงินเฟ้อได้

เงินเฟ้อลดลงทำไมราคาสินค้าไม่ลด

เพราะอัตราการเพิ่มราคาที่ช้าลงยังทำให้ระดับราคาเพิ่มขึ้นได้ หากอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นบวก

เงินเฟ้อติดลบเรียกว่าอะไร

หากระดับราคาโดยรวมลดลงตามช่วงอ้างอิง อาจสะท้อนภาวะเงินฝืดหรือ Deflation

CPI ของแต่ละคนเท่ากันหรือไม่

CPI เป็นดัชนีสำหรับประชากรอ้างอิงตามวิธีคำนวณ ไม่ได้สะท้อนค่าใช้จ่ายจริงของทุกคนเท่ากัน

เงินเฟ้อสูงกว่ารายได้ส่งผลอย่างไร

อาจทำให้กำลังซื้อที่แท้จริงลดลง เพราะรายได้เพิ่มไม่ทันราคาสินค้าและบริการ

แหล่งอ้างอิง: BLS Consumer Price Index

Tags:cpi กับเงินเฟ้อcpi คืออะไรdeflationdisinflationค่าครองชีพดัชนีราคาผู้บริโภคเงินเฟ้อ