
รวมข่าวหุ้นประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2569 GOOGL งบพลาดหุ้นร่วง
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มีประเด็นสำคัญหลัง Alphabet Inc. (GOOGL) บริษัทแม่ของ Google ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 25% จากปีก่อน เป็น 127.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับรายงานกำไรต่อหุ้น (EPS) เพียง 2.12 ดอลลาร์ ต่ำกว่าประมาณการนักวิเคราะห์ประมาณ 3.01 ดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจาก 34.98 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 26.17 พันล้านดอลลาร์
แม้ธุรกิจ Google Cloud เติบโตถึง 103% จากความต้องการระบบ AI Infrastructure แต่ตลาดกลับกังวลค่าใช้จ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลประกอบการของธุรกิจโฆษณาที่ต่ำกว่าความคาดหวังบางส่วน
หุ้น GOOGL ปิดการซื้อขายปกติวันที่ 28 ตุลาคม 2026 ที่ 324.89 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.34% ก่อนบริษัทประกาศผลประกอบการหลังตลาดปิด
หลังประกาศงบ หุ้นปรับตัวลงราว 10% ในการซื้อขาย After-hours โดย Associated Press รายงานราคาช่วงหนึ่งอยู่บริเวณ 289.95 ดอลลาร์
ความแตกต่างระหว่างราคาปิดปกติกับราคานอกเวลาทำการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ควรอธิบายว่าหุ้นปิดตลาดวันที่ 28 ตุลาคมลดลง 10%
คำถามสำคัญคือ เหตุใด Alphabet จึงถูกขายอย่างรุนแรงทั้งที่รายได้โต 25% และการลงทุน AI จะสร้างผลตอบแทนกลับมาได้คุ้มค่าหรือไม่
ข้อมูลบทความตัด ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 08:03 น. ตามเวลาไทย (Asia/Bangkok) โดยใช้ผลประกอบการที่ประกาศวันที่ 28 ตุลาคม และแยกข้อมูลราคาปิดปกติออกจากราคาหลังตลาดปิดอย่างชัดเจน
Alphabet ประกาศผลประกอบการ Q3/2026 อย่างไร
รายได้เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน
วันที่ 28 ตุลาคม 2026 Alphabet เปิดเผยผลประกอบการสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2026
บริษัทมีรายได้รวม 127,577 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 102,346 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
คิดเป็นการเติบโตประมาณ 25%
บริษัทระบุว่านี่เป็นไตรมาสที่ 13 ติดต่อกันที่รายได้เติบโตเป็นเลขสองหลัก
รายได้ของ Alphabet แบ่งเป็นหลายกลุ่มสำคัญ ได้แก่ Google Services ซึ่งมีรายได้ 96.30 พันล้านดอลลาร์ และ Google Cloud ซึ่งมีรายได้ 30.71 พันล้านดอลลาร์
การเติบโตของรายได้มีแรงสนับสนุนจากทั้งธุรกิจโฆษณาและบริการ Cloud โดยเฉพาะความต้องการ AI Infrastructure สำหรับลูกค้าองค์กร
ข้อเท็จจริง: Alphabet มีรายได้เติบโต 25% และ Google Cloud เติบโตเร็วกว่าธุรกิจหลักอย่างมีนัยสำคัญ
การวิเคราะห์: การเติบโตของรายได้สะท้อนว่าบริษัทยังมีความต้องการสินค้าและบริการสูง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าการลงทุนใหม่ทั้งหมดสร้างกระแสเงินสดคุ้มค่าแล้ว
กำไรจากการดำเนินงานยังเพิ่มขึ้น 30%
Alphabet รายงาน Operating Income ที่ 40.58 พันล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 31.23 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ 30%
Operating Margin อยู่ที่ประมาณ 31.8% เพิ่มขึ้นจากประมาณ 30.5% ในปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวแสดงว่าความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมยังเติบโต
แต่เหตุผลที่กำไรสุทธิลดลงอยู่ในรายการทางการเงินที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการดำเนินงานหลัก
ทำไมกำไรสุทธิ Alphabet จึงลดลง
ขาดทุนจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ประมาณ 8.66 พันล้านดอลลาร์
Alphabet รายงานผลขาดทุนสุทธิจากการถือครองและจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภททุนประมาณ 8.66 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 3
รายการดังกล่าวอยู่ในหมวด Other Income หรือ Expense ซึ่งเป็นรายการนอกเหนือจากรายได้ธุรกิจหลัก
บริษัทระบุว่าผลกระทบหลังภาษีของการขาดทุนจากหลักทรัพย์ประเภททุนทำให้กำไรสุทธิลดลงประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์ และ EPS ลดลงประมาณ 0.55 ดอลลาร์
นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรต่อหุ้นต่ำกว่าประมาณการตลาด
อย่างไรก็ตาม การที่ EPS ได้รับผลจากรายการเงินลงทุนไม่ได้หมายความว่าสามารถตัดรายการดังกล่าวออกแล้วถือว่าไม่มีความเสี่ยง
ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุนยังมีผลต่อกำไรและฐานะการเงินของบริษัทในอนาคตได้
กำไรจากธุรกิจหลักกับกำไรสุทธิต่างกันอย่างไร
กำไรจากการดำเนินงานสะท้อนผลประกอบการของธุรกิจหลังหักต้นทุนดำเนินงาน แต่ก่อนรวมบางรายการทางการเงินและภาษี
ส่วนกำไรสุทธิรวมผลกระทบจากรายการเหล่านั้นแล้ว
ในกรณี Alphabet ภาพรวมจึงแบ่งได้เป็นสองด้าน
ด้านธุรกิจหลัก: รายได้และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
ด้านกำไรสุทธิ: ได้รับผลกระทบจากรายการขาดทุนในเงินลงทุน ทำให้ EPS ต่ำกว่าคาด
นักลงทุนจึงไม่ควรสรุปว่าธุรกิจ Google ทั้งหมดมีผลประกอบการอ่อนแอลงจากตัวเลข EPS เพียงค่าเดียว
Google Cloud เติบโตแรงถึง 103%
รายได้แตะ 30.71 พันล้านดอลลาร์
Google Cloud รายงานรายได้ Q3/2026 ที่ 30,709 ล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 15,157 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
คิดเป็นการเติบโตประมาณ 103% YoY
บริษัทระบุว่าการเติบโตได้รับแรงสนับสนุนจากบริการ Cloud Infrastructure, AI Solutions, Google Cloud Platform และการจำหน่ายระบบ TPU
TPU เป็นชิปประมวลผลที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงาน Machine Learning และ AI
นอกจากการให้บริการประมวลผลผ่าน Cloud แล้ว Alphabet ยังมีรายได้จากการขายระบบ TPU ให้ลูกค้าอีกด้วย
กำไรของ Google Cloud เพิ่มขึ้นมาก
Google Cloud มีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 11.12 พันล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 3.59 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวแสดงว่าการเติบโตของธุรกิจ Cloud มีทั้งการเพิ่มรายได้และการทำกำไรที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้
อย่างไรก็ตาม การประเมินความคุ้มค่าของธุรกิจ AI ต้องพิจารณาเงินลงทุนที่บริษัทใช้สร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานร่วมด้วย
รายได้และกำไรตามงบกำไรขาดทุนไม่ได้สะท้อนเงินสดที่ใช้ซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน
ทำไม Search ยังเป็นธุรกิจสำคัญที่สุด
Google Search มีรายได้เพิ่มขึ้น 12%
รายได้จาก Google Search และบริการที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ประมาณ 63.35 พันล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 56.57 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือประมาณ 12%
ขณะที่รายได้โฆษณาจาก YouTube อยู่ที่ 11.21 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 9%
แม้รายได้ยังเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของโฆษณาบางส่วนต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
นักลงทุนจึงตั้งคำถามว่าการเติบโตของบริการค้นหาจะเร่งตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ ในช่วงที่ผู้ใช้งานเริ่มใช้เครื่องมือ AI เพื่อค้นหาและสรุปข้อมูลมากขึ้น
AI เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่อ Search
Alphabet ระบุว่าการลงทุน AI ช่วยสนับสนุนการใช้งาน Search และทำให้อัตราการเติบโตของจำนวนคำค้นหาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณคำค้นหาที่เพิ่มขึ้นไม่ได้รับประกันว่ารายได้จากโฆษณาต่อคำค้นหาจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
หากผู้ใช้งานได้รับคำตอบผ่าน AI โดยไม่คลิกเข้าสู่หน้าเว็บหรือโฆษณา รูปแบบการสร้างรายได้ของ Search อาจเปลี่ยนแปลง
ในอีกด้าน Alphabet อาจใช้ AI เพื่อสร้างรูปแบบโฆษณาใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ดังนั้นคำถามสำคัญคือบริษัทสามารถเปลี่ยนการใช้ AI ใน Search ให้เป็นรายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
Alphabet ใช้เงินลงทุน AI มากแค่ไหน
Capital Expenditure ไตรมาส 3 สูงถึง 51.36 พันล้านดอลลาร์
Alphabet รายงานเงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ประมาณ 51.36 พันล้านดอลลาร์ ใน Q3/2026
เพิ่มขึ้นจาก 44.92 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า
เงินลงทุนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้ในการให้บริการ AI และ Cloud เช่น Data Center ระบบประมวลผล และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
บริษัทกำลังเพิ่มความสามารถในการรองรับความต้องการ AI ขนาดใหญ่ แต่การลงทุนลักษณะนี้ต้องใช้เงินสดก่อนที่โครงการจะสร้างรายได้เต็มประสิทธิภาพ
ทำไม Free Cash Flow จึงติดลบ
Alphabet รายงาน Operating Cash Flow ไตรมาส 3 ที่ประมาณ 42.29 พันล้านดอลลาร์
เมื่อหักเงินสดจ่ายซื้อสินทรัพย์ประมาณ 51.36 พันล้านดอลลาร์ จะเหลือ Free Cash Flow ตามนิยามบริษัทประมาณ ติดลบ 9.07 พันล้านดอลลาร์
นับเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกันที่ Free Cash Flow รายไตรมาสติดลบ
อย่างไรก็ตาม Free Cash Flow ย้อนหลัง 12 เดือนยังเป็นบวกประมาณ 19.75 พันล้านดอลลาร์
จึงไม่ควรตีความว่า Alphabet ไม่สามารถสร้างเงินสดจากธุรกิจได้แล้ว
ปัญหาที่ตลาดกำลังพิจารณาคือเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ากระแสเงินสด จะเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกนานเพียงใด
ทำไม Alphabet ยังต้องเพิ่มเงินลงทุนในปี 2027
ความต้องการ AI Infrastructure ยังเติบโต
บริษัทระบุว่าความต้องการบริการ AI และ Cloud ยังสูง และคาดว่า Capital Expenditure ในปี 2027 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การลงทุนเพิ่มเติมอาจช่วยให้ Alphabet รองรับลูกค้าใหม่และสร้างบริการ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
แต่ต้องพิจารณาว่าการลงทุนใหม่สามารถสร้างผลตอบแทนสูงกว่าต้นทุนเงินทุนได้หรือไม่
กลไกสำคัญคือ
ลงทุน Data Center เพิ่ม → รองรับลูกค้า AI เพิ่ม → รายได้ Cloud เพิ่ม → ต้องสร้างเงินสดให้เพียงพอกับต้นทุนและค่าเสื่อมราคา
หากความต้องการลูกค้าไม่เติบโตตามแผน บริษัทอาจมีสินทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์ไม่เต็มกำลัง และต้องรับภาระค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น
ทำไมหุ้น GOOGL จึงร่วงใน After-hours
ตลาดผิดหวัง EPS และความสามารถในการสร้างเงินสด
หุ้น GOOGL ปิดการซื้อขายปกติวันที่ 28 ตุลาคมที่ 324.89 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.34%
หลังจากบริษัทประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นลดลงราว 10% ในช่วง After-hours ตามรายงานของ Associated Press และข้อมูลการซื้อขายนอกเวลาที่เผยแพร่ในช่วงนั้น
ปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญประกอบด้วย EPS ที่ต่ำกว่าประมาณการ รายได้ธุรกิจโฆษณาที่ต่ำกว่าความคาดหวังบางส่วน และค่าใช้จ่ายลงทุน AI ที่สูง
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถแยกเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ว่าการลดลงของราคาหุ้นเกิดจากปัจจัยแต่ละด้านเท่าใด
และราคาช่วง After-hours อาจเปลี่ยนแปลงก่อนตลาดเปิดวันถัดไป
ผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีอื่น
Alphabet เป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมีน้ำหนักต่อดัชนีอย่าง S&P 500
เมื่อผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ต่ำกว่าคาด จึงสามารถกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยีและบริษัทที่มีการลงทุน AI สูงได้
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของตลาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Alphabet เพียงบริษัทเดียว
ในวันที่ 28 ตุลาคม Microsoft ก็ประกาศผลประกอบการ โดยรายได้เพิ่มขึ้น 19% และ Azure Revenue เติบโต 48%
ความแตกต่างของผลประกอบการระหว่างบริษัทช่วยให้นักลงทุนเห็นว่าการลงทุน AI อาจสร้างผลตอบแทนแตกต่างกันตามรูปแบบธุรกิจและโครงสร้างต้นทุน
ข่าว Alphabet เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นไทยอย่างไร
บริษัทจดทะเบียนไทยหลายแห่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และระบบ Data Center
การลงทุนของ Alphabet อาจมีผลต่อความต้องการอุปกรณ์ในห่วงโซ่อุปทาน AI ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้จากผลประกอบการครั้งนี้ว่าบริษัทไทยรายใดได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มโดยตรง
สำหรับวันที่ 28 ตุลาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,566.10 จุด ลดลง 8.92 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าซื้อขายประมาณ 65,444 ล้านบาท
การปรับลดลงของตลาดไทยเกิดขึ้นก่อน Alphabet ประกาศงบหลังตลาดสหรัฐฯ ปิด จึงไม่ควรนำข่าว Alphabet มาอธิบายการลดลงของ SET ในวันเดียวกันโดยตรง
โอกาสที่อาจเกิดขึ้นกับ Alphabet
ธุรกิจ Cloud อาจสร้างกำไรต่อเนื่อง
หากรายได้ Google Cloud เพิ่มขึ้นพร้อมกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ กำไรจากธุรกิจนี้อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต
AI อาจเพิ่มประสิทธิภาพ Search
หาก Alphabet สามารถใช้ AI เพิ่มจำนวนคำค้นหา ปรับปรุงความแม่นยำของโฆษณา และพัฒนารูปแบบรายได้ใหม่ ธุรกิจ Search อาจยังเติบโตได้
ระบบ TPU เพิ่มทางเลือกในการให้บริการ
การพัฒนาชิป TPU ของตนเองอาจช่วยให้ Alphabet มีความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและสร้างรายได้จากระบบประมวลผลเพิ่มเติม
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
1. Free Cash Flow ติดลบต่อเนื่อง
หาก Capital Expenditure เพิ่มเร็วกว่า Operating Cash Flow เป็นเวลานาน อาจกดดันความสามารถในการคืนเงินผู้ถือหุ้นและการลงทุนใหม่
2. Search เติบโตช้ากว่าคาด
หากรูปแบบการค้นหาด้วย AI ทำให้รายได้โฆษณาเติบโตต่ำลง ธุรกิจหลักอาจเผชิญแรงกดดัน
3. ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น
การลงทุน Data Center จำนวนมากจะส่งผลต่อต้นทุนและค่าเสื่อมราคาในช่วงหลายปีข้างหน้า
4. การแข่งขันด้าน AI รุนแรง
Alphabet ต้องแข่งขันกับผู้ให้บริการ Cloud และผู้พัฒนา AI หลายราย หากต้นทุนการแข่งขันเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
5. ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน
รายการขาดทุนจากหลักทรัพย์ประเภททุนใน Q3 แสดงให้เห็นว่ากำไรสุทธิอาจผันผวนจากปัจจัยนอกธุรกิจหลักได้
นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ
ผลประกอบการ Q4/2026
ตรวจสอบว่ารายได้ Google Cloud และ Search สามารถเติบโตตามความคาดหวังของตลาดได้หรือไม่
Capital Expenditure ปี 2027
บริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดแผนลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อ Free Cash Flow
Google Cloud Operating Income
ควรติดตามว่ากำไรของธุรกิจ Cloud สามารถเติบโตควบคู่กับรายได้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
Free Cash Flow และเงินทุน
หากเงินลงทุนยังสูง ต้องประเมินว่าบริษัทจะพึ่งพาเงินสดจากการดำเนินงาน เงินสดสะสม หรือการระดมทุนเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด
การตอบสนองของราคาหุ้นรอบถัดไป
ต้องดูราคาซื้อขายปกติวันที่ 29 ตุลาคม 2026 ว่าตลาดยังคงสะท้อนความกังวลจากงบ Q3 หรือไม่ โดยไม่ถือว่าราคา After-hours เป็นราคาปิดวันถัดไป
สรุปรวมข่าวหุ้นประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2569
Alphabet รายงานรายได้ Q3/2026 เพิ่มขึ้น 25% เป็น 127.58 พันล้านดอลลาร์ โดย Google Cloud เติบโตถึง 103%
แต่ EPS อยู่ที่ 2.12 ดอลลาร์ ต่ำกว่าประมาณการนักวิเคราะห์ ขณะที่ Free Cash Flow ติดลบประมาณ 9.07 พันล้านดอลลาร์จากเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สูง
หุ้น GOOGL ลดลงราว 10% ในการซื้อขาย After-hours หลังประกาศผลประกอบการ
โอกาส: Google Cloud, AI Infrastructure, TPU และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI อาจสนับสนุนรายได้ระยะยาว
ความเสี่ยง: เงินลงทุนจำนวนมาก ความสามารถในการสร้าง Free Cash Flow และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ Search อาจกระทบการประเมินมูลค่าหุ้น
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ Alphabet สามารถเปลี่ยนการลงทุน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วให้เป็นกำไรและกระแสเงินสดที่เติบโตคุ้มค่ากับต้นทุนได้จริงหรือไม่
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและติดตามตลาดหุ้น ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคลในการซื้อ ขาย หรือถือหลักทรัพย์
แหล่งอ้างอิง
U.S. SEC — Alphabet Announces Third Quarter 2026 Results, 28 October 2026
Associated Press — Google Misses Wall Street Expectations, 28 October 2026
Investor's Business Daily — Google Earnings Miss as Cloud Computing Booms
Microsoft — First Quarter Fiscal 2027 Results, 28 October 2026
หากสนใจอ่านเรื่องก่อนหน้า คลิ๊ก>>>>> https://gocprime.net/th/blog-new/stock-news/daily-stock-28-oct-2026



