
รวมข่าวหุ้นประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2569 AXP งบโตแต่ลดคน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีประเด็นสำคัญในกลุ่มการเงิน หลัง American Express (NYSE: AXP) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยบริษัททำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 20.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน
กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 3.71 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% และกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐานบัญชีเพิ่มขึ้น 31% เป็น 5.42 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกาศแผนลดจำนวนพนักงานประมาณ 5% ของกำลังคนทั่วโลก เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการนำ Artificial Intelligence หรือ AI มาใช้งานมากขึ้น
แม้กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วสูงกว่าประมาณการนักวิเคราะห์ และบริษัทเพิ่มแนวโน้มกำไรทั้งปี แต่หุ้น AXP กลับปิดวันที่ 23 ตุลาคมที่ 313.22 ดอลลาร์ ลดลง 3.68%
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เหตุใด American Express จึงต้องลดพนักงานทั้งที่ธุรกิจยังเติบโต และการปรับโครงสร้างจะช่วยเพิ่มกำไรระยะยาวได้จริงหรือไม่
ข้อมูลบทความตัด ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 07:55 น. ตามเวลาไทย โดยใช้ประกาศผลประกอบการวันที่ 23 ตุลาคม และราคาปิดตลาดสหรัฐฯ ในวันเดียวกัน
American Express ประกาศผลประกอบการอะไรบ้าง
รายได้ไตรมาส 3 สูงเป็นประวัติการณ์
วันที่ 23 ตุลาคม 2026 American Express เผยแพร่ผลประกอบการสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
บริษัทมีรายได้รวมสุทธิจากดอกเบี้ยจ่าย หรือ Total Revenues Net of Interest Expense อยู่ที่ 20,062 ล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 18,426 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือประมาณ 9%
กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,712 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 2,902 ล้านดอลลาร์
กำไรต่อหุ้นตามมาตรฐานบัญชี GAAP อยู่ที่ 5.42 ดอลลาร์ เทียบกับ 4.14 ดอลลาร์ในปีก่อน
ส่วนกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว หรือ Adjusted EPS อยู่ที่ 4.68 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้รวมสุทธิจากดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 58.61 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10%
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจยังสามารถสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้มีปัจจัยพิเศษที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
ทำไม GAAP EPS กับ Adjusted EPS จึงแตกต่างกัน
บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุน GBTG
American Express เปิดเผยว่า บริษัทได้รับกำไรก่อนภาษีประมาณ 982 ล้านดอลลาร์ จากการขายเงินลงทุนใน Global Business Travel Group หรือ GBTG
กำไรจากธุรกรรมดังกล่าวหลังภาษีอยู่ที่ประมาณ 751 ล้านดอลลาร์
บริษัทนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการขายเงินลงทุนมาใช้สนับสนุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร
โดยบันทึกค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างประมาณ 336 ล้านดอลลาร์ก่อนภาษี
หลังปรับผลกระทบจากรายการดังกล่าวตามนิยามของบริษัท Adjusted Net Income อยู่ที่ประมาณ 3.21 พันล้านดอลลาร์
และ Adjusted EPS อยู่ที่ 4.68 ดอลลาร์
ข้อเท็จจริง: GAAP EPS เพิ่มขึ้น 31% แต่ Adjusted EPS เพิ่มขึ้น 13%
การวิเคราะห์: การเติบโตของกำไรตามมาตรฐานบัญชีได้รับประโยชน์จากกำไรขายเงินลงทุน ซึ่งไม่ควรถูกนำไปสมมติว่าจะเกิดขึ้นซ้ำทุกไตรมาส
ดังนั้นการประเมินความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจหลักควรพิจารณา Adjusted EPS ร่วมกับกำไรตาม GAAP ไม่ใช่ใช้ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างมีผลต่อกำไรอย่างไร
การลดพนักงานอาจทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายชดเชยและต้นทุนปรับโครงสร้างในระยะสั้น
แต่หากสามารถลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างถาวร บริษัทอาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลงในอนาคต
กลไกที่เป็นไปได้คือ
ปรับโครงสร้างองค์กร → ลดต้นทุนที่ซ้ำซ้อน → เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน → Operating Margin มีโอกาสดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดทันที
บริษัทต้องใช้เวลาในการปรับระบบการทำงาน รวมถึงอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีและการฝึกอบรมพนักงาน
ทำไม American Express ต้องลดพนักงาน 5%
บริษัทเตรียมปรับองค์กรเพื่อรองรับ AI
ระหว่างการประชุมผลประกอบการวันที่ 23 ตุลาคม Stephen Squeri ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร American Express ระบุว่า บริษัทมีแผนลดจำนวนพนักงานประมาณ 5% ของกำลังคนทั่วโลก
American Express มีพนักงานประมาณ 76,800 คน ณ สิ้นปี 2025
ดังนั้นหากใช้จำนวนดังกล่าวเป็นฐาน การลดพนักงาน 5% จะเทียบเท่าพนักงานประมาณ 3,800 คน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณจากฐานพนักงานในอดีต ไม่ใช่จำนวนตำแหน่งที่บริษัทประกาศยืนยันเป็นรายบุคคล
Associated Press รายงานว่าบริษัทคาดว่าจะลดพนักงานประมาณ 3,500 คน
ฝ่ายบริหารอธิบายว่าการปรับโครงสร้างมีเป้าหมายเพิ่มความคล่องตัวขององค์กรและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ AI มากขึ้น ไม่ได้ระบุว่าเป็นผลจากการชะลอตัวของธุรกิจเพียงอย่างเดียว
AI จะเข้ามาช่วยธุรกิจบัตรเครดิตได้อย่างไร
American Express มีธุรกิจที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ทั้งการอนุมัติธุรกรรม การตรวจจับความผิดปกติ การบริหารความเสี่ยง และการให้บริการลูกค้า
เทคโนโลยี AI อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหลายด้าน
ตัวอย่างเช่น การตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง การวิเคราะห์ความต้องการของสมาชิกบัตร และการลดภาระงานในกระบวนการสนับสนุนภายในองค์กร
หากบริษัทสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างเหมาะสม ต้นทุนการให้บริการต่อสมาชิกอาจลดลง
แต่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อระบบ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่กระทบความถูกต้อง ความปลอดภัย และคุณภาพการให้บริการ
สำหรับธุรกิจการเงิน ความผิดพลาดของระบบอัตโนมัติอาจสร้างต้นทุนด้านกฎระเบียบและความเชื่อมั่นสูงกว่าต้นทุนที่ประหยัดได้
ธุรกิจหลักของ American Express ยังเติบโตหรือไม่
มูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้น 8%
American Express รายงาน Billed Business ไตรมาส 3 อยู่ที่ 454 พันล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้นจาก 421 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน หรือประมาณ 8%
Billed Business คือมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรตามนิยามของบริษัท ไม่ใช่รายได้ทั้งหมดที่ American Express รับรู้
การเติบโตของตัวเลขดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะสะท้อนกิจกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกบัตร
เมื่อสมาชิกใช้จ่ายมากขึ้น บริษัทมีโอกาสเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม
นอกจากนี้ American Express ยังได้รับประโยชน์จากรายได้ค่าธรรมเนียมบัตรและรายได้ดอกเบี้ยจากยอดคงค้างที่เข้าเงื่อนไข
กลไกคือ
สมาชิกใช้จ่ายเพิ่ม → ปริมาณธุรกรรมเพิ่ม → รายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสเพิ่ม
แต่ต้องระวังว่ามูลค่าการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบางส่วนอาจเกิดจากราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ไม่ใช่จำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด
ลูกค้ากลุ่ม Premium ยังเป็นจุดแข็ง
American Express มีฐานสมาชิกบัตรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ การเดินทาง และบริการระดับ Premium
บริษัทได้ปรับค่าธรรมเนียมรายปีของบัตร Platinum ในสหรัฐฯ จาก 695 ดอลลาร์เป็น 895 ดอลลาร์ พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก
รายงานจาก Associated Press ระบุว่าสมาชิกส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไปใช้โครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ยังคงรักษาสถานะสมาชิกไว้
ขณะเดียวกัน รายได้ค่าธรรมเนียมบัตรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน
การรักษาสมาชิกที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมสูงช่วยสนับสนุนรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
แต่หากการแข่งขันด้านสิทธิประโยชน์รุนแรงขึ้น บริษัทอาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อรักษาลูกค้า
คุณภาพสินเชื่อของ American Express เป็นอย่างไร
Credit Loss Provision ลดลงจากปีก่อน
American Express รายงานค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตประมาณ 985 ล้านดอลลาร์
ลดลงจากประมาณ 1.29 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับลดเงินสำรองในไตรมาสปัจจุบัน เทียบกับการเพิ่มสำรองในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่อัตราการตัดหนี้สูญสุทธิ หรือ Net Write-off Rate อยู่ที่ 1.8%
ลดลงจาก 1.9% ในปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าคุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารได้
อย่างไรก็ตาม การลดลงของ Credit Loss Provision ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงด้านสินเชื่อหมดไปแล้ว
หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว หรือภาระดอกเบี้ยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น การผิดนัดชำระหนี้อาจกลับมาสูงขึ้นได้
ดอกเบี้ยสูงมีผลต่อกำไรอย่างไร
American Express ได้รับรายได้จากดอกเบี้ยของยอดคงค้างบัตรและสินเชื่อที่เกี่ยวข้อง
หากยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้น บริษัทอาจได้รับรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม
แต่ในทางกลับกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงยังอาจทำให้ลูกค้ามีภาระชำระหนี้มากขึ้น
กลไกความเสี่ยงคือ
ภาระดอกเบี้ยลูกค้าเพิ่ม → ความสามารถในการชำระหนี้ลด → Credit Loss เพิ่ม → กำไรสุทธิถูกกดดัน
ดังนั้นรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นต้องประเมินควบคู่กับค่าใช้จ่ายด้านเครดิต ไม่ใช่พิจารณาแยกจากกัน
American Express เพิ่มประมาณการกำไรปี 2026
Adjusted EPS Guidance อยู่ที่ 17.60–17.90 ดอลลาร์
หลังประกาศผลประกอบการ บริษัทเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP ทั้งปีเป็น 18.30–18.60 ดอลลาร์
ส่วน Adjusted EPS Guidance อยู่ที่ 17.60–17.90 ดอลลาร์
บริษัทระบุว่ายังอยู่บนเส้นทางที่จะทำรายได้ปี 2026 เติบโตประมาณ 10%
Guidance ดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่อแนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี
อย่างไรก็ตาม Guidance เป็นประมาณการ ไม่ใช่ผลประกอบการที่เกิดขึ้นแล้ว
นักลงทุนต้องติดตามว่าบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ พร้อมควบคุมค่าใช้จ่ายและคุณภาพสินเชื่อได้ตามแผนหรือไม่
ทำไมหุ้น AXP จึงลดลงทั้งที่กำไรเพิ่ม
หุ้นปิดลดลง 3.68% ในวันที่ประกาศงบ
หุ้น American Express ปิดตลาด NYSE วันที่ 23 ตุลาคม 2026 ที่ 313.22 ดอลลาร์
ลดลงจากราคาปิดวันที่ 22 ตุลาคมที่ 325.17 ดอลลาร์
คิดเป็นการปรับตัวลดลง 3.68%
ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.12 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นจากประมาณ 3.39 ล้านหุ้นในวันก่อนหน้า หรือประมาณ 22%
การที่ราคาหุ้นลดลงพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่าตลาดมีการซื้อขายเพิ่มขึ้นในวันที่บริษัทประกาศผลประกอบการ
แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าการปรับตัวลงทั้งหมดเกิดจากข่าวลดพนักงานเพียงปัจจัยเดียว
รายได้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย
แม้ Adjusted EPS สูงกว่าประมาณการนักวิเคราะห์ แต่รายได้ 20.06 พันล้านดอลลาร์ต่ำกว่าประมาณการตลาดที่ประมาณ 20.12–20.14 พันล้านดอลลาร์เล็กน้อย
ความแตกต่างดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนต้องประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจใหม่
นอกจากนี้ ตลาดยังให้ความสำคัญกับต้นทุนการดำเนินงาน การแข่งขันด้านสิทธิประโยชน์ และความสามารถในการรักษากำไรหลังการปรับโครงสร้างองค์กร
ดังนั้นผลประกอบการที่สูงกว่าคาดในบางรายการไม่ได้รับประกันว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นเสมอไป
ข่าวนี้มีผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างไร
หุ้นการเงินเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและดอกเบี้ย
American Express เป็นบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคและบริการทางการเงิน
ผลประกอบการจึงสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ได้
หากสมาชิกบัตรยังใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อาจสะท้อนความสามารถในการบริโภคของลูกค้ากลุ่มที่บริษัทให้บริการ
แต่ไม่ควรนำข้อมูลลูกค้า American Express ไปสรุปว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ ทุกกลุ่มมีความแข็งแกร่งเท่ากัน
วันที่ 23 ตุลาคม ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 0.52%
ขณะที่ Nasdaq Composite ลดลง 0.21% และ Dow Jones ลดลง 1.23%
ตลาดได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง
สถานการณ์ดังกล่าวสามารถกดดัน Valuation ของหุ้นได้ แม้ผลประกอบการบางบริษัทออกมาแข็งแกร่ง
ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นไทยอย่างไร
ธนาคารไทยมีโครงสร้างธุรกิจแตกต่างจาก American Express
ตลาดหุ้นไทยมีธนาคารพาณิชย์และบริษัทการเงินที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อและบริการทางการเงิน
แม้ American Express จะมีธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อ แต่โครงสร้างรายได้ ฐานลูกค้า และกฎระเบียบแตกต่างจากธนาคารไทย
ดังนั้นการเติบโตของ Billed Business หรือรายได้ค่าธรรมเนียมของ AXP ไม่สามารถนำไปคาดการณ์กำไรของธนาคารไทยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสามารถใช้ข่าวนี้เป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับการบริหารต้นทุน การใช้ AI และคุณภาพสินเชื่อได้
ภาพตลาดหุ้นไทยล่าสุด
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,562.67 จุด เพิ่มขึ้น 6.58 จุด หรือ 0.42%
มูลค่าซื้อขายรวมประมาณ 67,157.61 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 3,466 ล้านบาท
ขณะที่วันที่ 23 ตุลาคมเป็นวันหยุดตลาดหลักทรัพย์เนื่องในวันปิยมหาราช
ดังนั้นตลาดหุ้นไทยยังไม่มีการซื้อขายหลังข่าวผลประกอบการ AXP ที่ประกาศวันที่ 23 ตุลาคม
โอกาสของ American Express ในระยะต่อไป
AI อาจเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
หาก American Express สามารถนำ AI มาใช้ลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ ต้นทุนต่อธุรกรรมอาจลดลง
ฐานลูกค้า Premium ช่วยสนับสนุนรายได้
ลูกค้าที่มีความสามารถในการใช้จ่ายสูงและยอมจ่ายค่าธรรมเนียมบัตรอาจช่วยสนับสนุนรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
รายได้ค่าธรรมเนียมมีโอกาสเติบโต
หากบริษัทสามารถเพิ่มคุณค่าของสิทธิประโยชน์และรักษาสมาชิกได้ รายได้ค่าธรรมเนียมบัตรอาจเพิ่มขึ้น
การปรับโครงสร้างอาจเพิ่ม Operating Efficiency
หากค่าใช้จ่ายที่ลดลงมากกว่าต้นทุนการปรับโครงสร้าง บริษัทอาจได้รับประโยชน์ต่อ Margin ในระยะยาว
ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม
1. การปรับโครงสร้างไม่ได้ช่วยลดต้นทุนตามคาด
หากต้นทุนด้าน AI และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าใช้จ่ายบุคลากรที่ประหยัดได้ ผลประโยชน์ต่อกำไรอาจต่ำกว่าที่คาด
2. คุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลง
หากผู้บริโภคมีปัญหาการชำระหนี้ American Express อาจต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
3. ค่าใช้จ่ายสิทธิประโยชน์บัตรสูงขึ้น
การแข่งขันในตลาดบัตรเครดิต Premium อาจทำให้บริษัทต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์และค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสมาชิก
4. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ธุรกิจบริการทางการเงินอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจำนวนมาก
หากบริษัทต้องเพิ่มการลงทุนด้านการปฏิบัติตามกฎหรือรับภาระทางกฎหมายเพิ่มเติม อาจส่งผลต่อต้นทุนและกำไร
5. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว
หากการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง รายได้จากธุรกรรมและยอดสินเชื่ออาจเติบโตช้ากว่าคาด
นักลงทุนควรติดตามอะไรต่อ
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2026
ต้องตรวจสอบว่าบริษัทสามารถทำรายได้และกำไรตาม Guidance ทั้งปีได้หรือไม่
ความคืบหน้าการลดพนักงาน
ควรติดตามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการปรับโครงสร้าง และจำนวนเงินที่บริษัทประเมินว่าจะประหยัดได้ในอนาคต
Card Member Spending
ต้องดูว่ามูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรยังเติบโตจากระดับ 454 พันล้านดอลลาร์หรือไม่
Net Write-off Rate
อัตราการตัดหนี้สูญสุทธิที่ 1.8% เป็นตัวเลขสำคัญสำหรับใช้ติดตามคุณภาพสินเชื่อ
รายได้ค่าธรรมเนียมบัตร
ต้องประเมินว่าบริษัทสามารถเพิ่มรายได้จากสมาชิกโดยไม่ทำให้ต้นทุนสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นเร็วกว่าได้หรือไม่
สรุปรวมข่าวหุ้นประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2569
American Express ประกาศรายได้ Q3/2026 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 20.06 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9% และ Adjusted EPS เพิ่มขึ้น 13% เป็น 4.68 ดอลลาร์
แต่บริษัทประกาศแผนลดพนักงานประมาณ 5% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมองค์กรสำหรับการใช้ AI
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว: AXP มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้าง 336 ล้านดอลลาร์ และหุ้นปิดลดลง 3.68% ในวันที่ 23 ตุลาคม
มุมมองเชิงบวก: การใช้ AI การปรับโครงสร้างองค์กร และฐานลูกค้า Premium อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนรายได้ระยะยาว
มุมมองความเสี่ยง: ต้นทุนการปรับโครงสร้าง คุณภาพสินเชื่อ การแข่งขันด้านสิทธิประโยชน์ และภาวะเศรษฐกิจยังสามารถกดดันกำไรได้
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ American Express สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยไม่กระทบคุณภาพบริการและความสามารถในการรักษาสมาชิกได้จริงหรือไม่
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและติดตามตลาดหุ้น ไม่ใช่คำแนะนำส่วนบุคคลในการซื้อ ขาย หรือถือหลักทรัพย์
แหล่งอ้างอิง
1. American Express / SEC — 23 ตุลาคม 2026: รายงานผลประกอบการ Q3/2026 รายได้ กำไร EPS และ Guidance จากบริษัทโดยตรง American Express Q3 2026 Earnings Release
2. American Express Official Newsroom — 23 ตุลาคม 2026: ประกาศผลประกอบการอย่างเป็นทางการ American Express Reports Third-Quarter 2026 Results
3. Reuters — 23 ตุลาคม 2026: รายงานแผนลดพนักงาน 5% และการปรับโครงสร้างองค์กร AmEx CEO Says Company to Cut 5% of Workforce
4. Associated Press — 23 ตุลาคม 2026: วิเคราะห์กำไร การใช้จ่ายของสมาชิกบัตร และการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม American Express Profits Rise and Plans Workforce Reduction
5. Barron's — 23 ตุลาคม 2026: รายงานการตอบสนองของหุ้น AXP และประมาณการนักวิเคราะห์ American Express Plans Job Cuts Despite Earnings Growth
6. Yahoo Finance — ข้อมูลซื้อขายวันที่ 23 ตุลาคม 2026: ราคาปิดและปริมาณซื้อขาย AXP AXP Historical Stock Prices
หากสนใจอ่านเรื่องก่อนหน้า คลิ๊ก>>>>> https://gocprime.net/th/blog-new/stock-news/daily-stock-22-oct-2026



