วิธีคำนวณ CPI สูตรคำนวณเงินเฟ้อ YoY MoM พร้อมตัวอย่าง

วิธีคำนวณ CPI สูตรคำนวณเงินเฟ้อ YoY MoM พร้อมตัวอย่าง

By 3055 | GOC Prime Research Team26 OCT, 20260 views

วิธีคำนวณ CPI เริ่มจากการเปรียบเทียบราคาของตะกร้าสินค้าและบริการระหว่างช่วงเวลา โดยใช้แนวคิดของ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงระดับราคา แต่การคำนวณตามตัวอย่างอย่างง่ายยังแตกต่างจากกระบวนการจัดทำ CPI ทางการที่ใช้ข้อมูลจำนวนมากและวิธีถ่วงน้ำหนักทางสถิติ

สูตร CPI พื้นฐานช่วยให้เข้าใจว่าดัชนีราคาเกิดขึ้นอย่างไร ส่วนสูตรเงินเฟ้อ YoY และ MoM ใช้คำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงของ CPI ตามช่วงเวลาที่กำหนด

ความเข้าใจทั้งสองส่วนจะช่วยป้องกันการสับสนระหว่างค่าดัชนีกับอัตราเงินเฟ้อ

สูตร CPI คืออะไร

สูตร CPI แบบตะกร้าสินค้าคงที่เพื่อการเรียนรู้เขียนได้ดังนี้

CPI = (ต้นทุนตะกร้าสินค้าปัจจุบัน ÷ ต้นทุนตะกร้าสินค้าในปีฐาน) × 100

ต้นทุนตะกร้าสินค้าคำนวณจากการนำจำนวนสินค้าคูณราคาต่อหน่วย แล้วรวมเป็นต้นทุนของตะกร้าทั้งหมด

ในตัวอย่างนี้กำหนดให้ปริมาณสินค้าเท่าเดิม เพื่อดูว่าต้นทุนเปลี่ยนไปเพราะราคามากน้อยเพียงใด

หากค่าดัชนีออกมาเท่ากับ 110 หมายถึงต้นทุนตะกร้าสูงกว่าปีฐาน 10% ไม่ใช่หมายความว่าเงินเฟ้อปัจจุบันเท่ากับ 110%

ตัวอย่างวิธีคำนวณ CPI ทีละขั้น

สมมติตะกร้าสินค้าประกอบด้วยข้าวและบริการเดินทาง

รายการ

ปริมาณ

ราคาปีฐาน

ราคาปัจจุบัน

 

ข้าว

2 หน่วย

50 บาท

55 บาท

บริการเดินทาง

1 หน่วย

100 บาท

110 บาท

ขั้นที่ 1: คำนวณต้นทุนปีฐาน

(2 × 50) + (1 × 100) = 200 บาท

ขั้นที่ 2: คำนวณต้นทุนปัจจุบัน

(2 × 55) + (1 × 110) = 220 บาท

ขั้นที่ 3: แทนค่าสูตร CPI

CPI = (220 ÷ 200) × 100 = 110

ผลลัพธ์แสดงว่าต้นทุนของตะกร้าตัวอย่างเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีฐาน

วิธีคำนวณ CPI แบบถ่วงน้ำหนัก

ในทางปฏิบัติ สินค้าและบริการแต่ละรายการไม่ได้มีความสำคัญต่อการใช้จ่ายเท่ากัน การใช้น้ำหนักจึงช่วยสะท้อนสัดส่วนรายจ่ายในตะกร้า

สำหรับตัวอย่างตะกร้าคงที่ น้ำหนักของแต่ละรายการสามารถสะท้อนผ่านมูลค่ารายจ่ายในปีฐานได้

สมมติมีข้อมูลดังนี้

รายการ

ปริมาณปีฐาน

ราคาปีฐาน

ราคาปัจจุบัน

ต้นทุนปีฐาน

ต้นทุนปัจจุบัน

 

ข้าว

4

40

44

160

176

การเดินทาง

10

30

33

300

330

บริการโทรศัพท์

1

200

210

200

210

รวม

660

716

เมื่อใช้ปริมาณสินค้าในปีฐานเป็นน้ำหนักคงที่

CPI = (716 ÷ 660) × 100

ผลลัพธ์ประมาณ 108.48

หมายความว่าต้นทุนของตะกร้าที่กำหนดเพิ่มขึ้นประมาณ 8.48% เมื่อเทียบกับปีฐาน

แต่ละหมวดมีสัดส่วนต้นทุนปีฐานต่างกัน จึงส่งผลต่อ CPI ไม่เท่ากัน

ตัวอย่างนี้มีน้ำหนักปีฐานของหมวดการเดินทางเท่ากับ 300 ÷ 660 × 100 หรือประมาณ 45.45% ของตะกร้า ซึ่งมากกว่าหมวดข้าวและบริการโทรศัพท์

จึงแสดงให้เห็นว่าหมวดที่มีสัดส่วนรายจ่ายสูงสามารถส่งผลต่อดัชนีได้มากกว่าหมวดที่มีสัดส่วนต่ำ

สูตรคำนวณเงินเฟ้อ CPI YoY

เงินเฟ้อ YoY ใช้เปรียบเทียบ CPI เดือนปัจจุบันกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

เงินเฟ้อ YoY = [(CPI เดือนปัจจุบัน ÷ CPI เดือนเดียวกันของปีก่อน) − 1] × 100

ตัวอย่างสมมติ:

CPI กันยายนปีก่อน = 120

CPI กันยายนปีปัจจุบัน = 126

แทนค่าในสูตร

[(126 ÷ 120) − 1] × 100 = 5%

จึงหมายความว่าระดับราคาตามดัชนีสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน 5%

ต้องระวังว่าอัตราเงินเฟ้อ 5% ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าทุกชนิดเพิ่มขึ้น 5% เท่ากัน

สูตรคำนวณเงินเฟ้อ CPI MoM

เงินเฟ้อ MoM ใช้เปรียบเทียบ CPI เดือนปัจจุบันกับเดือนก่อนหน้า

เงินเฟ้อ MoM = [(CPI เดือนปัจจุบัน ÷ CPI เดือนก่อนหน้า) − 1] × 100

ตัวอย่างสมมติ:

CPI เดือนก่อน = 125.5

CPI เดือนปัจจุบัน = 126.0

[(126.0 ÷ 125.5) − 1] × 100 ≈ 0.40%

ดังนั้น ระดับราคาตามดัชนีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.40% จากเดือนก่อนหน้า

ในการวิเคราะห์ข้อมูล CPI สหรัฐ รายงานการเปลี่ยนแปลงรายเดือนมักใช้ข้อมูลที่ปรับฤดูกาลแล้ว จึงควรตรวจชนิดของดัชนีให้ตรงก่อนคำนวณ

CPI ทางการของ BLS คำนวณต่างจากตัวอย่างอย่างไร

สูตรตะกร้าคงที่ช่วยอธิบายแนวคิดพื้นฐาน แต่ระบบ CPI ทางการของ Bureau of Labor Statistics มีขั้นตอนซับซ้อนกว่า

BLS ใช้วิธี Modified Laspeyres เป็นหลักสำหรับ CPI-U โดยมีการจัดเก็บราคาจากรายการสินค้าและบริการจำนวนมาก รวมถึงการใช้ข้อมูลถ่วงน้ำหนักและการปรับคุณภาพสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีวิธีคำนวณระดับรายการสินค้าบางประเภทที่แตกต่างจากสูตรอย่างง่าย เช่น การคำนวณดัชนีขั้นพื้นฐานและการจัดการข้อมูลราคา

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าหรือรูปแบบการบริโภค หน่วยงานอาจปรับน้ำหนักและกระบวนการคำนวณตามระเบียบวิธีที่กำหนด

ดังนั้น การใช้ตัวอย่างสินค้าสองหรือสามรายการไม่สามารถสร้างตัวเลข CPI ทางการของประเทศได้ แต่มีประโยชน์ในการเรียนรู้ว่าราคาที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อดัชนีอย่างไร

แหล่งข้อมูล: BLS CPI Methodology, BLS Chained CPI Explanation

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณ CPI

ข้อผิดพลาดแรกคือการนำค่าดัชนีมาใช้เป็นอัตราเงินเฟ้อโดยตรง เช่น เห็น CPI เท่ากับ 110 แล้วเข้าใจว่าเงินเฟ้อเท่ากับ 110%

ข้อผิดพลาดที่สองคือการเปรียบเทียบผิดช่วงเวลา เช่น นำ CPI เดือนก่อนมาใช้เป็นตัวหารสำหรับคำนวณ YoY

ข้อผิดพลาดที่สามคือการใช้ข้อมูลต่างปีฐานหรือต่างชุดการปรับฤดูกาลมาคำนวณรวมกันโดยไม่ตรวจความสอดคล้อง

ข้อผิดพลาดสุดท้ายคือการใช้สูตรอย่างง่ายแล้วสรุปว่าเป็น CPI ทางการ ทั้งที่หน่วยงานสถิติใช้ข้อมูลและระเบียบวิธีมากกว่านั้น

สรุป

วิธีคำนวณ CPI แบบพื้นฐานเริ่มจากการเปรียบเทียบต้นทุนตะกร้าสินค้าปัจจุบันกับปีฐาน แล้วคูณ 100

ส่วนการคำนวณเงินเฟ้อ YoY และ MoM ต้องใช้ค่าดัชนีจากช่วงเวลาที่ถูกต้อง

การเข้าใจน้ำหนักสินค้า ปีฐาน และความแตกต่างระหว่างสูตรตัวอย่างกับดัชนีทางการจะช่วยให้ใช้ข้อมูล CPI ได้แม่นยำขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีคำนวณ CPI

คำถามต่อไปนี้ช่วยทบทวนสูตรและข้อควรระวังเมื่อต้องการคำนวณดัชนีหรืออัตราเงินเฟ้อด้วยตนเอง

สูตร CPI อย่างง่ายคืออะไร

CPI = (ต้นทุนตะกร้าสินค้าปัจจุบัน ÷ ต้นทุนตะกร้าสินค้าในปีฐาน) × 100

CPI เท่ากับ 110 หมายความว่าอะไร

หมายถึงระดับราคาของตะกร้าสูงกว่าปีฐาน 10% ภายใต้ชุดข้อมูลและวิธีคำนวณที่กำหนด

สูตรเงินเฟ้อ YoY ใช้ตัวหารเป็นอะไร

ใช้ CPI ของเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้าเป็นตัวหาร

สูตรเงินเฟ้อ MoM ใช้ตัวหารเป็นอะไร

ใช้ CPI เดือนก่อนหน้าเป็นตัวหาร และควรใช้ข้อมูลที่มีวิธีปรับฤดูกาลสอดคล้องกัน

สูตรตะกร้าคงที่ใช้คำนวณ CPI ทางการได้หรือไม่

ใช้เป็นตัวอย่างทางการศึกษาได้ แต่ไม่สามารถแทนกระบวนการจัดทำ CPI ทางการทั้งหมดที่มีการถ่วงน้ำหนักและวิธีทางสถิติซับซ้อนกว่า

แหล่งอ้างอิง: BLS CPI, BLS CPI Technical Notes

Tags:cpi momcpi yoyดัชนีราคาผู้บริโภคปีฐานวิธีคำนวณ cpiสูตร cpiสูตรเงินเฟ้อ