เลเวอเรจ คือ

เข้าใจความหมายว่า เลเวอเรจ คือ อะไร

ถ้าอธิบายสั้น ๆ เลเวอเรจ คือ การใช้เงินคนอื่นหรือเงินกู้มาเพิ่มขนาดการลงทุนของเรา ผลลัพธ์คือ ถ้าถูกทาง กำไรจะขยายเร็วขึ้น ถ้าผิดทาง ขาดทุนก็ขยายเร็วขึ้นเหมือนกัน เลเวอเรจไม่ได้ทำให้คุณเก่งขึ้น มันแค่ทำให้ผลลัพธ์ ดังขึ้น ทั้งด้านดีและด้านแย่ ดังนั้นเวลาได้ยินคำว่า leverage หุ้น คือ ให้แปลในหัวทันทีว่า ฉันกำลังเพิ่มความแรงให้พอร์ต และต้องเพิ่มวินัยให้แรงขึ้นเท่ากัน

ทำไมคนถึงอยากใช้ เลเวอเรจ

เหตุผลหลัก ๆ มักมีไม่กี่ข้อ อยากใช้เงินน้อยแต่คุมมูลค่าใหญ่ อยากทำผลตอบแทนให้เร็วขึ้น อยากเพิ่มโอกาสในจังหวะที่มั่นใจ อยากมีพลังต่อรองมากขึ้นในช่วงตลาดเป็นใจ ทั้งหมดนี้ฟังดูดี แต่กับดักคือ คนมักมั่นใจเกินจริง และตลาดมักสวนในวันที่คุณคิดว่าไม่น่าจะสวน นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนต้องเข้าใจ เลเวอเรจ คือ ให้ลึกก่อนใช้งาน

leverage หุ้น คือ แล้วต่างจากการลงทุนปกติยังไง

การลงทุนปกติคือใช้เงินตัวเอง เช่น

  • ถ้าหุ้นลง 10 เปอร์เซ็นต์ พอร์ตคุณก็ลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ตามสัดส่วน ถ้าคุณใช้เลเวอเรจ คุณถือมูลค่าหุ้นมากกว่าเงินที่คุณใส่จริง
  • ถ้าหุ้นลง 10 เปอร์เซ็นต์ เงินของคุณอาจหายมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะคุณมีภาระที่ต้องรับผิดชอบเพิ่ม เช่น ดอกเบี้ย หรือการเติมหลักประกันเพิ่ม

สรุปคือ เลเวอเรจทำให้ความผันผวนของพอร์ตสูงขึ้นแบบทวีคูณ

เลเวอเรจเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้างในโลกหุ้น

เลเวอเรจในโลกหุ้นไม่ได้มีแค่แบบเดียว ดังนี้

  1. มาร์จิ้น

คุณวางหลักประกัน แล้วโบรกเกอร์ให้วงเงินเพิ่มเพื่อซื้อหุ้น คุณจะได้อำนาจซื้อเพิ่ม แต่คุณต้องรักษาระดับหลักประกัน ถ้าหุ้นลงแรง คุณอาจถูกบังคับเติมเงิน หรือขายหุ้น คำที่คนพูดกันคือ ถูกเรียกหลักประกัน หรือโดนบังคับปิดสถานะ

  1. ตราสารที่มีเลเวอเรจในตัว

บางผลิตภัณฑ์ทำให้คุณได้ผลตอบแทนแบบทวีคูณของสินทรัพย์อ้างอิง สิ่งที่ต้องระวังคือ มันขยายขาดทุนได้เร็วมากเหมือนกัน และบางแบบมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าการถือหุ้นตรง ๆ

  1. การกู้เงินมาลงทุนเอง

บางคนกู้ส่วนตัวหรือใช้บัตรเครดิตมาลงทุน อันนี้เสี่ยงมาก เพราะดอกเบี้ยมักสูง และกระทบชีวิตจริงทันทีถ้าพอร์ตผิดทาง

ตัวอย่างง่าย ๆ ให้เห็นภาพว่าเลเวอเรจขยายยังไง

สมมติคุณมีเงิน 10,000 บาท

  • กรณีไม่ใช้เลเวอเรจ

คุณซื้อหุ้นมูลค่า 10,000 บาท ถ้าหุ้นขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ คุณได้กำไรประมาณ 1,000 บาท ถ้าหุ้นลง 10 เปอร์เซ็นต์ คุณขาดทุนประมาณ 1,000 บาท

  • กรณีใช้เลเวอเรจ 2 เท่า

คุณคุมมูลค่าหุ้น 20,000 บาท ด้วยเงินตัวเอง 10,000 บาท ถ้าหุ้นขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ กำไรประมาณ 2,000 บาท ถ้าหุ้นลง 10 เปอร์เซ็นต์ ขาดทุนประมาณ 2,000 บาท

เห็นไหมว่าแรงขึ้นทันที และนี่คือเหตุผลที่ประโยคว่า เลเวอเรจ คือ ดาบสองคม ไม่ได้เป็นคำเตือนเล่นๆ

จุดที่มือใหม่พลาดบ่อยเกี่ยวกับเลเวอเรจ

  1. คิดว่าเลเวอเรจคือเงินฟรี ความจริงคือมันคือภาระเพิ่ม คุณต้องรับความเสี่ยงเพิ่ม และมักมีต้นทุนเพิ่ม
  2. คิดว่าถ้าหุ้นดี ยังไงก็ไม่ลงแรง หุ้นดีอาจลงได้ในวันที่ตลาดกลัว และวันที่ลงแรงคือวันที่เลเวอเรจทำงานโหดที่สุด
  3. ไม่คำนวณจุดที่โดนบังคับขาย คนจำนวนมากรู้ว่ามีมาร์จิ้น แต่ไม่รู้ว่าหุ้นลงแค่ไหนจะถูกเรียกหลักประกัน พอเกิดจริงจะตกใจ และตัดสินใจพลาด
  4. ไม่เผื่อดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม การใช้เลเวอเรจมักมีต้นทุนแฝง ยิ่งถือยาว ยิ่งเจอต้นทุนสะสม

เรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนใช้เลเวอเรจ

  1. ระดับเลเวอเรจที่ใช้

แรงมาก ความเสี่ยงมาก แรงน้อย ความเสี่ยงน้อย หลักคิดที่ปลอดภัยคือ เริ่มต่ำมาก ๆ หรือยังไม่ใช้เลยจนกว่าจะมีวินัยพอ

  1. ระยะเวลาถือ

เลเวอเรจไม่เหมาะกับการถือมั่ว ๆ ยาว ๆ โดยไม่ดูต้นทุน เพราะดอกเบี้ยและความผันผวนจะกัดพอร์ตเรื่อยๆ

  1. สภาพคล่องของหุ้น

หุ้นที่สภาพคล่องต่ำ อาจออกยากในเวลาฉุกเฉิน แล้วเลเวอเรจจะทำให้คุณเจ็บหนักกว่าเดิม

  1. แผนตัดขาดทุน

ถ้าไม่มีแผนตัดขาดทุน อย่าแตะเลเวอเรจ ประโยคนี้พูดแรงแต่จริง

วิธีใช้เลเวอเรจแบบลดโอกาสพัง

ไม่ได้แปลว่าคุณต้องใช้ แต่ถ้าคุณจะใช้ ให้มีกรอบคิดแบบนี้

  1. ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่ใช้เพื่อเอาคืน

การเอาคืนคืออารมณ์ เลเวอเรจจะขยายอารมณ์ให้ทำลายพอร์ตเร็วขึ้น

  1. จำกัดความเสี่ยงต่อดีล

กำหนดว่าดีลหนึ่งยอมเสียได้เท่าไร แล้วตั้งจุดหยุดให้ชัด

  1. ไม่ใช้เลเวอเรจในวันที่สภาพตลาดแปลก

วันที่ข่าวแรง ตลาดผันผวนผิดปกติ เลเวอเรจทำให้คุณเสียจังหวะง่าย

  1. กันเงินสดไว้เผื่อเติมหลักประกัน

ถ้าคุณใช้มาร์จิ้น คุณต้องมีเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ไม่งั้นคุณอาจถูกบังคับขายในจุดแย่ที่สุด

เลเวอเรจเกี่ยวกับจิตวิทยายังไง

นี่เป็นส่วนที่คนไม่ค่อยพูด แต่เป็นของจริง เลเวอเรจทำให้คุณรู้สึกทุกอย่างแรงขึ้น กำไรนิดเดียวก็รู้สึกเก่ง ขาดทุนแป๊บเดียวก็เริ่มกลัว พอกลัวก็เริ่มถัว พอถัวแล้วลงต่อก็เริ่มเครียด เครียดแล้วตัดสินใจแย่ ดังนั้นคนที่ใช้เลเวอเรจได้ดี ไม่ใช่คนที่ทายตลาดเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่คุมอารมณ์ดีที่สุด

คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนใช้เลเวอเรจ

  1. รับการแกว่งของพอร์ตได้แค่ไหนโดยไม่หลุดวินัย
    2. มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไหม
    3. รู้จุดตัดขาดทุนของตัวเองชัดไหม
    4. เข้าใจต้นทุนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมไหม
    5. เข้าใจว่าถ้าตลาดสวน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ถ้าตอบไม่ได้ครบ ให้ถือว่า ยังไม่พร้อม นี่คือคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดต่อคำถาม leverage หุ้น คือ และควรใช้ไหม

สรุป เกี่ยวกับ เลเวอเรจ คือ

เลเวอเรจ คือ การเพิ่มแรงให้การลงทุนด้วยเงินที่ไม่ใช่เงินเราเต็มจำนวน มันทำให้กำไรขยายเร็วขึ้นเมื่อถูกทาง และทำให้ขาดทุนขยายเร็วขึ้นเมื่อผิดทาง เลเวอเรจไม่ใช่ตัวช่วยให้รวยเร็ว แต่มันเป็นเครื่องขยายผลลัพธ์ที่ต้องใช้คู่กับวินัย การคุมความเสี่ยง และการเข้าใจต้นทุนอย่างจริงจัง ถ้าคุณยังเป็นมือใหม่ ให้โฟกัสการทำให้พอร์ตนิ่ง และทำให้ระบบนิ่งก่อน พอระบบนิ่งแล้ว ค่อยคิดว่าเลเวอเรจจำเป็นกับคุณจริงไหม

  • หมายเหตุ เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง

บทความอื่นๆ

Swap คืออะไร

ค่า Swap คืออะไร แล้วทำไมถึงโดนหักเงินตอนกลางคืน?

เคยสงสัยไหม ทำไมเวลาเทรดแล้วบางครั้งยังโดนหักเงินตอนถือข้ามคืน โดยนอกจากค่า Spread แล้ว อีกหนึ่งคำที่เทรดเดอร์มักจะได้ยินบ่อยๆคือ “ค่า Swap”

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »