กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง ทางเลือกของคนอยากให้เงินทำงาน

ถ้าพูดถึงการลงทุนที่ “ไม่อยากเสี่ยงเท่าหุ้น แต่ก็ไม่อยากนิ่งเหมือนฝากเงิน” หลายคนคงนึกถึง กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง เพราะมันอยู่ตรงกลางระหว่างความปลอดภัยกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝาก

ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ แล้ว “กองทุนตราสารหนี้” มีหลากหลายประเภทมาก บางกองปลอดภัยสุด ๆ แต่ผลตอบแทนก็ต่ำ บางกองให้ดอกเบี้ยสูง แต่ก็มีความเสี่ยงมากขึ้นตามไปด้วย

เราจะคุยกันแบบคนลงทุนจริง ๆ ว่า กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง คืออะไร เหมาะกับใคร และจะเลือกยังไงให้ได้ผลตอบแทนคุ้ม โดยไม่ต้องนั่งเครียดทุกวัน

กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กองทุนที่เอาเงินของนักลงทุนหลาย ๆ คนไปรวมกัน แล้วผู้จัดการกองทุนจะนำเงินนั้นไปลงทุนใน “ตราสารหนี้” เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือเงินฝากระยะยาว

คนที่ซื้อกองทุนตราสารหนี้ก็เหมือน “เจ้าหนี้” ที่ให้บริษัทหรือรัฐบาลยืมเงิน แล้วเขาจะจ่าย “ดอกเบี้ย” หรือผลตอบแทนให้เราตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

แล้วคำว่า “ผลตอบแทนสูง” หมายถึงอะไร

ผลตอบแทนสูงในที่นี้หมายถึง กองทุนที่เลือกลงทุนในตราสารหนี้ ของบริษัทเอกชนที่ให้ดอกเบี้ยมากกว่าเฉลี่ย เช่น กองทุนที่ลงทุนใน หุ้นกู้เอกชน BBB–A ซึ่งแม้จะมีความเสี่ยงสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่ก็ให้ผลตอบแทนมากกว่า

โดยทั่วไปผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้มักอยู่ระหว่าง 4%–7% ต่อปี ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ยในช่วงนั้น

ทำไมคนถึงสนใจ กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

  1. ให้ดอกเบี้ยมากกว่าเงินฝาก
    ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ราว 1%–2% ต่อปี แต่กองทุนตราสารหนี้ให้ได้หลายเท่า
  2. ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น
    แม้ไม่ปลอดภัยเท่าพันธบัตรรัฐบาล แต่ก็ไม่ผันผวนเหมือนหุ้น
  3. เหมาะกับการเก็บเงินระยะกลางถึงยาว
    เช่น เงินที่วางแผนใช้ใน 2–3 ปีข้างหน้า
  4. สภาพคล่องสูง
    สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เกือบทุกวันทำการ

ลักษณะของ กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

  • ลงทุนใน หุ้นกู้เอกชน เป็นหลัก
  • มีการกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม
  • ใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง เช่น เลือกเฉพาะบริษัทที่ผ่านการจัดอันดับเครดิต
  • มีนโยบายจ่ายเงินปันผล หรือทบผลตอบแทนกลับเข้ากองทุน

ความแตกต่างระหว่างกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปกับผลตอบแทนสูง

รายการ กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง
ประเภทตราสาร รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ เอกชนและตลาดต่างประเทศ
ผลตอบแทน 1.5%–3% ต่อปี 4%–7% ต่อปี
ความเสี่ยง ต่ำมาก ปานกลางถึงสูง
เหมาะกับใคร นักลงทุนระมัดระวัง นักลงทุนที่รับความผันผวนได้บ้าง

พูดง่าย ๆ คือถ้าคุณอยากให้เงินโตขึ้นแต่ยังอยากนอนหลับสบาย กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูงอาจเป็นคำตอบ

ความเสี่ยงของ กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

อย่าลืมว่าผลตอบแทนสูงย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่มากขึ้น ความเสี่ยงที่ควรรู้ เช่น

  1. ความเสี่ยงจากผู้ออกตราสาร (Credit Risk)
    ถ้าบริษัทที่กองทุนไปลงทุนมีปัญหา อาจจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นล่าช้า
  2. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
    หากอัตราดอกเบี้ยตลาดเพิ่มขึ้น ราคาตราสารหนี้ที่ถืออยู่จะลดลง
  3. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk)
    ถ้ากองทุนไปลงทุนต่างประเทศ ค่าเงินอาจส่งผลต่อผลตอบแทน
  4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
    บางตราสารอาจขายยาก โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน

ตัวอย่าง กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง ที่ได้รับความนิยม

ในตลาดไทยมีหลายกองที่นักลงทุนพูดถึงบ่อย เช่น

  • K-CBOND ของกสิกรไทย
  • SCB High Yield Bond Fund ของไทยพาณิชย์
  • B-Fixterm High Yield ของกรุงศรี
  • TMB Global Income Fund ของ TMBAM

แต่ละกองมีนโยบายแตกต่างกัน บางกองเน้นในประเทศ บางกองเน้นต่างประเทศ ก่อนลงทุนควรอ่านหนังสือชี้ชวนและดูงบย้อนหลังเสมอ

เทคนิคเลือก กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

  1. ดูอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (Credit Rating)
    ถ้าอยู่ระดับ BBB ขึ้นไปถือว่าค่อนข้างมั่นคง
  2. ดูสัดส่วนการลงทุน
    ตรวจว่ากองทุนลงทุนในตราสารประเภทไหน ประเทศใด และกระจายพอหรือไม่
  3. ดูค่าใช้จ่ายของกองทุน (Fund Fee)
    ค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไปจะกินผลตอบแทนสุทธิ
  4. ดูประวัติผลการดำเนินงานย้อนหลัง
    เพื่อประเมินว่ากองทุนบริหารดีสม่ำเสมอไหม

วิธีเริ่มต้นลงทุน กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง

  1. เลือกบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ที่เชื่อถือได้
    เช่น กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรี หรือ TMBAM
  2. เปิดบัญชีกองทุนออนไลน์
    ใช้บัตรประชาชนกับบัญชีธนาคาร ลงทะเบียนได้ไม่กี่นาที
  3. เลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมาย
    ถ้าเน้นปลอดภัยเลือกแบบลงทุนในประเทศ ถ้าอยากได้ผลตอบแทนสูงขึ้นอาจเลือกแบบ Global Bond Fund
  4. เริ่มลงทุนแบบ DCA (ลงทุนรายเดือน)
    ลงเงินเท่ากันทุกเดือน เพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงจากราคาขึ้นลง

เคล็ดลับลงทุนให้คุ้มค่า

  • อย่าทุ่มเงินก้อนเดียว แบ่งทยอยลงทุน
  • กระจายพอร์ต ไม่ลงทุนในกองเดียวทั้งหมด
  • ติดตามภาวะตลาดดอกเบี้ย เพราะมีผลต่อราคาตราสารหนี้
  • มองระยะกลางถึงยาว เพราะผลตอบแทนจะนิ่งเมื่อถือเกิน 1 ปี

เปรียบเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น

ประเภทการลงทุน ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ความเสี่ยง ระยะเวลาที่เหมาะ
เงินฝาก 1%–2% ต่ำมาก ระยะสั้น
กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป 2%–3% ต่ำ ระยะกลาง
กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง 4%–7% ปานกลาง ระยะกลาง–ยาว
หุ้น 8%–15% สูง ระยะยาว

จะเห็นว่า กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง อยู่ในตำแหน่งที่สมดุล ให้ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงิน แต่ยังไม่เสี่ยงเท่าหุ้น

ภาษีจากผลตอบแทน กองทุนตราสารหนี้

รายได้จากกองทุนตราสารหนี้มักถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แต่บางกองทุนสามารถเลือกลงทุนผ่านบัญชี SSF หรือ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีได้ด้วย ถือเป็นอีกทางหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนสุทธิในระยะยาว

ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทน

  • นโยบายการเงินของธนาคารกลาง
    หากดอกเบี้ยขึ้น ผลตอบแทนตราสารหนี้ใหม่จะสูงขึ้นด้วย
  • เศรษฐกิจโลก
    หากเศรษฐกิจชะลอ นักลงทุนจะย้ายเงินเข้าสู่ตราสารหนี้ เพื่อความปลอดภัย
  • ความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร
    ยิ่งบริษัทมั่นคง กองทุนก็ยิ่งเสี่ยงต่ำ

สรุป เพิ่มท้ายบท

กองทุนตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง คือทางเลือกที่สมดุลระหว่าง ความเสี่ยง กับผลตอบแทน เหมาะกับคนที่อยากให้เงินทำงานได้มากกว่าเงินฝาก แต่ไม่อยากลุ้นหนักเหมือนการเล่นหุ้น สิ่งสำคัญคือการเลือกกองทุนที่มีการบริหารจัดการดี กระจายการลงทุนกว้าง และตรวจสอบเครดิตของผู้ออกตราสารให้รอบคอบ ลงทุนอย่างมีสติ ไม่โลภ และเข้าใจความเสี่ยง เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถสร้างรายได้ จากตราสารหนี้ได้อย่างมั่นคง Gocprime

บทความอื่นๆ

Swap คืออะไร

ค่า Swap คืออะไร แล้วทำไมถึงโดนหักเงินตอนกลางคืน?

เคยสงสัยไหม ทำไมเวลาเทรดแล้วบางครั้งยังโดนหักเงินตอนถือข้ามคืน โดยนอกจากค่า Spread แล้ว อีกหนึ่งคำที่เทรดเดอร์มักจะได้ยินบ่อยๆคือ “ค่า Swap”

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »