ถ้าคุณเคยเห็น หุ้นโรงแรม วิ่งแรงช่วงไฮซีซัน แล้วเงียบช่วงโลว์ซีซัน จนเริ่มสงสัยว่า มันขึ้นลงตามดวงหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ใช่ดวง แต่มันเป็น รอบธุรกิจ แบบชัดมาก หุ้นกลุ่มนี้เหมือนทะเล บางวันนิ่งเหมือนกระจก บางวันคลื่นสูงแบบคนที่ไม่เตรียมตัวเมาเรือทันที ความต่างของคนที่ทำได้ดี กับคนที่เข้าแล้วเจ็บ คือการอ่านเกมให้ขาดว่า รายได้มาจากอะไร ตัวเลขไหนทำให้กำไรเปลี่ยน และตลาดกำลังคาดหวังอะไรในอีก 1 ถึง 2 ไตรมาสข้างหน้า ถ้าอยากเล่น หุ้น โรงแรม แบบไม่ไล่ราคาและไม่หัวร้อน ให้เริ่มจากพื้นฐาน แล้วค่อยใช้กราฟเป็นเครื่องมือเลือกจังหวะ
ทำไม หุ้นโรงแรม ถึงชอบวิ่งเป็นรอบ
เหตุผลหลักๆ มี 3 เรื่องที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้เป็นสายขึ้นลงเป็นฤดูกาล
- ฤดูกาลท่องเที่ยวและวันหยุด
- ไฮซีซั่นมา รายได้มักดีขึ้นทันที
- โลว์ซีซั่นมา รายได้มักชะลอทันที
โรงแรมคือธุรกิจที่ยอดขายพึ่ง คืนที่ขายได้ แบบตรงๆ ขายไม่ได้คือศูนย์ คืนที่ว่างคือรายได้หายไปเลย
- ราคาเฉลี่ยต่อคืนเปลี่ยนได้เร็ว
- บางช่วงโรงแรมขายห้องได้ แต่ต้องลดราคา
- บางช่วงขายได้พร้อมขึ้นราคา
กำไรจะต่างกันสุดๆ เพราะโรงแรมมีต้นทุนคงที่เยอะ ขึ้นราคาได้นิดเดียว กำไรอาจกระโดดแรง
- ค่าใช้จ่ายและต้นทุนคงที่กินหนัก
โรงแรมไม่ได้จ่ายแค่ค่าแม่บ้านหรือค่าไฟ ยังมีค่าซ่อมบำรุง ค่าเสื่อม ค่าพนักงานประจำ และค่าใช้จ่ายการตลาด
- พอรายได้ลง ต้นทุนหลายอย่างยังอยู่ กำไรจะยุบเร็ว
- พอรายได้ขึ้น ต้นทุนไม่ได้ขึ้นเท่าเดิม กำไรจะฟื้นเร็ว
นี่คือเหตุผลที่ หุ้นโรงแรม ชอบเด้งแรงเมื่อแนวโน้มท่องเที่ยวกลับมา
ก่อนจะเลือก หุ้น โรงแรม ต้องรู้ว่าโรงแรมหาเงินจากอะไร
หลายคนคิดว่าโรงแรมได้เงินจากค่าห้องอย่างเดียว จริงๆ โรงแรมหลายแบรนด์ได้เงินจากหลายทาง และแต่ละทางมีกำไรต่างกัน
- รายได้จากห้องพัก
นี่คือรายได้หลักของโรงแรมส่วนใหญ่ ตัวเลขที่ต้องจำคือ อัตราเข้าพัก และราคาเฉลี่ยต่อคืน
- ถ้าอัตราเข้าพักสูงแต่ราคาเฉลี่ยต่ำ กำไรอาจไม่ดี
- ถ้าอัตราเข้าพักดีและราคาเฉลี่ยดี กำไรจะเด้งชัด
- รายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม
หลายโรงแรมทำรายได้จากห้องอาหาร คาเฟ่ หรือจัดเลี้ยง บางช่วงงานสัมมนา งานแต่ง งานอีเวนต์ ทำเงินมากกว่าที่คนคิด
- รายได้จากการบริหารโรงแรม
บางบริษัทไม่ได้ถือโรงแรมทั้งหมดเอง แต่รับบริหาร
- ข้อดีคือใช้เงินลงทุนต่ำกว่า
- ข้อควรดูคือค่าธรรมเนียมและความสามารถในการขยายพอร์ต
- รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง
บางกลุ่มมีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ วิลล่า หรือโครงการที่พ่วงกับท่องเที่ยว รายได้จะมีทั้งก้อนและรายได้ประจำ
- พอแยกได้แบบนี้ คุณจะอ่านงบและข่าวได้ไม่หลงทาง
สูตรอ่านงบ หุ้นโรงแรม
ถ้าคุณไม่อยากจมกับรายงานยาว ให้ใช้สูตร 3 ชั้น คือ รายได้ มาร์จิ้น เงินสด
ชั้นที่ 1 รายได้ ดูทิศทางก่อน
ดูรายได้รวมแล้วถามว่า โตเพราะอะไร นักท่องเที่ยวเพิ่ม ห้องพักเพิ่ม ขึ้นราคาได้ หรือมีรายได้อื่นเข้ามาข่าวท่องเที่ยวดี ไม่ได้แปลว่ารายได้ต้องดีเสมอ เพราะถ้าคู่แข่งลดราคาแข่ง ตลาดอาจบีบให้โรงแรมขึ้นราคาไม่ได้
ชั้นที่ 2 มาร์จิ้น ดูว่าฟื้นจริงไหม
โรงแรมพอเข้าฤดูดี มาร์จิ้นจะดูดีขึ้นเร็ว แต่ต้องดูว่าเป็นการฟื้นชั่วคราวหรือฟื้นต่อเนื่อง ให้จับจุดง่ายๆ ว่า ช่วงไฮซีซันกำไรดีขึ้นแค่ไหน ช่วงโลว์ซีซันยังขาดทุนหนักไหม ถ้าบริษัทบริหารต้นทุนดี โลว์ซีซันจะเจ็บน้อยลง นี่คือสัญญาณของคุณภาพการบริหาร
ชั้นที่ 3 เงินสด สำคัญกว่าที่คิด
โรงแรมต้องซ่อม ต้องรีโนเวต ต้องดูแลมาตรฐาน ถ้าเงินสดตึง คุณภาพจะเริ่มแผ่ว หรือหนี้จะเริ่มกดกำไร ดูว่าเงินสดจากการดำเนินงานไหลดีไหม ลงทุนรีโนเวตหนักแค่ไหน ดอกเบี้ยกินกำไรหรือเปล่า
ตัวเลข 3 ตัวที่ทำให้อ่าน หุ้น โรงแรม ขาด
ถ้าจะจำแค่ 3 ตัวเลข ให้จำชุดนี้
- อัตราเข้าพัก ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ต้องดูคู่กับราคา
- ราคาเฉลี่ยต่อคืน นี่คือตัวเร่งกำไร เพราะต้นทุนหลายอย่างคงที่ ขึ้นราคาได้นิดเดียว กำไรเพิ่มแรง
- รายได้ต่อห้องต่อคืน ตัวนี้เป็นเหมือนภาพรวมว่าขายได้ดีแค่ไหนแบบไม่หลอกตัวเอง
- ถ้าฝึกดู 3 ตัวนี้ คุณจะเริ่มจับรอบของ หุ้นโรงแรม ได้ไวขึ้นมาก
ข่าวแบบไหนที่ทำให้ หุ้นโรงแรม วิ่ง
หุ้นกลุ่มนี้วิ่งเพราะตลาดคาดหวังอนาคต ไม่ใช่รอให้ตัวเลขออกมาแล้วค่อยขยับเสมอ
- ข่าวนักท่องเที่ยวและการบิน
ถ้าตลาดเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มต่อเนื่อง หุ้นจะเริ่มถูกดัน แต่คุณต้องถามต่อว่า นักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่จ่ายแพงไหม ถ้าเป็นกลุ่มงบจำกัด โรงแรมอาจขึ้นราคาไม่ได้มาก
- ข่าวค่าเงินบาท
- เงินบาทอ่อนมักช่วยดึงนักท่องเที่ยวและรายได้จากต่างชาติ
- เงินบาทแข็งอาจทำให้การแข่งขันด้านราคาหนักขึ้นในบางช่วง
- ข่าวรีโนเวตและเปิดโรงแรมใหม่
เปิดใหม่ดีถ้าดีมานด์มีจริง แต่ถ้าเปิดใหม่แล้วแข่งกันลดราคา ทั้งตลาดจะโดนกดมาร์จิ้น คนเล่นเป็นจะไม่ได้ดีใจทุกครั้งที่เห็นคำว่าเปิดเพิ่ม แต่จะถามว่า เปิดเพิ่มแล้วขายได้ราคาไหม
ดูกราฟ หุ้นโรงแรม แบบไม่โดนหลอก
หุ้นกลุ่มนี้ชอบมีแรงก่อนเข้าฤดูท่องเที่ยว แล้วบางทีก็พักกลางทาง เพราะตลาดรับข่าวไปแล้ว
- หลักง่ายๆ คืออย่าซื้อหลังข่าวดัง
ถ้าข่าวท่องเที่ยวดังมาก คนแห่เข้ามากแล้ว ความเสี่ยงคือคุณซื้อปลายคลื่น จังหวะที่ดีมักเป็นตอน ตลาดเริ่มเชื่อ แต่ข่าวยังไม่ดังจัด หรือช่วงย่อในเทรนด์ขาขึ้น
- เทรนด์ช่วยคุมอารมณ์
- เทรนด์ขึ้น รอจังหวะย่อ
- เทรนด์ลง ระวังการสวน
- เทรนด์ข้าง เล่นสั้นและคุมความเสี่ยงมากขึ้น
- วอลุ่มช่วยบอกแรงจริง
- ถ้าผ่านโซนสำคัญพร้อมวอลุ่มหนุน มักดูมีน้ำหนัก
- ถ้าขึ้นแบบเงียบๆ ระวังเด้งหลอก
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจเรื่อง หุ้นโรงแรม แบบไม่มั่ว
ลองเช็กแบบสั้นๆ ตามนี้
- รอบท่องเที่ยวกำลังขึ้นหรือกำลังชะลอ
2. โรงแรมเน้นต่างชาติหรือคนไทย
3. ขึ้นราคาได้จริงไหมหรือแข่งลดราคา
4. ต้นทุนคงที่สูงแค่ไหน
5. หนี้และดอกเบี้ยกดกำไรไหม
6. เงินสดพอสำหรับรีโนเวตไหม
7. โลว์ซีซันขาดทุนหนักแค่ไหน
8. บริษัทมีรายได้อื่นช่วยพยุงไหม
9. กราฟอยู่ในเทรนด์ที่รับได้ไหม
10. คุณมีจุดออกแล้วหรือยัง
ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ ให้พักก่อน หุ้นกลุ่มนี้อย่ารีบ เพราะมันมีรอบให้เล่นเสมอ
ความเสี่ยงที่คนมักมองข้ามเวลาเล่น หุ้น โรงแรม
- รอบเศรษฐกิจและเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ท่องเที่ยวโดนกระทบจากเหตุการณ์ได้ง่าย คุณต้องเผื่อใจว่าอะไรๆ อาจเปลี่ยนเร็ว
- สงครามราคาในเมืองท่องเที่ยว
โรงแรมเปิดใหม่เยอะ คู่แข่งเยอะ ถ้าแข่งลดราคากัน มาร์จิ้นทั้งตลาดจะโดนกด
3. ค่าแรงและค่าสาธารณูปโภค
ค่าแรงขึ้น ค่าไฟขึ้น โรงแรมที่คุมต้นทุนเก่งจะอยู่รอดและกำไรดีกว่า
- ค่าเสื่อมและการรีโนเวต
โรงแรมเก่าต้องซ่อม ไม่ซ่อมก็ขายยาก ซ่อมก็ใช้เงิน นี่คือเกมที่ต้องบริหารดีมาก
สรุป การคุมต้นทุน หุ้นโรงแรม
ถ้าคุณอยากเล่น หุ้นโรงแรม แบบไม่หลงกระแส ให้เริ่มจาก 3 ตัวเลข อัตราเข้าพัก ราคาเฉลี่ยต่อคืน รายได้ต่อห้องต่อคืน พอเห็นว่าแนวโน้มดีขึ้นจริง ค่อยดูงบต่อว่า มาร์จิ้นฟื้นหรือแค่เด้งตามฤดูกาล เงินสดไหลดีพอให้รีโนเวตและจ่ายดอกเบี้ยไหม จากนั้นใช้กราฟช่วยเรื่องจังหวะ เข้าแบบรอย่อมากกว่าไล่ราคา มีจุดออกชัด ขนาดไม้พอดีจนใจนิ่ง ทำได้แค่นี้ คุณจะต่างจากคนส่วนใหญ่ทันที เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อเพราะไฮซีซัน แต่คุณซื้อเพราะระบบ


