ถ้าใครยังไม่คุ้นกับคำว่าหุ้นกู้ ให้นึกง่าย ๆ ว่าเป็นการที่บริษัทเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจออกเอกสารยืนยันว่าเราปล่อยกู้เงินให้เขา เพื่อเอาไปหมุนใช้ทำธุรกิจ แล้วเขาก็จะคืนเงินต้นให้ตามกำหนด พร้อมดอกเบี้ย
พูดง่าย ๆ หุ้นกู้ก็คือ “การเป็นเจ้าหนี้บริษัท” ที่เราจะได้เงินดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน ต่างจากการเล่นหุ้นสามัญที่ซื้อเพื่อเป็นเจ้าของบริษัท
ทำไมคนถึงสนใจ หุ้นกู้
หลายคนเริ่มหันมามองหุ้นกู้มากขึ้น เพราะดอกเบี้ยธนาคารต่ำ การฝากประจำไม่ตอบโจทย์ คนเลยถามหาว่า หุ้นกู้ ตัวไหนดี ที่จะได้ผลตอบแทนดีกว่าฝากธนาคาร แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่พอรับได้
หุ้นกู้มีหลายประเภท เลือกให้เหมาะกับตัวเอง
- หุ้นกู้เอกชน
ออกโดยบริษัททั่วไป เช่น บริษัทใหญ่ ๆ ที่ระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ หุ้นกู้แบบนี้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากออมทรัพย์ แต่ก็ต้องดูเครดิตของบริษัทว่าแข็งแรงแค่ไหน
- หุ้นกู้รัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ
ความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐ ความน่าเชื่อถือสูงมาก ผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่าของเอกชน แต่มั่นคง
- หุ้นกู้ด้อยสิทธิ
หุ้น อันนี้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้นด้วย เพราะถ้ามีปัญหาล้มละลาย เจ้าหนี้ประเภทนี้จะได้คืนเงินหลังสุด
วิธีเลือก หุ้นกู้ ตัวไหนดี ให้เหมาะกับเรา
- ดูเครดิตเรทติ้งของบริษัท
ก่อนอื่นต้องดูว่า ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันไหนบ้าง เช่น TRIS Rating ถ้าเกรดสูงก็มั่นใจได้มากขึ้น
- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยหุ้นกู้ไม่ได้เท่ากันทุกเจ้า ถ้าเจอผลตอบแทนสูงกว่าปกติ ต้องถามตัวเองก่อนว่าแลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคุ้มไหม
- อายุหุ้นกู้
บางคนชอบสั้น ๆ 1-3 ปี เพื่อให้เงินไม่ถูกล็อกนานเกินไป แต่ถ้าอยากได้ดอกเบี้ยเยอะ หุ้นกู้อายุนานก็อาจตอบโจทย์
- ดูเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ย
มีทั้งจ่ายทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือปีละครั้ง เลือกตามความถนัด ถ้าอยากได้เงินหมุนบ่อย ๆ ก็เลือกแบบจ่ายถี่
หุ้นกู้กับความเสี่ยง ต้องเข้าใจไว้ก่อน
ไม่ว่าหุ้นกู้จะดูดีแค่ไหน ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่เสมอ เช่น บริษัทล้มละลาย เศรษฐกิจถดถอย หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ดังนั้น เวลาจะเลือก หุ้นกู้ ตัวไหนดี ต้องไม่ดูแค่ดอกเบี้ยสูง ๆ อย่างเดียว แต่ต้องประเมินความเสี่ยงด้วย
เคล็ดลับของคนเล่นหุ้นกู้
- กระจายความเสี่ยง
อย่าลงทุนหุ้นกู้เจ้าเดียวหมด พยายามซื้อหลายบริษัท หลายอุตสาหกรรม - ศึกษาข้อมูลจริงจัง
อ่านหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจมีผลต่อการตัดสินใจ - เลือกตามเป้าหมายชีวิต
ถ้าอยากลงทุนเพื่อเกษียณ เลือกหุ้นกู้ที่มั่นคง แต่ถ้าอยากเก็งกำไรระยะสั้น ก็เลือกที่ผลตอบแทนสูงขึ้นหน่อย
ตัวอย่าง หุ้นกู้ ที่มักถูกมองว่าน่าสนใจ
- หุ้นกู้ของธนาคารใหญ่ ๆ เพราะมีเครดิตแข็งแรง
- หุ้นกู้ของบริษัทพลังงาน ที่รายได้ค่อนข้างมั่นคง
- หุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ เช่น ปตท. การไฟฟ้า ซึ่งเสี่ยงต่ำ
แต่ต้องจำไว้ว่า ไม่มีใครตอบได้ตายตัวว่า หุ้นกู้ ตัวไหนดี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เรารับได้
หุ้นกู้ต่างกับพันธบัตรยังไง
เวลาพูดถึงการลงทุนที่ให้ดอกเบี้ย หลายคนอาจงงระหว่างหุ้นกู้กับพันธบัตร จริง ๆ แล้วทั้งคู่คือการปล่อยกู้ แต่ต่างกันตรงที่
- พันธบัตรรัฐบาล ออกโดยรัฐบาล ความเสี่ยงต่ำมาก ได้ดอกเบี้ยไม่สูงแต่มั่นใจได้ว่าได้เงินคืน
- หุ้นกู้เอกชน ออกโดยบริษัท ความเสี่ยงสูงกว่า แต่ดอกเบี้ยมักมากกว่า
ดังนั้น เวลาเลือกว่าจะเอา หุ้นกู้ ตัวไหนดี ต้องชั่งใจระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน
ทำไมต้องสนใจสภาพคล่องของหุ้นกู้
หุ้นกู้ไม่ใช่ลงทุนแล้วขายออกง่ายเหมือนหุ้นสามัญ เพราะตลาดรองของหุ้นกู้ในไทย ยังไม่คึกคักมาก บางทีอยากขายก่อนครบกำหนดก็อาจหาคนซื้อยาก
ใครที่เงินอาจต้องใช้ตลอดเวลา อาจต้องคิดก่อนว่าซื้อหุ้นกู้เหมาะจริงไหม แต่ถ้าเป็นเงินเย็นที่ไม่รีบใช้ ก็เหมาะสมมากกว่า
ปัจจัยเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อหุ้นกู้
การเลือก หุ้นกู้ ตัวไหนดี ไม่ได้ดูแค่บริษัทอย่างเดียว แต่ยังต้องมองภาพใหญ่ เช่น
- ดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นกู้เก่าอาจไม่น่าสนใจ
- เศรษฐกิจโดยรวม ถ้าธุรกิจหลายอุตสาหกรรมชะลอตัว หุ้นกู้เอกชนบางกลุ่มก็เสี่ยงตาม
- ค่าเงินบาท มีผลกับหุ้นกู้ของบริษัทที่พึ่งพาการนำเข้าและส่งออก
หุ้นกู้ แบบมีหลักประกัน กับไม่มีหลักประกัน
นักลงทุนมือใหม่อาจไม่รู้ว่า หุ้นกู้บางตัวมีหลักประกัน เช่น ที่ดิน อาคาร หรือสินทรัพย์ของบริษัท ถ้าบริษัทมีปัญหาก็ยังมีทรัพย์สินค้ำไว้บ้าง
แต่หุ้นกู้แบบไม่มีหลักประกันก็มีเยอะ ซึ่งผลตอบแทนจะสูงกว่า แต่ก็ต้องมั่นใจว่าบริษัทมีความแข็งแรงพอ
ความสำคัญของหนังสือชี้ชวน
ทุกครั้งที่ออกหุ้นกู้ บริษัทต้องมีเอกสารที่เรียกว่า “หนังสือชี้ชวน” ซึ่งบอกรายละเอียดเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน เงื่อนไขการชำระดอกเบี้ย ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนต้องรับรู้
คนที่อยากรู้ว่า หุ้นกู้ ตัวไหนดี ต้องฝึกอ่านหนังสือชี้ชวนให้คล่อง เพราะนี่คือคู่มือที่ช่วยให้ตัดสินใจถูก
หุ้นกู้ระยะสั้นกับระยะยาว
- หุ้นกู้ระยะสั้น
อายุไม่เกิน 3 ปี เหมาะกับคนที่ไม่อยากรอนาน และชอบความคล่องตัว
- หุ้นกู้ระยะยาว
อายุ 5 ปีขึ้นไป เหมาะกับคนที่ต้องการดอกเบี้ยสูง และมั่นใจในศักยภาพของบริษัทนั้น ๆ
การเลือกระยะเวลาคืออีกหนึ่งคำตอบของการหาว่า หุ้นกู้ ตัวไหนดี สำหรับแต่ละคน
กรณีศึกษาคนที่เคยลงทุนหุ้นกู้
สมมุติคุณเอ เป็นมนุษย์เงินเดือน อยากลงทุนเงินเก็บ 500,000 บาท เขาเลือกกระจายไปที่หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ 300,000 บาท เพื่อความมั่นคง และอีก 200,000 บาทไปหุ้นกู้เอกชนบริษัทพลังงานที่มีเครดิตดี
สุดท้าย เขาได้ผลตอบแทนดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 4.2% ซึ่งมากกว่าฝากธนาคารหลายเท่า และก็ยังนอนหลับสบาย ไม่ต้องกังวลมาก
หุ้นกู้ กับการวางแผนเกษียณ
หลายคนใช้หุ้นกู้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตเกษียณ เพราะมีรายได้ดอกเบี้ยแน่นอน และไม่เหวี่ยงแรงแบบหุ้นสามัญ
ใครที่คิดยาว ๆ ว่าจะเกษียณอย่างมั่นคง ก็ควรคิดว่าควรเลือก หุ้นกู้ ตัวไหนดี ที่เข้ากับระยะเวลาเป้าหมายชีวิต
เทรนด์หุ้นกู้ ในอนาคต
ตลาดหุ้นกู้ในไทยเริ่มคึกคักมากขึ้น เพราะบริษัทใหญ่ ๆ ระดมทุนบ่อยขึ้น และนักลงทุนรุ่นใหม่ก็สนใจมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหุ้นกู้ดิจิทัลที่ซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันง่าย ๆ
อนาคตอาจเห็นหุ้นกู้ที่หลากหลายขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และธุรกิจใหม่ ๆ
สรุป เส้นทางสู่การเลือกหุ้นกู้ที่ใช่
ไม่มีใครบอกได้แบบฟันธงว่า หุ้นกู้ ตัวไหนดี เพราะขึ้นอยู่กับความต้องการ ความเสี่ยง และเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน
ถ้าอยากปลอดภัยเน้นมั่นคง ก็เลือกหุ้นกู้รัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ถ้าอยากได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ก็มองหาหุ้นกู้เอกชนที่มีเครดิตแข็งแรง และที่สำคัญต้องกระจายความเสี่ยงเสมอ Gocprime


