ลงทุนหุ้นกู้ กำลังเป็นทางเลือกยอดนิยมของนักลงทุน ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น มีวิธีเริ่มต้นลงทุน ประเภทของหุ้นกู้ ไปจนถึงเคล็ดลับเลือกหุ้นกู้ที่เหมาะกับเป้าหมายการเงิน พร้อมแนวคิดที่มือใหม่ควรรู้ ก่อนเริ่มลงทุนจริง

ลงทุนหุ้นกู้ ทางเลือกของคนอยากให้เงินทำงานอย่างมั่นคง

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ลงทุนหุ้นกู้ แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ต่างจากหุ้นยังไง และเหมาะกับใคร ความจริงแล้ว หุ้นกู้เป็นหนึ่งในวิธีลงทุน ที่ได้รับความนิยมมาก ในกลุ่มคนที่อยากมีรายได้ประจำ จากดอกเบี้ย ไม่ต้องนั่งลุ้นราคาขึ้นลงแบบหุ้น และยังเหมาะกับคนที่อยากให้เงินทำงานแบบมีแผนชัดเจน ลองมาดูแบบเข้าใจง่าย ๆ กันว่า หุ้นกู้คืออะไร และทำไมหลายคนถึงเลือกลงทุนแบบนี้

หุ้นกู้คืออะไร เข้าใจง่าย ๆ เหมือนการปล่อยกู้ให้บริษัท

ถ้าอธิบายแบบภาษาคนทั่วไป หุ้นกู้คือ การที่เราปล่อยกู้ให้บริษัท เมื่อบริษัทต้องการเงินไปขยายธุรกิจหรือหมุนเวียนในกิจการ เขาจะออก หุ้นกู้ เพื่อกู้เงินจากนักลงทุนอย่างเรา

พอเราซื้อหุ้นกู้ ก็เท่ากับว่าเราให้บริษัทนั้นยืมเงิน บริษัทจะจ่าย ดอกเบี้ย ให้เราตามที่กำหนด เช่น ปีละ 3% หรือ 5% พอครบกำหนด บริษัทก็คืนเงินต้นให้เรา พูดให้เข้าใจง่ายคือ “หุ้นกู้” ก็เหมือน “พันธบัตรของเอกชน” นั่นเอง

ทำไมคนถึงนิยมลงทุนหุ้นกู้

เพราะมันให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าหุ้น นักลงทุนหลายคน อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงินธนาคาร แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงกับตลาดหุ้นที่ผันผวน หุ้นกู้จึงเป็นคำตอบกลาง ๆ ผลตอบแทนดีกว่าฝากประจำ แต่เสี่ยงน้อยกว่าหุ้น แถมรู้ล่วงหน้าว่าจะได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ และเมื่อไหร่จะได้เงินคืน

ประเภทของหุ้นกู้ที่ควรรู้

หุ้นกู้ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามความเสี่ยงและเงื่อนไข

  1. หุ้นกู้เอกชนทั่วไป (Corporate Bond)

ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น ปตท., บีทีเอส, เซ็นทรัล ฯลฯ ให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร

  1. หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond)

มีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะถ้าบริษัทมีปัญหา เราจะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้รายอื่น แต่แน่นอนว่าดอกเบี้ยก็มักจะสูงกว่า

  1. หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Bond)

ไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือของบริษัท เหมาะกับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้

  1. หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond)

สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญของบริษัทได้ตามเงื่อนไข คนที่เชื่อมั่นในอนาคตของบริษัทมักชอบแบบนี้

ดอกเบี้ยหุ้นกู้คิดยังไง

หุ้นกู้จะมีการกำหนด “อัตราดอกเบี้ย” หรือที่เรียกว่า “คูปอง” เช่น หุ้นกู้ของบริษัทหนึ่งกำหนดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ถ้าเราลงทุน 100,000 บาท เราจะได้ดอกเบี้ยปีละ 4,000 บาท

ดอกเบี้ยจะจ่ายปีละ 2 ครั้ง หรือปีละครั้ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เรียกว่า “รู้แน่นอน” ว่าจะได้เงินเท่าไหร่ ไม่ต้องลุ้นเหมือนหุ้น

ลงทุนหุ้นกู้เริ่มยังไงดี

เริ่มง่ายกว่าที่คิด ไม่ต้องเป็นเศรษฐีก็ลงทุนได้ ปัจจุบันหลายธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์มีบริการขายหุ้นกู้ผ่านแอป หรือออนไลน์

ขั้นตอนการเริ่มต้น

  1. เปิดบัญชีลงทุนกับธนาคาร หรือโบรกเกอร์ที่ให้บริการ
  2. ศึกษาข้อมูลหุ้นกู้ที่ออกขาย (มีเอกสารสรุปข้อมูลหรือ Fact Sheet)
  3. เลือกหุ้นกู้ที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุน
  4. ซื้อผ่านแอป หรือสาขาของธนาคาร

หลังจากนั้น เราจะได้รับ “ใบแสดงสิทธิหุ้นกู้” ไว้เป็นหลักฐาน

ลงทุนหุ้นกู้ผ่านแอปธนาคาร

ทุกวันนี้ สามารถซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปธนาคารได้ง่ายมาก เช่น

  • SCB Easy (หุ้นกู้ SCB หรือหุ้นกู้เอกชนอื่น)
  • Krungthai NEXT
  • KBank
  • TMB Thanachart (ttb touch)

แต่ละแอปจะมีเมนู “ตราสารหนี้” หรือ “หุ้นกู้” เพียงเลือกชื่อบริษัท และจำนวนเงินที่ต้องการลงทุน แล้วกดยืนยันได้เลย เหมาะมากกับนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่อยากเริ่มแบบง่าย ๆ

ความเสี่ยงของหุ้นกู้ที่ควรรู้ไว้

แม้หุ้นกู้จะดูปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง สิ่งที่ควรรู้คือ

  • บริษัทผู้ออกหุ้นกู้อาจมีปัญหาทางการเงิน
  • ถ้าบริษัทล้มละลาย เราอาจได้เงินคืนไม่ครบ
  • หุ้นกู้บางตัวขายต่อในตลาดรองไม่ได้

เพราะฉะนั้นก่อนลงทุน ควรเช็กอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท เช่น จาก TRIS Rating หรือ Fitch Ratings ถ้าเป็น “หุ้นกู้ระดับ A ขึ้นไป” จะถือว่าความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้า “ต่ำกว่า BBB” ควรพิจารณาให้รอบคอบ

ข้อดีของการลงทุนหุ้นกู้

  • รู้ผลตอบแทนล่วงหน้าแน่นอน
  • ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น
  • เหมาะกับการวางแผนการเงินระยะกลางถึงยาว
  • มีรายได้ประจำจากดอกเบี้ย

สำหรับคนที่อยากวางแผนเกษียณ หรือเก็บเงินให้ลูกในอนาคต หุ้นกู้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมาก

ลงทุนหุ้นกู้ระยะสั้นหรือระยะยาวดี

หุ้นกู้มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 10 ปีขึ้นไป

  • ถ้าอยากได้สภาพคล่องเร็ว เลือกหุ้นกู้ระยะสั้น (1-3 ปี)
  • ถ้าอยากได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น เลือกหุ้นกู้ระยะยาว (5 ปีขึ้นไป)

บางคนจัดพอร์ตผสม เช่น ลงทุนหุ้นกู้ระยะสั้น 50% ระยะยาว 50% เพื่อให้มีทั้งสภาพคล่อง และผลตอบแทนดี

ภาษีจากการลงทุนหุ้นกู้

ดอกเบี้ยที่ได้รับจากหุ้นกู้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เช่น ถ้าได้ดอกเบี้ยปีละ 10,000 บาท จะถูกหักภาษีทันที 1,500 บาท ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา สามารถเลือกได้ว่าจะ

  • หักภาษีไว้เลย แล้วไม่ต้องยื่นเพิ่ม
  • หรือรวมในภาษีประจำปี เพื่อคำนวณใหม่

เคล็ดลับเลือกหุ้นกู้ให้เหมาะกับเรา

  1. ดูอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท
  2. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับหุ้นกู้ตัวอื่น
  3. อ่านเอกสารสรุปข้อมูลก่อนตัดสินใจ
  4. เลือกหุ้นกู้ที่มีระยะเวลาสอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของเรา

อย่าดูแค่ดอกเบี้ยสูง เพราะบางครั้ง “ยิ่งผลตอบแทนสูง ยิ่งมีความเสี่ยงสูง”

เหมาะไหม สำหรับมือใหม่

เหมาะมาก โดยเฉพาะคนที่เริ่มจากศูนย์ เพราะเข้าใจง่ายกว่าเล่นหุ้น และมีรายได้คงที่จากดอกเบี้ย แต่ก็อย่าลืมกระจายความเสี่ยง เช่น ลงทุนหุ้นกู้บางส่วน และถือกองทุน หรือหุ้นปันผลอีกส่วน แบบนี้จะช่วยให้พอร์ตการเงินเติบโตอย่างมั่นคง

สรุป การลงทุนหุ้นกู้สำหรับคนยุคใหม่

ลงทุนหุ้นกู้ เป็นการปล่อยเงินให้บริษัทไปทำงานแทนเรา ได้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตามกำหนด เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบมั่นคงและมีแผนระยะยาว เริ่มต้นไม่ยาก แค่เปิดบัญชีผ่านแอปธนาคารหรือโบรกเกอร์ เลือกบริษัทที่มั่นใจ ศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจ แล้วกดซื้อได้เลย เพราะสุดท้ายแล้ว การลงทุนที่ดีไม่ใช่การวิ่งหากำไรสูงสุด แต่คือ “การลงทุนที่เรานอนหลับได้อย่างสบายใจ” Gocprime

บทความอื่นๆ

mt5 ios

mt5 ios คืออะไร และทำไมเทรดเดอร์จำนวนมากยังใช้อยู่

ถ้าคุณเทรด Forex หรือเทรดทองมาสักพัก คุณคงรู้ดีว่า MT5 เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เพราะใช้งานง่าย เสถียร และรองรับท

อ่านต่อ »
hf markets

hf markets คือโบรกเกอร์แบบไหน ทำไมเทรดเดอร์พูดถึงกันเยอะ

ถ้าคุณอยู่ในวงการเทรดไม่ว่าจะกลุ่มเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือดิสคอร์ด คุณจะเห็นชื่อ hf markets โผล่มาบ่อยมาก เพราะเป็นโบรกที่เปิดบริการมานาน และมีชื่อ

อ่านต่อ »
สปอนเซอร์ฟุตบอล

สปอนเซอร์ฟุตบอล คืออะไร และทำไมถึงสำคัญมากในวงการกีฬา

ลองนึกภาพตอนคุณดูพรีเมียร์ลีก หรือยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก คุณเห็นอะไรบนเสื้อทีม แน่นอนคือชื่อทีม โลโก้ทีม แต่สิ่งที่เด่นไม่แพ้กันคือโลโก้ของผู้สน

อ่านต่อ »