dd คืออะไร

dd คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ต้องรู้

dd คืออะไร ทำไมเทรดเดอร์ต้องรู้

ถ้าพูดถึงคำว่า dd หลายคนอาจงงว่า หมายถึงอะไร ย่อมาจากอะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเทรด
คำว่า dd ย่อมาจาก Drawdown ซึ่งเป็นคำที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ เพราะมันคือ ตัวบอกความเสี่ยง ในพอร์ตของเราอย่างแท้จริง

ลองนึกภาพว่าคุณมีเงินในบัญชีเทรดอยู่ 10,000 บาท แล้วพอเทรดไปสักพัก พอร์ตติดลบลงมาเหลือ 8,000 บาท แปลว่าคุณเสียไป 2,000 บาท หรือคิดเป็น dd 20% นั่นเอง 

ง่าย ๆ เลย dd คือการลดลงของยอดเงินในพอร์ตจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุด หรือพูดอีกแบบก็คือ มันคือ ระดับความเสียหายสูงสุด ที่พอร์ตของคุณเคยเจอ

ทำไม dd ถึงสำคัญกว่ากำไร

หลายคนมักโฟกัสแต่เรื่องกำไร อยากได้ % เยอะ ๆ แต่ลืมมองอีกด้านหนึ่งว่า ความเสี่ยง ที่ต้องแลกมาคืออะไร dd คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเห็นความจริงของระบบเทรด ว่ามันปลอดภัยหรือเปล่า

ยกตัวอย่าง

  • ระบบ A ทำกำไรเฉลี่ยเดือนละ 15% แต่มี dd ถึง 50%
  • ระบบ B ทำกำไรแค่ 5% แต่มี dd แค่ 10%

ถามว่าอันไหนน่าใช้กว่ากัน  ถ้ามองแค่กำไร อาจเลือก A แต่ถ้าคุณเคยเจอ dd 50% แล้วพอร์ตหายครึ่งหนึ่ง คุณจะรู้เลยว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน เพราะยิ่ง dd เยอะ การกลับมาทำกำไรยิ่งยาก ถ้าขาดทุน 50% ต้องทำกำไร 100% ถึงจะกลับมาเท่าทุน นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไม dd คือสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องคุมให้ได้ก่อนคุมกำไร

ประเภทของ dd ที่ควรรู้

จริง ๆ แล้ว dd ไม่ได้มีแค่แบบเดียว มีอยู่หลายรูปแบบที่นักลงทุนใช้วัดกันในวงการ เช่น

  1. Absolute Drawdown

คือการวัดจากเงินเริ่มต้น ถึงจุดต่ำสุดของพอร์ต เช่น เริ่มต้นที่ 10,000 แล้วพอร์ตต่ำสุดเหลือ 8,000 แปลว่า Absolute DD = 2,000 บาท หรือ 20%

  1. Maximal Drawdown

คือการวัดจาก ยอดสูงสุดที่เคยมี ถึง ยอดต่ำสุดหลังจากนั้น เช่น พอร์ตเคยขึ้นไปถึง 15,000 แล้วลดลงมาเหลือ 10,000 นั่นหมายความว่า Maximal DD = 5,000 บาท หรือ 33%

  1. Relative Drawdown

วัดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดสูงสุด ซึ่งใช้เปรียบเทียบระบบเทรดได้แม่นกว่า นักเทรดมืออาชีพชอบใช้ตัวนี้ เพราะมันบอกชัดว่าระบบมีความเสี่ยงแค่ไหน เมื่อเทียบกับพอร์ตจริง

วิธีดู dd บนโปรแกรมเทรด

ถ้าใช้โปรแกรมอย่าง MetaTrader 4 (MT4) หรือ MT5 สามารถดูค่า dd ได้จากผลทดสอบ EA หรือจาก Report ของ MyFxBook ค่าที่เห็นจะอยู่ในหน่วย % เช่น DD 10%, 20% หรือ 50% โดยทั่วไปเทรดเดอร์มืออาชีพมักตั้งเป้าให้ dd ไม่เกิน 20-30% ถ้าระบบไหนมี dd ต่ำกว่า 10% แต่ยังกำไรได้เรื่อย ๆ แสดงว่าระบบนั้น เสถียรและน่าใช้มาก

dd บอกอะไรเกี่ยวกับจิตใจเทรดเดอร์

อย่าคิดว่า dd เป็นแค่ตัวเลข เพราะมันสะท้อน จิตใจ ด้วย เวลาพอร์ตติดลบหนัก ๆ เช่น 40% หลายคนเริ่มกลัว เทรดมั่ว หรือเลิกเทรดไปเลย เทรดเดอร์ที่อยู่รอดได้จริง จะรู้ขีดจำกัดของตัวเอง เขาจะวางระบบให้ dd ต่ำพอที่ยังคุมอารมณ์ได้ และไม่ต้องกังวลเวลาพอร์ตเหวี่ยง นี่คือสิ่งที่แยก นักเทรดสมัครเล่นกับ มืออาชีพ อย่างแท้จริง

วิธีลด dd ในการเทรด

ใคร ๆ ก็อยากให้พอร์ตอยู่รอดได้นาน ๆ นี่คือเทคนิคที่เทรดเดอร์ระดับโลกใช้เพื่อลด dd ลงให้เหลือน้อยที่สุด

  1. ใช้ Money Management ที่เหมาะสม อย่าเทรดเยอะเกินไปในไม้เดียว ใช้สูตรง่าย ๆ เช่น ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ต่อออเดอร์ ถ้าพอร์ต 10,000 บาท หมายความว่าควรเสี่ยงแค่ 100-200 บาท ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  2. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง ไม่มีใครทำนายตลาดได้ 100% การตั้ง Stop Loss คือวิธีป้องกัน dd ที่ง่ายและดีที่สุด
  3. อย่าล้างพอร์ตเพราะ Overtrade เทรดบ่อยเกินไป มักจบด้วยพอร์ตติดลบหนัก ให้เลือกจังหวะดี ๆ เทรดน้อยแต่มีคุณภาพ
  4. ปรับขนาด Lot ให้เหมาะสม การเปิด Lot ใหญ่เกินไปคือสาเหตุหลักของ dd สูง ฝึกคำนวณ Lot ให้สัมพันธ์กับทุนและ Stop Loss เสมอ

ความสัมพันธ์ระหว่าง dd กับ Risk/Reward

หลายคนอาจไม่รู้ว่า dd กับ Risk/Reward Ratio มีความสัมพันธ์กัน ยิ่งคุณตั้ง Reward ไว้สูงแต่ไม่คุม Risk ให้ดี dd ก็จะยิ่งพุ่ง เพราะต้องทนการขาดทุนระหว่างทาง เช่น ระบบที่หวังกำไร 50 pips แต่ขาดทุน 100 pips จะมี Risk/Reward = 1:2 ซึ่งเสี่ยงเกินไป พอร์ตแบบนี้ dd จะสูงตลอด แม้สุดท้ายจะมีกำไรบ้าง ดังนั้นระบบที่ดี ต้องมีทั้ง Reward คุ้มค่า และ Risk คุมอยู่

ใช้ dd เป็นเครื่องมือวัดคุณภาพระบบเทรด

เวลาคุณเห็นใครมาโชว์ผลเทรดว่าได้กำไร 100% ต่อเดือน อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะดูค่า dd ถ้าเห็นว่า dd สูงกว่า 40% บอกได้เลยว่าระบบนั้นอันตราย นักลงทุนที่ฉลาดจะถามว่า ระบบนี้เคยมี dd เท่าไร ก่อนจะลงทุนเสมอ เพราะนั่นคือ ตัวบอกว่าเขารับความเสี่ยงได้แค่ไหน

ถ้า dd สูงเกินไป ควรทำยังไง

อย่าตกใจถ้าพอร์ตมี dd สูง ให้เริ่มต้นจากการ วิเคราะห์สาเหตุ ก่อนว่ามาจากอะไร

  • เปิด Lot ใหญ่เกินไปไหม
  • ไม่มี Stop Loss หรือเปล่า
  • ระบบเทรดไม่เหมาะกับตลาดช่วงนี้ หรือไม่

เมื่อรู้แล้วค่อยปรับแผน เช่น ลดขนาด Lot ลง เพิ่มจุด Stop Loss หรือพักระบบไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือ อย่าฝืนเทรดในช่วงพอร์ตติดลบ เพราะจะยิ่งแย่

สรุปว่า dd คืออะไร แล้วควรดูยังไง

พูดง่าย ๆ เลย dd คือค่าที่บอกว่าเราขาดทุนมากที่สุดแค่ไหนจากจุดสูงสุดของพอร์ต มันคือกระจกสะท้อนความเสี่ยงของระบบ ระบบไหน dd ต่ำ แปลว่ามีการบริหารเงินที่ดี ระบบไหน dd สูง แปลว่าความเสี่ยงเกินตัว จำไว้ว่ากำไรเยอะไม่สำคัญเท่า อยู่รอดได้ยาวนาน ใครคุม dd ได้ ก็อยู่ในตลาดได้อีกนาน

บทความอื่นๆ

หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ในธีม หุ้น สุขภาพ

ถ้าเข้าตลาดหุ้นมาสักพัก จะเริ่มเห็นว่า “ธีมสุขภาพ” ถูกพูดถึงตลอด ไม่ว่าจะเศรษฐกิจดีหรือเศรษฐกิจแผ่ว คนก็ยังต้องรักษา ยังต้องตรวจสุขภาพ ยังต้

อ่านต่อ »