ถ้าพูดถึงอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แบบเห็นภาพชัดที่สุด คงหนีไม่พ้น การท่องเที่ยว เพราะทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวกลับมา เม็ดเงินจะไหลเวียนไปทั่ว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า และธุรกิจบริการ นั่นทำให้ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ฟื้นตัวเร็ว และแข็งแรงที่สุด หลังจากวิกฤตโควิด และยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
ทำไมกลุ่มท่องเที่ยวถึงน่าสนใจ
- เศรษฐกิจโลกฟื้น นักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น เมื่อการเดินทางกลับมาสู่ภาวะปกติ ประเทศไทย ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลก จึงได้รับผลดีโดยตรง
- รัฐบาลส่งเสริมการท่องเที่ยวเต็มกำลัง นโยบาย Visa Free กับหลายประเทศ รวมถึงแคมเปญ Amazing Thailand ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ค่าเงินบาทอ่อนช่วยเพิ่มรายได้จากต่างชาติ นักท่องเที่ยวใช้เงินมากขึ้น เพราะค่าเงินแข็งกว่าบาท ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศรายได้สูงขึ้น
- การฟื้นตัวของสายการบินและโรงแรม จำนวนเที่ยวบิน และการจองโรงแรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทในกลุ่มนี้เติบโตตาม
ภาพรวมของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในตลาดไทย
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ครอบคลุมหลายธุรกิจ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน ไปจนถึงบริษัทนำเที่ยว ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความน่าสนใจต่างกันไป
- โรงแรมและที่พัก
บริษัทอย่าง CENTEL, MINT, และ ERW ถือเป็นตัวหลักในตลาด มีเครือโรงแรมทั้งใน และต่างประเทศ เช่น Centara, Anantara, และ Holiday Inn
กลุ่มนี้ได้อานิสงส์ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับมา โดยเฉพาะจีน อินเดีย และยุโรป
- สายการบิน และสนามบิน
AAV, BA, และ AOT คือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ตรง จากการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดย AOT เป็นผู้บริหารสนามบินหลักของประเทศ ขณะที่ AAV และ BA เป็นสายการบินราคาประหยัด ที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการสูง
- ร้านอาหาร และบริการนักท่องเที่ยว
กลุ่มร้านอาหารอย่าง AU (After You), ZEN, และ M ก็ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพ ภูเก็ต และเชียงใหม่
จุดแข็งของหุ้นกลุ่มนี้
- เชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจจริง ทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวกลับมา เงินก็ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยทันที
- ฟื้นตัวเร็วหลังวิกฤต แม้จะเคยได้รับผลกระทบหนักช่วงโควิด แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ธุรกิจกลับมาทำกำไรได้ในเวลาไม่นาน
- โอกาสเติบโตต่อเนื่องจากเทรนด์ใหม่ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism), ท่องเที่ยวเชิงกีฬา และ Workation ที่กำลังได้รับความนิยม
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นตัวชี้วัดสำคัญของรายได้ทั้งโรงแรม และสายการบิน
- ค่าเงินบาทและราคาน้ำมัน เงินบาทอ่อนช่วยให้รายได้ต่างชาติสูงขึ้น แต่ถ้าน้ำมันแพงเกินไปอาจกระทบต้นทุนสายการบิน
- นโยบายการเปิดประเทศ การผ่อนคลายวีซ่า และมาตรการภาครัฐ ช่วยดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม
- เหตุการณ์โลก สงคราม หรือภัยพิบัติ อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงชั่วคราว
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวกับเทรนด์ใหม่ของโลก
ยุคนี้คนไม่ได้เที่ยวเพียงเพื่อพักผ่อน แต่ต้องการ ประสบการณ์ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องพัฒนาไปอีกขั้น เช่น
- Wellness Tourism การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ โรงแรมหลายแห่งเริ่มเปิดบริการสปา ฟิตเนส และดีท็อกซ์
- Sustainable Travel การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ธุรกิจที่ลดการใช้พลาสติกหรือใช้พลังงานสะอาดเริ่มได้รับความนิยม
- Digital Experience เช่น การจองห้องพักผ่านแอป การใช้ AI แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว
- Workation การทำงานพร้อมท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวเริ่มมีแพ็กเกจ สำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
บริษัทที่สามารถปรับตัวตามเทรนด์เหล่านี้ ได้เร็ว มักจะเติบโตได้เร็วกว่าคู่แข่ง
ผลประกอบการของกลุ่มท่องเที่ยว
ช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ธุรกิจโรงแรม และสายการบิน รายงานผลประกอบการเติบโตโดดเด่น
- MINT กลับมาทำกำไรสุทธิหลายพันล้าน จากรายได้โรงแรมในยุโรปและไทย
- CENTEL เติบโตจากการท่องเที่ยวในไทย และมัลดีฟส์
- AOT รายได้เพิ่มกว่า 30% จากผู้โดยสารต่างชาติ
- AAV และ BA มียอดผู้โดยสารพุ่งขึ้นต่อเนื่อง
แนวโน้มปี 2025 จึงคาดว่ากำไรของกลุ่มนี้ ยังขยายต่อได้ จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน และยุโรป
ความเสี่ยงของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
- เหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น โรคระบาดหรือภัยธรรมชาติ
- ราคาน้ำมันที่สูงเกินไป กระทบต่อต้นทุนสายการบิน
- การแข่งขันรุนแรงในเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลางและเล็ก
- เศรษฐกิจโลกชะลอ ทำให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายน้อยลง
อย่างไรก็ตาม หากเลือกบริษัทที่มีฐานลูกค้าหลากหลาย และบริหารจัดการดี ความเสี่ยงเหล่านี้ จะไม่กระทบมากนัก
กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
- ลงทุนตามฤดูกาลท่องเที่ยว
ช่วงไตรมาส 4 ถึงต้นปีเป็น High Season ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามาก มักเป็นช่วงที่ผลประกอบการบริษัทออกมาดี
- ถือระยะยาวกับบริษัทที่แข็งแรง
เช่น MINT, CENTEL, และ AOT ซึ่งมีธุรกิจครบวงจร และเครือข่ายทั่วโลก
- เก็งกำไรระยะสั้นกับหุ้นสายการบิน
ราคาหุ้นสายการบิน มักเคลื่อนไหวแรงตามจำนวนนักท่องเที่ยว และราคาน้ำมัน เหมาะกับนักลงทุนสายเทรด
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจไทย
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี และจ้างงานหลายล้านคน จึงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจ การเติบโตของกลุ่มนี้ยังส่งผลต่อภาคธุรกิจอื่น เช่น ค้าปลีก อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยว ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลกว้างกว่าที่คิด
มุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองบวกต่อ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ในปี 2025 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจแตะ 40 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวอาจกลับมาสูงเท่าก่อนโควิด หุ้นที่ถูกแนะนำให้ ซื้อสะสม ได้แก่ MINT, CENTEL, และ AOT เนื่องจากมีโมเดลธุรกิจแข็งแรง และขยายตัวได้ในหลายประเทศ
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเหมาะกับใคร
เหมาะกับนักลงทุนที่มองการเติบโตระยะกลางถึงยาว และเข้าใจความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น น้ำมันหรือเหตุการณ์โลก เหมาะกับคนที่ต้องการหุ้นเติบโตตามเศรษฐกิจจริง เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจดี นักท่องเที่ยวกลับมา และราคาหุ้นกลุ่มนี้มักปรับขึ้นตาม
สรุป ภาพรวมหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เป็นเหมือนเครื่องยนต์หลักของตลาดหุ้นไทย ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้จากต่างประเทศ และการบริโภคภายในประเทศ แม้จะมีความเสี่ยง จากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มระยะยาวยังสดใส โดยเฉพาะในยุคที่การท่องเที่ยว ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพักผ่อน แต่กลายเป็น วิถีชีวิตใหม่ ของผู้คนทั่วโลก ใครที่กำลังมองหาหุ้นที่เติบโต ไปพร้อมเศรษฐกิจจริง และมีความยั่งยืนในระยะยาว กลุ่มนี้คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม


