ดัชนี SET คืออะไร
ถ้าใครเพิ่งเริ่มลงทุนในหุ้น คำแรก ๆ ที่จะได้ยินบ่อยคือ SET วันนี้ขึ้น หรือ SET วันนี้แดง หลายคนอาจสงสัยว่า ดัชนี SET คืออะไร ทำไมทุกคนถึงสนใจกันนัก
จริง ๆ แล้ว ดัชนี SET (หรือชื่อเต็มว่า SET Index) คือ ตัวเลขที่บอกภาพรวมของตลาดหุ้นไทยทั้งหมด”ว่าตอนนี้หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดขึ้นหรือลง
พูดง่าย ๆ มันคืออุณหภูมิของตลาดหุ้นไทย ถ้า SET ขึ้น หมายถึงตลาดโดยรวมกำลังสดใส นักลงทุนมั่นใจ หุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น แต่ถ้า SET ลง แปลว่าคนในตลาดเริ่มระวัง หรือตลาดกำลังซึม
จุดเริ่มต้นของดัชนี SET
ดัชนี SET เริ่มใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 พร้อมกับการก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (The Stock Exchange of Thailand) เพื่อให้มี ตัววัดมาตรฐาน ที่สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นไทยได้อย่างชัดเจน ก่อนจะมี SET ดัชนีหุ้นในไทยยังไม่มีระบบชัดเจน นักลงทุนไม่รู้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงขึ้นหรือลงโดยรวม พอมี SET Index ทุกอย่างชัดขึ้น นักลงทุนรู้ทันทีว่าตลาดโดยรวมเป็นอย่างไร ไม่ต้องดูราคาหุ้นทีละตัว
วิธีคำนวณดัชนี SET
ฟังดูซับซ้อนแต่ไม่ยาก ดัชนี SET คำนวณจาก “มูลค่าตลาดรวม (Market Capitalization)” ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ พูดให้ง่ายคือ เอาราคาหุ้นของทุกบริษัทคูณด้วยจำนวนหุ้น แล้วนำมารวมกัน จากนั้นเทียบกับค่าฐานที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2518 ที่ 100 จุด
ดังนั้นถ้าตลาดหุ้นโดยรวมเติบโต มูลค่าตลาดรวมก็เพิ่ม ดัชนี SET ก็จะขยับขึ้นตาม แต่ถ้าหุ้นส่วนใหญ่ร่วง มูลค่ารวมลด ดัชนีก็จะตกลง
ดัชนี SET สำคัญยังไง
เพราะมันคือ ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยทั้งหมด นักลงทุนใช้ดัชนี SET เพื่อดูทิศทางของตลาด และเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจลงทุน
ถ้าดัชนี SET ขึ้นติดต่อกันหลายวัน มักบ่งบอกว่าตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ถ้าตกต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังพักตัวหรืออยู่ในช่วงขาลง
ดัชนี SET ยังเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะถ้าธุรกิจในตลาดหุ้นมีกำไรดี หุ้นก็ขึ้น ดัชนีก็เพิ่ม ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจโดยรวมแข็งแรง
ดัชนี SET เคลื่อนไหวเพราะอะไร
ดัชนี SET ขึ้นหรือลงไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- ปัจจัยในประเทศ
เศรษฐกิจไทย การบริโภค การส่งออก รวมถึงนโยบายภาครัฐ เช่น งบประมาณหรือภาษี ล้วนส่งผลต่อตลาดหุ้นโดยตรง
- ปัจจัยต่างประเทศ
เศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยของสหรัฐ หรือสงครามการค้าก็มีผล เพราะนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นไทยจำนวนมาก
- ข่าวบริษัทใหญ่
หุ้นขนาดใหญ่เช่น PTT, SCB, ADVANC มีน้ำหนักเยอะในดัชนี ถ้าราคาหุ้นเหล่านี้ขยับแรง ดัชนี SET ก็จะเปลี่ยนตาม
- จิตวิทยาตลาด
บางครั้งดัชนีขึ้น หรือลง จากความคาดหวังของนักลงทุน เช่น ข่าวลือ หรือความกลัวในตลาดช่วงวิกฤต
วิธีดูดัชนี SET แบบเข้าใจง่าย
ถ้าอยากดูดัชนี SET สามารถดูได้จากเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ (set.or.th) หรือแอปเทรดหุ้นทั่วไป บนหน้าจอจะมีตัวเลขบอกระดับดัชนี เช่น SET 1,500 จุด และแสดงว่าเพิ่มขึ้น หรือลดลง จากวันก่อนกี่จุด ถ้าตัวเลขเป็นสีเขียว แปลว่าตลาดบวก ถ้าเป็นสีแดง แปลว่าตลาดลบ แต่สิ่งสำคัญคือ อย่าดูแค่ตัวเลข ต้องดูด้วยว่าดัชนีขึ้น หรือลง เพราะกลุ่มหุ้นไหน เช่น พลังงาน ธนาคาร หรือเทคโนโลยี เพราะแต่ละกลุ่มส่งผลต่อตลาดไม่เท่ากัน
หุ้นที่มีผลต่อดัชนี SET มากที่สุด
หุ้นขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า Big Cap มีอิทธิพลสูงต่อการเคลื่อนไหวของ SET เพราะมีมูลค่าตลาดสูง
เช่น
- PTT (พลังงาน)
- SCB (ธนาคาร)
- ADVANC (สื่อสาร)
- CPALL (ค้าปลีก)
- AOT (ท่องเที่ยวและสนามบิน)
ถ้าหุ้นเหล่านี้ขึ้นพร้อมกัน ดัชนี SET มักพุ่งแรง แต่ถ้าร่วงพร้อมกัน ดัชนีก็มักตกหนักเช่นกัน
ความสัมพันธ์ของดัชนี SET กับ SET50 และ SET100
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า SET50 หรือ SET100 แล้วงงว่าต่างจาก SET ยังไง
- SET Index คือภาพรวมตลาดทั้งหมด
- SET50 คือดัชนีที่รวม 50 หุ้นใหญ่สุดของตลาด
- SET100 คือดัชนีที่รวม 100 หุ้นใหญ่สุดของตลาด
นักลงทุนมักใช้ SET50 เป็นตัวแทนของหุ้นขนาดใหญ่ และใช้ในการอ้างอิงกองทุน หรืออนุพันธ์ เช่น SET50 Index Futures
การดูแนวโน้มจากดัชนี SET
การดูดัชนี SET ช่วยให้เราเข้าใจว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงไหนของวัฏจักร ถ้าดัชนีทำจุดสูงขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมมูลค่าซื้อขายเพิ่ม แปลว่าตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ถ้าดัชนีทำจุดต่ำใหม่บ่อย ๆ และมูลค่าซื้อขายลดลง แปลว่าตลาดกำลังอ่อนแรง นักวิเคราะห์มักดูเส้นค่าเฉลี่ย เช่น 50 วัน หรือ 200 วัน เพื่อหาจุดเปลี่ยนของแนวโน้มดัชนี
ดัชนี SET กับเศรษฐกิจไทย
แม้ตลาดหุ้นจะไม่ได้สะท้อนเศรษฐกิจจริงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มักจะ นำหน้าเศรษฐกิจ ไปประมาณ 6 เดือน ถ้าดัชนีเริ่มฟื้น แปลว่านักลงทุนเริ่มเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นในอนาคต แต่ถ้าดัชนีตกยาว อาจสะท้อนความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจหรือปัจจัยภายนอก ดังนั้น นักเศรษฐศาสตร์ และรัฐบาล ก็มักใช้ดัชนี SET เป็นหนึ่งในเครื่องมือดูทิศทางเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
ดัชนี SET กับการลงทุนของเรา
การเข้าใจดัชนี SET ช่วยให้เราวางแผนพอร์ตได้ดีขึ้น เช่น
- ถ้าดัชนีอยู่ในช่วงขาขึ้น อาจเพิ่มสัดส่วนหุ้นในพอร์ต
- ถ้าดัชนีเริ่มอ่อนตัว อาจลดความเสี่ยง หรือถือเงินสดมากขึ้น
แต่ไม่ควรใช้ดัชนีเพียงอย่างเดียว ต้องดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่เราลงทุนด้วย เพราะถึงตลาดโดยรวมจะลง แต่หุ้นบางตัวก็ยังขึ้นได้ ถ้าธุรกิจแข็งแรงและกำไรเติบโต
การใช้ดัชนี SET สำหรับนักลงทุนมือใหม่
สำหรับมือใหม่ การดูดัชนี SET วันละหนึ่งครั้งก็พอ ไม่ต้องเฝ้าจอตลอด เริ่มจากสังเกตว่าตลาดวันนี้บวกหรือลบ แล้วลองอ่านข่าวว่าทำไม เช่น ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย หรือเศรษฐกิจต่างประเทศ เมื่อฝึกดูทุกวัน จะเริ่มเข้าใจจังหวะของตลาด และค่อย ๆ อ่านแนวโน้มได้แม่นขึ้น
ข้อควรระวังเมื่อดูดัชนี SET
- อย่าตัดสินใจจากดัชนีอย่างเดียว เพราะบางครั้งตลาดอาจขึ้นจากหุ้นไม่กี่ตัวใหญ่ ๆ ทั้งที่หุ้นส่วนใหญ่ยังนิ่ง
- อย่าตื่นตระหนกเมื่อดัชนีตกแรง ตลาดหุ้นขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ ต้องดูภาพรวมระยะยาวมากกว่าวันต่อวัน
- อย่าลืมมองพื้นฐานของธุรกิจ ดัชนีบอกภาพใหญ่ แต่ผลตอบแทนจริงมาจากหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตของเรา
สรุป ภาพรวมของดัชนี SET
ดัชนี SET คืออะไร สรุปง่าย ๆ มันคือเครื่องชี้วัดสุขภาพของตลาดหุ้นไทยทั้งหมด มันช่วยให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวมของตลาด เห็นแนวโน้มเศรษฐกิจ และใช้เป็นแนวทาง ในการวางกลยุทธ์ลงทุนได้ดีขึ้น การดูดัชนี SET เป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้ เพราะมันทำให้เราเข้าใจตลาดหุ้น แบบมืออาชีพมากขึ้น และช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมั่นใจ ขึ้นทุกครั้ง


