ตราสารหนี้คือเอกสารที่ออกมาเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าหนี้ของผู้ออก เช่น รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชน พูดง่าย ๆ คือคุณปล่อยกู้เงินให้เขา แล้วเขาจะคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้คุณตามกำหนด
ต่างจากการลงทุนหุ้นที่เราซื้อเพื่อเป็นเจ้าของบริษัท การ ซื้อตราสารหนี้ คือการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าหนี้ที่มีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ยตามที่กำหนด
ทำไมหลายคนสนใจ ซื้อตราสารหนี้
เพราะการลงทุนแบบนี้ ให้ผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินออมทรัพย์ และยังไม่ผันผวนเหมือนการเล่นหุ้น คนที่อยากได้ความมั่นคง ก็เลยเลือกตราสารหนี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน
ประเภทของตราสารหนี้
- ตราสารหนี้รัฐบาล
ออกโดยรัฐบาล หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ถือว่าความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะโอกาสผิดนัดชำระหนี้แทบไม่มี เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบปลอดภัย
- ตราสารหนี้รัฐวิสาหกิจ
ออกโดยหน่วยงานรัฐ เช่น ปตท. การไฟฟ้า มั่นคงเกือบเท่ากับรัฐบาล แต่ให้ดอกเบี้ยมากกว่าเล็กน้อย
- ตราสารหนี้เอกชน
ออกโดยบริษัทต่าง ๆ เพื่อระดมทุน ผลตอบแทนสูงกว่าของรัฐ แต่ความเสี่ยงก็มากกว่า ขึ้นอยู่กับเครดิตและความแข็งแรงของบริษัท
- ตราสารหนี้ด้อยสิทธิ
ให้ดอกเบี้ยสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน เพราะถ้าบริษัทมีปัญหาล้มละลาย นักลงทุนกลุ่มนี้จะได้คืนเงินหลังสุด
วิธีเลือกว่าควรซื้อตราสารหนี้แบบไหนดี
- ดูเครดิตเรทติ้ง
เช็กการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น AAA AA A จากสถาบันที่เชื่อถือได้ ยิ่งเรทติ้งสูงก็ยิ่งมั่นใจได้มาก
- ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย
ตราสารหนี้แต่ละตัว ให้อัตราดอกเบี้ยไม่เหมือนกัน ถ้าเจอผลตอบแทนสูงเกินปกติ ต้องตั้งคำถามว่าคุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
- เช็คอายุของตราสารหนี้
บางคนชอบลงทุนสั้น ๆ 1-3 ปี บางคนพร้อมถือยาว 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องที่ต้องการ
- อ่านเงื่อนไขการชำระดอกเบี้ย
บางตัวจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน บางตัวทุก 6 เดือน หรือปีละครั้ง เลือกตามที่เหมาะกับการเงินของเรา
เข้าใจว่าทำไม ดอกเบี้ยตราสารหนี้ ไม่เท่ากัน
หลายคนสงสัยว่าเวลา ซื้อตราสารหนี้ ทำไมบางตัวได้ดอกเบี้ยสูง บางตัวได้น้อย ความจริงแล้วดอกเบี้ยมันสะท้อนความเสี่ยง ถ้าเป็นตราสารหนี้รัฐบาล ก็มักได้ดอกเบี้ยน้อย เพราะความเสี่ยงแทบไม่มี แต่ถ้าเป็นตราสารหนี้เอกชน หรือบริษัทที่เครดิตยังไม่สูง ดอกเบี้ยมักจ่ายเยอะเพื่อจูงใจนักลงทุน
วิธีสังเกต ตราสารหนี้ ที่น่าสนใจ
- ชื่อเสียงและผลงานของผู้ออก ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ที่ทำธุรกิจมั่นคง คนก็ไว้ใจได้มากกว่า
- อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ไม่ต่ำเกินไป และไม่สูงจนผิดปกติ
- อายุสัญญาไม่ยาวเกินไป เพราะยิ่งนาน ความไม่แน่นอนก็เพิ่มขึ้น
- มีเรทติ้งที่ดีจากสถาบันจัดอันดับ เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ
ซื้อตราสารหนี้อย่างไร ให้ไม่เครียด
บางคนกลัวว่าถ้าลงทุนแล้ว จะต้องมานั่งกังวลทุกวัน วิธีแก้คืออย่าใส่เงินทั้งหมดไว้ในที่เดียว กระจายเงินไปหลายแบบ เช่น ตราสารหนี้รัฐบาลผสมกับเอกชน จะช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยขึ้น
อีกอย่างคือ อย่าลงเกินเงินเย็นที่เราพร้อมจะถือยาว ๆ เพราะตราสารหนี้ไม่ได้ขายออกง่ายเหมือนหุ้นในตลาด
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย
- ตราสารหนี้ไม่มีความเสี่ยงเลย
จริง ๆ มีครับ แม้จะเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น แต่บริษัทเอกชนก็มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ได้
- ซื้อตราสารหนี้แล้วขายตอนไหนก็ได้
ความจริงคือถ้าจะขายก่อนครบกำหนด ต้องหาคนซื้อต่อในตลาดรอง ซึ่งบางทีสภาพคล่องก็ไม่เยอะ
- ดอกเบี้ยที่เขียนไว้คงที่ตลอด
บางตราสารหนี้เป็นดอกเบี้ยลอยตัว ขึ้นลงตามสภาพเศรษฐกิจ นักลงทุนต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด
ตราสารหนี้ กับเงินเฟ้อ
เวลาพูดถึงการลงทุน หลายคนไม่ค่อยนึกถึงเงินเฟ้อ แต่จริง ๆ มีผลมาก ถ้าเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยจากตราสารหนี้บางตัวอาจไม่พอชดเชยค่าเงินที่ลดลง เพราะฉะนั้นการเลือก ซื้อตราสารหนี้ ต้องดูว่าอัตราดอกเบี้ยที่ได้มากกว่าเงินเฟ้อหรือเปล่า
เทคนิคการจัดพอร์ตด้วยตราสารหนี้
- ลงทุน 50% ในตราสารหนี้รัฐบาล เพื่อความมั่นคง
- ลงทุน 30% ในตราสารหนี้เอกชนที่มีเครดิตดี เพื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น
- อีก 20% อาจเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่เสี่ยงหน่อย เช่น กองทุนหุ้น เพื่อสร้างโอกาสเติบโต
วิธีนี้ทำให้พอร์ตมีทั้งความมั่นคง และผลตอบแทนที่สมดุล
ซื้อตราสารหนี้ ผ่านธนาคาร หรือแอปดี
ทุกวันนี้ง่ายมาก จะไปซื้อผ่านธนาคารก็ได้ หรือจะใช้แอปพลิเคชันการเงินก็สะดวก แต่ต้องระวังเรื่องค่าธรรมเนียม และควรเช็คว่าแอปนั้น มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือไม่
ตราสารหนี้ กับเป้าหมายชีวิต
การลงทุนไม่ได้มีสูตรตายตัว บางคนอยากใช้ตราสารหนี้ เพื่อเก็บเงินแต่งงาน บางคนเพื่อเกษียณ บางคนเพื่อมีรายได้เสริมทุก 6 เดือน วิธีคิดที่ดีที่สุดคือ เลือกตราสารหนี้ที่เข้ากับเป้าหมายของตัวเอง
ทำไมมืออาชีพก็ยังลงทุนในตราสารหนี้
แม้นักลงทุนเก่ง ๆ ที่เล่นหุ้นได้กำไรเยอะ ก็ยังคงมีตราสารหนี้อยู่ในพอร์ต เพราะมันช่วยบาลานซ์ความเสี่ยง และทำให้มีเงินสดหมุนเข้ามาเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องลุ้นมากเหมือนการเล่นหุ้น
ข้อดีของการซื้อตราสารหนี้
- ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ
- ความเสี่ยงไม่ผันผวนเท่าหุ้น
- มีความมั่นคงถ้าเลือกจากผู้ออกที่น่าเชื่อถือ
- ใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
ข้อควรระวังของการซื้อตราสารหนี้
- เงินต้นอาจถูกล็อกไว้จนกว่าจะครบกำหนด
- ถ้าผู้ออกมีปัญหา อาจผิดนัดชำระหนี้
- ดอกเบี้ยอาจไม่สูงพอ ถ้าเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง
การซื้อตราสารหนี้ เหมาะกับใครบ้าง
- คนที่อยากลงทุนแบบปลอดภัยกว่าเล่นหุ้น
- คนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอจากดอกเบี้ย
- คนที่วางแผนเกษียณ และอยากให้เงินทำงานมั่นคง
- นักลงทุนที่อยากกระจายความเสี่ยงในพอร์ต
เคล็ดลับสำหรับมือใหม่
- เริ่มจากวงเงินไม่เยอะ เพื่อเรียนรู้ระบบ
- เลือกตราสารหนี้รัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจก่อน
- ศึกษาและอ่านหนังสือชี้ชวนให้ละเอียด
- กระจายการลงทุนหลายตัว ไม่ลงในที่เดียวหมด
กรณีศึกษาการลงทุนในตราสารหนี้
สมมติคุณบีมีเงินเก็บ 1 ล้านบาท เธอแบ่งไป ซื้อตราสารหนี้รัฐบาล 600,000 บาท เพื่อความมั่นคง และอีก 400,000 บาท ลงในตราสารหนี้เอกชนที่มีเครดิต AA เพื่อรับดอกเบี้ยสูงขึ้น
ผลคือ เธอได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี ซึ่งมากกว่าการฝากประจำหลายเท่า และยังนอนหลับสบาย ไม่ต้องกลัวความผันผวนมากนัก
ปัจจัยเศรษฐกิจที่ควรจับตาก่อนซื้อตราสารหนี้
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- ภาวะเงินเฟ้อ
- สถานการณ์เศรษฐกิจโลก
- ความแข็งแรงของอุตสาหกรรมที่ผู้ออกตราสารหนี้ทำอยู่
ตราสารหนี้ กับการวางแผนเกษียณ
หลายคนใช้การ ซื้อตราสารหนี้ เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ระยะยาว เพราะดอกเบี้ยที่ได้รับเป็นเหมือนรายได้ประจำ เหมาะกับคนที่อยากเกษียณแบบมั่นคง
เทรนด์ตราสารหนี้ในอนาคต
- ตราสารหนี้ดิจิทัล ที่ซื้อผ่านแอปได้ง่ายขึ้น
- ความนิยมในตราสารหนี้สีเขียว หรือ Green Bond ที่เน้นลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม
- การเข้าถึงนักลงทุนรายย่อยที่สะดวกกว่าเดิม
สรุป เพิ่มเติมท้ายบท
การ ซื้อตราสารหนี้ ไม่ได้ซับซ้อนเกินไป และเป็นทางเลือก ที่เหมาะกับคนที่อยากลงทุนแบบปลอดภัย ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอ และใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในพอร์ต
ไม่มีใครตอบได้ชัดว่า ตราสารหนี้ตัวไหนดีที่สุด แต่การเลือกที่เหมาะกับความต้องการ และความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ คือสิ่งที่ทำให้การลงทุนนี้เวิร์กสำหรับทุกคน Gocprime


