ทองคำกับบิตคอยน์

ความสัมพันธ์ของ ทองคำกับบิตคอยน์ เข้าใจแล้วจะเห็นภาพตลาดการเงินชัดขึ้นมาก

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาเศรษฐกิจผันผวนหรือเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ทองคำกับบิตคอยน์ มักมีการพูดถึงเสมอ บางคนบอกว่าบิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล แต่บางคนก็เถียงว่าทองต่างหากที่เป็นสินทรัพย์จริง ส่วนบิตคอยน์ยังผันผวนและเสี่ยงเกินไป

แล้วจริง ๆ ทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันแบบไหน แตกต่างกันยังไง และในโลกการลงทุนปัจจุบันควรดูอย่างไรบ้าง ลองค่อย ๆ คลี่ทีละประเด็นแบบภาษาคนเล่ากันง่าย ๆ แต่ได้ความรู้ครบทุกมุม

ทองคำกับบิตคอยน์คืออะไร และทำไมถูกพูดถึงด้วยกันบ่อย

ทองคำคือสินทรัพย์ดั้งเดิมที่คนทั้งโลกใช้เก็บมูลค่ามานานเป็นพันปี ส่วนบิตคอยน์คือ สินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่ที่มีอายุกว่า 10 กว่าปี แต่ถูกพูดถึงมากเพราะมูลค่าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีเบื้องหลังที่เปลี่ยนโลกได้จริง ถึงจะต่างยุคต่างสมัย แต่กลับมีหลายมุมที่คล้ายกัน

จุดเหมือนที่ทำให้คนเอาทองกับบิตคอยน์มาเทียบกัน

  1. เป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด

ทองมีจำกัดเพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ บิตคอยน์มีจำกัดเพราะโปรแกรมกำหนดสูงสุดไว้เพียง 21 ล้านเหรียญ ทั้งสองอย่างนี้ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นที่เก็บมูลค่าในระยะยาว

  1. ไม่ได้ผูกกับรัฐบาลหรือธนาคารกลาง

ทองไม่มีใครควบคุม บิตคอยน์ก็ใช้ระบบกระจายศูนย์ ไม่มีหน่วยงานใดมีอำนาจล้มระบบได้ คุณสมบัตินี้ทำให้ทั้งคู่ถูกเรียกว่า Store of value

  1. ได้รับความสนใจในช่วงเศรษฐกิจผันผวน

เวลาตลาดหุ้นตก มักเกิดการไหลเข้าไปที่ทองหรือบิตคอยน์ แม้พฤติกรรมจะไม่เหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งคู่เป็นสินทรัพย์ที่คนเลือกถือเวลาต้องการลดความเสี่ยงจากระบบการเงินแบบเดิม

จุดต่างที่สำคัญมากจนทำให้สองอย่างนี้เป็นคนละโลก

ถึงจะมีความคล้ายกันเยอะ แต่ก็มีจุดต่างที่ชัดเจนมาก

  1. ทองเป็นสินทรัพย์จริง ส่วนบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล

ทองถือในมือได้ เก็บในตู้เซฟได้ บิตคอยน์ต้องเก็บในกระเป๋าเงินดิจิทัล ระดับการยอมรับแบบสากลจึงต่างกัน

  1. ทองผันผวนน้อยกว่าบิตคอยน์

บิตคอยน์สามารถวิ่งขึ้นลงหลายเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว ทองเคลื่อนไหวช้ากว่า เหมาะกับสายถือระยะกลางถึงยาว แต่บิตคอยน์เหมาะกับสายเทรด หรือสายยอมรับความเสี่ยงสูง

  1. บิตคอยน์พึ่งพาเทคโนโลยี ส่วนทองพึ่งพาความเชื่อของมนุษย์

ถ้าเทคโนโลยี Blockchain ไม่พัฒนา หรือถูกโจมตีรุนแรง มูลค่าของบิตคอยน์อาจได้รับผลกระทบ
แต่ทองมีคุณค่าทางกายภาพ และเชิงวัฒนธรรมที่อยู่มานานกว่า 5,000 ปี

ความสัมพันธ์การเคลื่อนไหวราคา ทองกับบิตคอยน์เกี่ยวกันแค่ไหน

นักลงทุนจำนวนมากสงสัยว่า ทองกับบิตคอยน์วิ่งไปด้วยกัน หรือสวนกัน ความจริงคือ มันไม่ได้สัมพันธ์ตายตัว แต่มีรูปแบบที่น่าสนใจให้จับสังเกต

บิตคอยน์กับทองเคลื่อนไหวสวนกันบางช่วง

เช่น ตอนดอลลาร์แข็งแรงขึ้น เงินเฟ้อลดลง ตลาดหุ้นกลับมาฟื้น

  • นักลงทุนบางกลุ่มเทเงินออกจากทอง
  • และบางกลุ่มไปซื้อบิตคอยน์ เพื่อเก็งกำไรตามกระแสเทคโนโลยี

แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดนะ มันขึ้นกับสภาพตลาดแต่ละช่วงด้วย

บิตคอยน์กับทองวิ่งขึ้นพร้อมกันในช่วงเศรษฐกิจมีความเสี่ยง

เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดหลายครั้ง เช่น

  • ช่วงโควิดระบาด
  • ช่วงเกิดปัญหาธนาคารในสหรัฐบางแห่งล้ม
  • ช่วงสงครามหรือมีความตึงเครียดระหว่างประเทศ

เหตุผลคือคนต้องการสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบธนาคาร ทองคือ Safe haven ดั้งเดิม บิตคอยน์คือ Safe haven สมัยใหม่ แม้ความผันผวนจะต่างกัน แต่ทั้งคู่ดึงเงินไหลเข้าพร้อมกันได้

ระยะยาวบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ทองเสถียรกว่า

ข้อมูลจากประวัติศาสตร์ชัดมาก บิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงสุด ในบรรดาสินทรัพย์หลักทั่วโลก แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน ส่วนทองโตช้า แต่เสี่ยงต่ำกว่า เหมาะกับสายสม่ำเสมอ

ปัจจัยที่กระทบราคาระหว่างทองกับบิตคอยน์

สองอย่างนี้ตอบสนองต่อปัจจัยต่างกัน แต่มีจุดร่วมบางอย่างด้วย

ปัจจัยที่กระทบทองโดยตรง

  1. ค่าเงินดอลลาร์

ทองผูกกับดอลลาร์มาก ถ้าดอลลาร์แข็ง ทองมักลง ถ้าดอลลาร์อ่อน ทองมักขึ้น

  1. ดอกเบี้ยของสหรัฐ

ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย ทองลง เพราะคนอยากไปถือพันธบัตรหรือเงินสดมากกว่า

  1. ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

เวลาเกิดเหตุร้ายแรง เช่น สงคราม วิกฤตการเงิน ทองจะพุ่งเพราะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ปัจจัยที่กระทบบิตคอยน์

  1. กระแสเทคโนโลยี

ตลาดคริปโตผันผวนตามเทรนด์มาก เช่น

  • การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF
  • บริษัทใหญ่ซื้อบิตคอยน์
  • ฮาล์ฟวิ่ง Halving
  1. การกำกับดูแลของรัฐบาล

ข่าวลบจากประเทศใหญ่สามารถทำให้บิตคอยน์ร่วงแรงได้ เช่น การแบน การควบคุม การปิดตลาด

  1. สภาพคล่องในระบบการเงิน

ถ้าโลกใช้นโยบายผ่อนคลาย QE ตลาดคริปโตมักโตเร็ว เพราะมีเงินทุนไหลเข้ามาก

ทองหรือบิตคอยน์ควรถืออะไรดีกว่ากัน

คำตอบจริง ๆ คือ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ ทั้งสองอย่างมีข้อดีต่างกัน และไม่ได้แทนกันได้เสมอไป

ถ้าอยากความเสี่ยงต่ำและเก็บมูลค่ายาว ทองเหมาะกว่า

ทองมีเสถียรภาพและประวัติยาวนาน ราคาขึ้นลงตามปัจจัยเศรษฐกิจชัดเจน ถือยาวได้แบบสบายใจ ไม่ต้องดูทุกวัน

ถ้าอยากผลตอบแทนสูงและรับความผันผวนได้ บิตคอยน์เหมาะกว่า

บิตคอยน์มีศักยภาพโตหลายเท่าในระยะยาว แต่ต้องเข้าใจความเสี่ยงและความผันผวนมากกว่า เหมาะกับนักลงทุนที่มีวินัยและวางแผนดี

กลยุทธ์ผสมทองกับบิตคอยน์แบบมืออาชีพ

นักลงทุนระดับโลกหลายคนไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อบาลานซ์พอร์ต

พอร์ตแบบอนุรักษ์นิยม

  • ทอง 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
  • บิตคอยน์ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นหุ้นและพันธบัตร

เหมาะกับคนที่อยากได้ความปลอดภัยแต่ยังอยากได้โอกาสโต

พอร์ตแบบสมดุล

  • ทอง 20 เปอร์เซ็นต์
  • บิตคอยน์ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงระดับกลาง

พอร์ตแบบเน้นเติบโต

  • ทอง 10 เปอร์เซ็นต์
  • บิตคอยน์ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

เหมาะกับคนที่ยอมรับความผันผวนสูงเพื่อผลตอบแทนในอนาคต

ข้อผิดพลาดที่คนมักมีเรื่องทองกับบิตคอยน์

  1. คิดว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง จริง ๆ แล้วถือทั้งคู่ก็ได้และควรจะถือ เพื่อกระจายความเสี่ยง
  2. ดูแค่ราคาตลาดแต่ไม่ศึกษาปัจจัยพื้นฐาน ทองและบิตคอยน์ตอบสนองต่อข่าวคนละแบบ ถ้าไม่ศึกษาอาจตีความผิดได้ง่าย
  3. เทรดตามอารมณ์ บิตคอยน์ผันผวนมาก ถ้าใช้อารมณ์นำแทบจะขาดทุนแน่นอน

มุมมองอนาคตของทองคำกับบิตคอยน์

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า อนาคตทั้งสองอย่างจะอยู่ร่วมกัน ไม่ได้แทนกัน ทองยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย บิตคอยน์จะพัฒนาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่คนโลกใหม่ถือกันมากขึ้น และอาจกลายเป็น Safe haven ดิจิทัลจริง ๆ ในอนาคต

สรุป แนวคิดสำคัญของ ทองคำกับบิตคอยน์

ถ้าคุณเข้าใจ ทองคำกับบิตคอยน์ คุณจะเข้าใจภาพรวมตลาดการเงินสมัยใหม่แบบชัดขึ้นมาก ทองให้ความมั่นคง บิตคอยน์ให้การเติบโต ทั้งสองมีความสำคัญในแบบของตัวเอง และสามารถใช้ร่วมกันเพื่อเสริมความแข็งแรงของพอร์ตได้

บทความอื่นๆ

Swap คืออะไร

ค่า Swap คืออะไร แล้วทำไมถึงโดนหักเงินตอนกลางคืน?

เคยสงสัยไหม ทำไมเวลาเทรดแล้วบางครั้งยังโดนหักเงินตอนถือข้ามคืน โดยนอกจากค่า Spread แล้ว อีกหนึ่งคำที่เทรดเดอร์มักจะได้ยินบ่อยๆคือ “ค่า Swap”

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »