กองทุนตราสารหนี้

กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา คืออะไร

ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ กองทุนตราสารหนี้ก็คือ กองทุนที่เอาเงินของนักลงทุนไปลงทุนในหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือหนี้ระยะสั้นของสถาบันการเงิน ส่วน กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา หมายถึง กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Bonds) หรือพันธบัตรเอกชนรายใหญ่ของอเมริกา พูดง่าย ๆ ว่าคือการให้รัฐบาลหรือบริษัทในอเมริกากู้เงินเราไปใช้ แล้วจ่ายดอกเบี้ยตอบแทน

ทำไมคนถึงสนใจ กองทุนตราสารหนี้อเมริกา

เพราะตลาดการเงินของสหรัฐอเมริกาถือว่าใหญ่ และมั่นคงที่สุดในโลก รัฐบาลมีเครดิตเรตติ้งระดับสูงสุด และบริษัทเอกชนมีความน่าเชื่อถือสูง

อีกทั้งดอกเบี้ยของพันธบัตรสหรัฐฯ มักสะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลก เช่น ถ้าเฟด (FED) ปรับขึ้นดอกเบี้ย ผลตอบแทนของพันธบัตรก็จะสูงขึ้นตาม

ดังนั้น นักลงทุนที่อยากได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากแต่ยังไม่อยากเสี่ยงกับหุ้นมาก ก็มักเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อเมริกา

ลักษณะเด่นของกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา

  1. ความมั่นคงสูง
    พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ชื่อว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่สุดในโลก เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้
  2. สภาพคล่องดี
    ตลาดตราสารหนี้อเมริกามีการซื้อขายต่อเนื่องและใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารเงินได้อย่างคล่องตัว
  3. มีหลากหลายช่วงอายุ
    ตั้งแต่พันธบัตรอายุสั้น (1-2 ปี) ไปจนถึงระยะยาว (10-30 ปี) เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเลือกตามเป้าหมายของตัวเอง
  4. ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
    กองทุนประเภทนี้จะจ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (Yield) ที่ค่อนข้างคงที่และสามารถประมาณการได้

ประเภทของตราสารหนี้ในอเมริกา

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า ตราสารหนี้ แต่จริง ๆ แล้วมีหลายประเภทมาก มาดูกันว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

  1. พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Bonds)

เป็นตราสารหนี้ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เพราะผู้ออกคือ รัฐบาลสหรัฐฯ เอง มีทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น

  • Treasury Bills (อายุไม่เกิน 1 ปี)
  • Treasury Notes (อายุ 2-10 ปี)
  • Treasury Bonds (อายุ 10 ปีขึ้นไป)
  1. ตราสารหนี้เอกชน (Corporate Bonds)

ออกโดยบริษัทเอกชน เช่น Apple, Microsoft หรือ JP Morgan เพื่อระดมทุนไปขยายธุรกิจ ผลตอบแทนจะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามเครดิตของบริษัท

  1. ตราสารหนี้จำนอง (Mortgage-backed Securities – MBS)

เป็นตราสารที่มีสินเชื่อบ้านเป็นหลักประกัน ซึ่งเคยเป็นสาเหตุของวิกฤติซับไพรม์ปี 2008 แต่ปัจจุบันถูกควบคุมเข้มงวดมากขึ้น

ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา

ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ

  • อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
    ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย พันธบัตรใหม่จะให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ราคาพันธบัตรเก่าจะลดลง
  • ประเภทของตราสารที่ลงทุน
    พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนต่ำกว่า แต่ปลอดภัยกว่า ส่วนพันธบัตรเอกชนให้ผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยงกว่า

โดยทั่วไปผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 3-6% ต่อปี ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและนโยบายการเงินของเฟด

ความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้

ถึงจะดูปลอดภัยแต่ก็ไม่ได้ไร้ความเสี่ยง ลองมาดูว่ามีอะไรบ้าง

  1. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)
    ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่ม ราคาตราสารหนี้ที่ถืออยู่จะลดลง ทำให้มูลค่ากองทุนลดลงชั่วคราว
  2. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk)
    เพราะกองทุนลงทุนในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าเงินบาทแข็งค่ามาก ผลตอบแทนเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทจะลดลง
  3. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)
    หากบริษัทเอกชนที่ออกพันธบัตรล้มละลาย หรือจ่ายดอกเบี้ยไม่ได้ ผู้ถือพันธบัตรอาจสูญเงินบางส่วน

แต่ถ้าเลือกกองทุนที่บริหารโดยมืออาชีพ ความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกจัดการและกระจายออกไปได้ดี

ทำไมควรมี กองทุนตราสารหนี้อเมริกา ในพอร์ต

  1. ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้น
    เวลาหุ้นตก พันธบัตรมักปรับขึ้น ทำให้พอร์ตโดยรวมเสถียรกว่า
  2. เหมาะกับคนที่อยากลงทุนต่างประเทศแต่ไม่อยากเสี่ยงมาก
    เพราะไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว และยังได้ลงทุนในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  3. มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากในไทย
    โดยเฉพาะช่วงที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ สูงกว่าของไทย
  4. เหมาะกับการออมระยะยาว
    กองทุนตราสารหนี้เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ เหมาะกับเป้าหมายเช่น เก็บเงินเกษียณ หรือเก็บเงินสำรองระยะยาว

วิธีเลือกกองทุนตราสารหนี้ อเมริกา

  1. ดูนโยบายการลงทุนของกองทุน
    ว่ากองทุนลงทุนในตราสารหนี้ประเภทไหน เช่น รัฐบาล เอกชน หรือผสมกัน
  2. เช็คความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
    ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องค่าเงิน ควรเลือกกองทุนที่ “ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedged)”
  3. ดูผลตอบแทนย้อนหลังอย่างน้อย 3-5 ปี
    เพื่อประเมินความเสถียรของกองทุนในแต่ละช่วงเศรษฐกิจ
  4. ตรวจสอบค่าธรรมเนียม (TER)
    เพราะค่าธรรมเนียมสูงเกินไป จะกินผลตอบแทนของคุณโดยไม่รู้ตัว
  5. เลือกบริษัทจัดการกองทุนที่น่าเชื่อถือ
    เช่น บลจ.ใหญ่ ๆ ที่มีประวัติการบริหารกองทุนต่างประเทศมายาวนาน

ตัวอย่างกองทุนตราสารหนี้อเมริกาที่คนไทยนิยม

(ข้อมูลตัวอย่างเท่านั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนลงทุน)

  • K-USAFIXED ของ บลจ.กสิกรไทย ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาล และเอกชนสหรัฐฯ
  • SCBUSTBF ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น
  • TMBUSFI ของ บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และเอกชนรายใหญ่

เทคนิคลงทุนให้ได้ผลดี

  • DCA รายเดือน
    ลงทุนสม่ำเสมอเดือนละเท่า ๆ กัน จะช่วยเฉลี่ยต้นทุนได้ดีโดยไม่ต้องจับจังหวะตลาด
  • ถือระยะยาวมากกว่า 1 ปี
    เพราะตราสารหนี้ต้องใช้เวลา ให้ดอกเบี้ยสะสมจนคุ้มค่าค่าธรรมเนียม
  • ไม่ควรเทเงินทั้งหมดในช่วงเดียว
    ควรกระจายการลงทุนไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยผันผวน

เหมาะกับใครบ้าง

  1. คนที่อยากลงทุนในต่างประเทศ แต่ไม่อยากเสี่ยงสูง
  2. นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก
  3. คนที่อยากกระจายพอร์ต ให้มีความสมดุลระหว่างหุ้น กับตราสารหนี้
  4. ผู้ที่กำลังวางแผนเกษียณ หรือออมระยะยาว

สรุป กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา

กองทุนตราสารหนี้ อเมริกา ถือเป็นทางเลือกการลงทุน ที่น่าสนใจในยุคที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน เพราะให้ความมั่นคง ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นได้ดี แม้ผลตอบแทนจะไม่หวือหวาเหมือนหุ้น แต่เหมาะมากกับคนที่ต้องการ ความมั่นคงระยะยาว และอยากให้เงินทำงานแบบมีเสถียรภาพ อย่าลืมว่า การลงทุนที่ดีไม่ใช่การวิ่งตามกำไร แต่คือการสร้างพอร์ตที่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน Gocprime

บทความอื่นๆ

หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ไม่ให้หลงคำว่า วันนี้ จับประเด็นกำไรกับเงินสดให้เป็น

เวลาคนพูดถึง หุ้นโรงพยาบาล มักเริ่มจากประโยคประมาณนี้ สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องนิ่งตาม แ

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล จับทางให้ถูกแบบไม่หลงข่าว

หลายคนเริ่มสนใจ หุ้นโรงพยาบาล ด้วยเหตุผลเดียวกันเลย สุขภาพเป็นของจำเป็น คนป่วยยังไงก็ต้องรักษา ฟังดูเหมือนรายได้ต้องนิ่ง หุ้นต้องปลอดภัย แต่

อ่านต่อ »
หุ้นโรงพยาบาล

เล่น หุ้นโรงพยาบาล ในธีม หุ้น สุขภาพ

ถ้าเข้าตลาดหุ้นมาสักพัก จะเริ่มเห็นว่า “ธีมสุขภาพ” ถูกพูดถึงตลอด ไม่ว่าจะเศรษฐกิจดีหรือเศรษฐกิจแผ่ว คนก็ยังต้องรักษา ยังต้องตรวจสุขภาพ ยังต้

อ่านต่อ »